"ตัวเลขกำไรสุทธิไตรมาสนี้... เกินกว่าที่เราคาดการณ์ไว้ถึงสามเท่า ลู่ถิง คุณคิดว่าเราควรจะขยายโรงงานแปรรูปผลไม้กวนไปที่อำเภอข้างเคียงเลยไหมคะ?"
หลินว่านหลิววางปากกาหมึกซึมในมือลง พลางเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ไม้เนื้อแข็ง สายตาคมกริบของเธอยังคงจับจ้องอยู่ที่สมุดบัญชีเล่มหนาที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานไม้โอ๊คตัวใหญ่ แสงโคมไฟสีนวลส่องกระทบใบหน้าเนียนละเอียดที่ฉาบด้วยความมั่นใจ ผิดกับตัวร้ายในอดีตที่วันๆ เอาแต่กรีดร้องและหาเรื่องคนในครอบครัวอย่างสิ้นเชิง
ลู่ถิงที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามไม่ได้ละสายตาจากภรรยาเลยแม้แต่นาทีเดียว นายทหารหนุ่มผู้มีไหล่กว้างและแผงอกแข็งแรงภายใต้เสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนลวกๆ ดูขัดกับบุคลิกที่เคยเคร่งขรึม เขาเลื่อนมือหนาไปกุมมือเรียวของหลินว่านหลิวไว้ ก่อนจะบีบเบาๆ อย่างให้กำลังใจ
"ถ้าว่านหลิวต้องการจะขยายกิจการ ผมก็พร้อมจะเป็นหน่วยสนับสนุนให้เสมอ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเส้นทางขนส่ง หรือการดีลกับโรงสีในเขตปกครองพิเศษ ผมจะจัดการให้เรียบ... แต่ว่าที่รักครับ เราต้องระวังเรื่อง 'คนหูเบา' ในหมู่บ้านด้วย ตอนนี้แม่เริ่มมีท่าทีแปลกๆ ตั้งแต่เห็นรถขนสินค้าเข้าออกโรงงานเราไม่ขาดสาย"
น้ำเสียงของลู่ถิงทุ้มต่ำและเปี่ยมไปด้วยความห่วงใย เขาไม่ใช่ทหารที่ไร้สมอง แต่เป็นเสือร้ายที่ยอมถอดเขี้ยวเล็บเพื่อสยบแทบเท้าภรรยาคนเก่งคนนี้โดยเฉพาะ
หลินว่านหลิวยกยิ้มมุมปาก ความเย็นชาฉายชัดในแววตา "แม่สามีของฉันน่ะเหรอคะ? ปล่อยให้ท่านรอดูไปเถอะค่ะ ยิ่งท่านอยากรู้เท่าไหร่ เราก็ยิ่งต้องทำให้ 'มูลค่า' ของเราห่างไกลจากสิ่งที่ท่านจะเอื้อมถึงมากขึ้นเท่านั้น ช่วงนี้ฉันเตรียมสูตร 'ผลไม้อบแห้งเคลือบน้ำตาลสูตรพิเศษ' ไว้แล้ว ถ้าเราส่งสินค้าตัวนี้ลงตลาดมืดในเมืองใหญ่ผ่านช่องทางของสหายคุณ รับรองว่าเงินจะไหลมาเทมาจนคนในตระกูลนั่งไม่ติดเก้าอี้แน่นอน"
ในมิติลับของเธอ เวลานี้เครื่องจักรแปรรูปอาหารรุ่นล่าสุดจากโลกอนาคตกำลังทำงานอย่างเงียบเชียบ สินค้าเกษตรที่รับซื้อมาจากชาวบ้านในราคาเป็นธรรมถูกแปรรูปจนมีมูลค่าเพิ่มขึ้นกว่าสิบเท่า กลิ่นหอมหวานของสตรอว์เบอร์รีเคี่ยวและลูกท้ออบแห้งอบอวลไปทั่วห้องทำงาน มันคือกลิ่นของความสำเร็จที่ไม่มีใครในยุค 80 นี้จะจินตนาการถึง
"คุณฉลาดเสมอ" ลู่ถิงเอ่ยพลางลุกขึ้นเดินอ้อมโต๊ะมาสวมกอดเธอจากด้านหลัง กลิ่นกายสะอาดสะอ้านแบบทหารผสมกับกลิ่นหอมจางๆ ของไม้สนทำให้หลินว่านหลิวผ่อนคลายลง "แต่ผมอยากให้คุณพักบ้าง เรามุ่งมั่นสร้างอาณาจักรกันมานานเกินไปแล้วนะ"
"ฉันพักไม่ได้หรอกค่ะ ลู่ถิง" เธอหันไปมองเขา พลางใช้นิ้วชี้ลากผ่านแนวสันกรามคมสัน "ชีวิตก่อนฉันทุ่มเทให้คนอื่นจนหมดตัว ชีวิตนี้ฉันจะสร้างอาณาจักรที่ไม่มีใครหน้าไหนมาพรากไปจากฉันได้ แม้แต่เลือดเนื้อเชื้อไขของบ้านลู่ก็เถอะ"
บรรยากาศในห้องทำงานถูกคั่นจังหวะด้วยเสียงเคาะประตูที่รัวและหนักแน่นจนน่ารำคาญ ทั้งสองสบตากันด้วยความเข้าใจในทันที ว่านี่ไม่ใช่แขกทั่วไป แต่เป็น 'ผู้มาเยือน' ที่ไม่ได้รับเชิญ
"เปิดประตูสิหลินว่านหลิว! ฉันรู้ว่าพวกแกอยู่ในนั้น! อย่าคิดว่าจะเก็บเงินก้อนโตไว้กินกันแค่สองคน ข้าวของในบ้านหลังนี้มีส่วนหนึ่งที่เป็นสมบัติของตระกูลลู่! อย่าได้คิดจะโกงแม่ตัวเอง!"
เสียงแหลมสูงของแม่สามีดังทะลุเข้ามา ลู่ถิงขมวดคิ้วแน่น เขากำลังจะลุกขึ้นไปจัดการ แต่หลินว่านหลิวกลับกดไหล่เขาไว้ สายตาของเธอดุจราชินีผู้กำลังจะประกาศสงคราม เธอหยิบถุงผลไม้อบแห้งถุงหนึ่งที่บรรจุในแพ็กเกจสวยหรูดูมีราคาออกมาจากมิติลับอย่างแนบเนียน ก่อนจะเดินไปเปิดประตูด้วยท่าทีที่เยือกเย็นที่สุด
"ท่านแม่คะ... มาพอดีเลยค่ะ" หลินว่านหลิวยิ้มหวานหยด ทว่ารอยยิ้มนั้นกลับทำให้แม่สามีรู้สึกเสียวสันหลังวาบ "วันนี้ฉันกับลู่ถิงเพิ่งสรุปยอดกำไรรายเดือนได้พอดี ท่านอยากจะรู้ไหมคะว่ากิจการที่ท่านเคยดูถูกนักหนา ตอนนี้มันทำกำไรได้มากพอที่จะซื้อทั้งหมู่บ้านนี้ได้เลยหรือเปล่า?"
แม่สามีชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อเห็นตัวเลขมหาศาลบนสมุดบัญชีที่หลินว่านหลิวจงใจเปิดให้ดู แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ทำให้ใบหน้าของหญิงชราซีดเผือด...
ท่ามกลางความเงียบงันที่น่าอึดอัดนั้น จู่ๆ เสียงฝีเท้าของชายฉกรรจ์กลุ่มใหญ่ในชุดสูทสีดำสนิทก็ดังขึ้นจากทางหน้าบ้าน พวกเขาไม่ใช่คนในหมู่บ้าน และไม่ใช่สหายทหารของลู่ถิง ชายผู้เป็นหัวหน้ากลุ่มเดินตรงเข้ามาหาหลินว่านหลิวพร้อมกับยื่นซองจดหมายตราประทับสีแดงฉานที่ทำเอาแม่สามีเข่าอ่อนทรุดลงไปกองกับพื้นทันทีที่เห็น
"คุณนายหลิน... ทางการสั่งระงับการดำเนินงานของโรงงานทั้งหมดชั่วคราวครับ เนื่องจากมีผู้ร้องเรียนว่าคุณลักลอบนำเข้าสินค้าต้องห้ามจากต่างแดน... และดูเหมือนว่า 'ใครบางคน' ในครอบครัวคุณ จะเป็นคนนำหลักฐานนี้ไปส่งให้พวกเราเองกับมือ"
คำพูดนั้นราวกับสายฟ้าฟาด ลู่ถิงหันขวับไปมองแม่ของตนด้วยสายตาที่เย็นชาดุจน้ำแข็ง ส่วนหลินว่านหลิวยังคงนิ่งสงบ เธอค่อยๆ กางจดหมายนั้นออกมาอ่าน พลางแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ
"ช่างเป็นแผนการที่แยบยลเหลือเกินค่ะท่านแม่... แต่น่าเสียดายที่ท่านลืมไปอย่างหนึ่ง" หลินว่านหลิวโน้มตัวลงไปกระซิบข้างหูหญิงชราที่สั่นเทา "ในกระเป๋าของท่านนั่นน่ะ... ไม่ได้มีแค่เอกสารที่ท่านขโมยไปหรอกนะคะ แต่มี 'หลักฐานมัดตัวท่าน' ที่ฉันวางล่อไว้ตั้งนานแล้ว... คืนนี้ ท่านเตรียมตัวรับความบันเทิงจากกองกำลังตำรวจได้เลยค่ะ"
ดัชเชสโพดำขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเป็นสักขีพยานในความเก่งกาจของนางเอกของเรานะคะ!
เมียตัวร้ายยุค 80 ขอหย่าแล้วไปรวย•ตอนที่ 33
หุ้นส่วนชีวิตคู่ที่สมบูรณ์แบบ
ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมียตัวร้ายยุค 80 ขอหย่าแล้วไปรวย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!