เมียตัวร้ายยุค 80 ขอหย่าแล้วไปรวย•ตอนที่ 27

สงครามประสาทในบ้านสวน

ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
"ถอยไปค่ะ ใกล้เกินไปแล้วนะคะผู้กองลู่" น้ำเสียงของหลินว่านหลิวไม่ได้สั่นพร่าอย่างที่ชายหนุ่มคาดหวัง ตรงกันข้าม มันเรียบนิ่งและเยียบเย็นราวกับสายน้ำในคืนฤดูหนาว ทว่าความอบอุ่นจากแผงอกกำยำของนายทหารหนุ่มที่แนบชิดอยู่เบื้องหลังในความมืดของกระท่อมสวนหลังบ้าน กลับทำให้บรรยากาศรอบตัวร้อนผ่าวจนแทบหายใจไม่ออก ดวงตาของทั้งคู่เบิกกว้างขึ้นพร้อมกันในความมืด ตั้งแต่เหตุการณ์และจุดทิ้งปมจากตอนที่แล้ว ลู่ถิงไม่เพียงแต่ปฏิเสธที่จะเดินกลับเรือนใหญ่ แต่เขายังถือวิสาสะหิ้วห่อผ้าสัมภาระของตนมาปูฟูกนอนเคียงข้างเตียงไม้ไผ่ของเธอหน้าตาเฉย ด้วยข้ออ้างอันน่าหมั่นไส้ว่า 'เกรงว่าความปลอดภัยของภริยาจะไม่ได้รับ "ที่นี่มืดและเปลี่ยวเกินไป ว่านหลิว... ในฐานะสามี ผมมีหน้าที่ปกป้องคุณ" น้ำเสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมใบหู ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอระหงจนขนอ่อนลุกชัน หลินว่านหลิวเม้มริมฝีปากแน่น สมองอันปราดเปรื่องกำลังคำนวณกลยุทธ์ขับไล่ผู้ชายหน้าด้านคนนี้ออกจากอาณาเขตส่วนตัวของเธออย่างรวดเร็ว ทว่า ก่อนที่เธอจะได้เอachปากสวนกลับ เสียงท้องร้องโกรกกรากของนายทหารผู้เคร่งขรึมก็ดังขึ้นทำลายความตึงเครียดเสียก่อน ลู่ถิงชะงักไปเล็กน้อย ใบพักตร์คมคายที่มักจะเรียบเฉยปรากฏร่องรอยความเก้อเขินจางๆ ในความมืด หลินว่านหลิวแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคู่สวยพราวระยับด้วยประกายเจ้าเล่ห์ "อ๋อ... ที่แท้กองทัพของท่านผู้กอง ก็พ่ายแพ้ให้กับความหิวโหยนี่เอง ถึงได้บุกรุกเข้ามาถึงถิ่นฉัน" "ผมยังไม่ได้ทานอะไรตั้งแต่เย็น..." ลู่ถิงอ้างเสียงอ่อย สภาพของนายทหารผู้เกรียงไกรในคราบหมาเด็กอ้อนเมียช่างน่าเอ็นดูเสียจนคนมองเกือบใจอ่อน แต่หลินว่านหลิวไม่ใช่สะใภ้หัวอ่อนคนเดิม นางคืออดีตนักบริหารสาวผู้กุมชะตาชีวิตตัวเอง "อยากกินเหรอคะ?" เธอยิ้มหวานหยาดเยิ้ม หันกลับมาเผชิญหน้าจนจมูกเกือบชนกัน "คนละโมบที่คิดจะมานอนเฝ้าฉัน ไม่มีสิทธิ์กินอาหารฝีมือฉันหรอกค่ะ เชิญนอนท้องร้องไปจนเช้าเถอะนะคะ" พูดจบ หลินว่านหลิวก็อาศัยจังหวะที่เขากำลังตะลึง พลิกตัวหลบออกจากวงแขนแกร่งแล้วดีดตัวลุกขึ้นยืน นางก้าวเท้าฉับๆ ไปยังมุมห้อง หยิบตะเกียงน้ำมันจุดจนแสงสว่างสีส้มสลัวสาดส่องไปทั่วกระท่อม เผยให้เห็นใบหน้าบึ้งตึงที่พยายามเก็บอาการของสามีหนุ่ม แต่มีหรือที่คนอย่างลู่ถิงจะยอมแพ้ง่ายๆ? นายทหารหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดตัวนางในสามก้าว ดวงตาคมกริบจ้องมองใบพักตร์งดงามที่กำลังถือทัพพีไม้ด้วยแววตาเป็นประกาย คล้ายเด็กน้อยจอมดื้อรั้นที่กำลังรอคอยขนมชิ้นโปรด "ถ้าคุณไม่ยอมทำอะไรให้ผมกิน ผมอาจจะเปลี่ยนใจ... ใช้กำลังทหารยึดครองห้องนี้ทั้งคืนจริงๆ นะครับ" น้ำเสียงนั้นกระซิบต่ำพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของนางเอกสาวกระตุกวูบอย่างไม่ทันตั้งตัว หลินว่านหลิวค้อนขวับให้วงหน้าหล่อเหลานั้นทีหนึ่งอย่างหมั่นไส้ "หน้าไม่อาย!" แม้ปากจะต่อว่า แต่มือเรียวบางก็สะบัดเปิดฝาไหหมักในมิติลับที่นางแอบดึงออกมาวางไว้ตั้งแต่ตอนที่เขาเผลอ กลิ่นหอมกรุ่นของเครื่องเทศสูตรลับเฉพาะตัวพวยพุ่งขึ้นมาทันที ในยุค 80 ที่ข้าวยากหมากแพงและอาหารการกินฝืดเคือง การมีวัตถุดิบชั้นเลิศซ่อนอยู่คือความลับสุดยอด หลินว่านหลิวเลือกหยิบ 'หมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดงซีอิ๊วดำ' ที่นางตุ๋นเก็บไว้ในมิติลับจนเปื่อยนุ่มละลายในปาก ออกมาอุ่นในหม้อดินขนาดเล็ก กลิ่นหอมเย้ายวนของน้ำตาลเคี่ยว ซีอิ๊วชั้นดี และโป๊ยกั๊ก คลุ้งกระจายอบอวลไปทั่วกระท่อมหลังน้อยทันที ลู่ถิงถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก กลิ่นหอมนี้ช่างยั่วยวนจิตใจเสียยิ่งกว่ากลิ่นดินปืนในสมรภูมิรบเสียอีก สายตาของเขาเปลี่ยนจากความดื้อรั้นมาเป็นความเวทนาแกมเว้าวอนทันที "หอมเหลือเกิน..." เขากระซิบเสียงแหบพร่า "หอมก็แค่นั้นแหละค่ะ ของอร่อยแบบนี้มีไว้ให้คนรู้คุณค่า ไม่ใช่หมาป่าห่มหนังแกะที่บุกรุกเข้ามาในยามวิกาลอย่างคุณ" นางตักน้ำแกงราดบนข้าวสวยเม็ดอวบอ้วนร้อนๆ ที่ส่งควันกรุ่น ข้าวสวยร้อนๆ กับหมูสามชั้นสีแดงฉ่ำมันวาว ช่างเป็นภาพที่ทรมานคนมองยิ่งนัก แต่มีหรือที่คนหน้าด้านอย่างลู่ถิงจะยอมถอย? เมื่อเห็นภริยาสาวตักแบ่งใส่ชามสองชุดอย่างใจดี เขาก็ทรุดตัวลงนั่งตรงข้ามทันที ทำทีเป็นคนว่าง่ายและสำนึกผิดรวดเร็วปานพลิกฝ่ามือ "ผมผิดไปแล้วครับ ภริยาโปรดเมตตาเชลยศึกผู้หิวโหยคนนี้ด้วยเถิด" หลินว่านหลิวเกือบจะสำลักน้ำลายตัวเองเมื่อได้ยินคำพูดเลี่ยนหูจากปากสามีผู้เคร่งขรึม นางปรายตาคมกริบมองเขาอย่างจับผิด "จำคำพูดนี้ไว้นะคะผู้กองลู่ ถ้าพรุ่งนี้คุณยังกล้าหาเรื่องกวนใจฉันอีก ชามข้าวนี้จะเปลี่ยนเป็นยาพิษทันทีค่ะ" บรรยากาศในกระท่อมสวนยามดึกเริ่มเปลี่ยนจากความตึงเครียดเป็นความอบอุ่นแปลกประหลาด เสียงตะเกียบกระทบถ้วยกระเบื้องเคลือบดังแผ่วเบาเคล้ากับเสียงลมหายใจสม่ำเสมอ อาหารรสเลิศฝีมือหลินว่านหลิวทำเอาลู่ถิงถึงกับเคลิบเคลิ้มจนลืมความเหนื่อยล้าจากการฝึกทหารไปจนหมดสิ้น รสชาติกลมกล่อม หวานเค็มกำลังดี ละมุนลิ้นจนเขาต้องลอบมองภริยาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความลึกซึ้งและหลงใหล ทว่า ในขณะที่ทั้งสองกำลังดื่มด่ำกับมื้อดึกท่ามกลางความเงียบสงบของยามวิกาลนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่ก็ดังขึ้นที่บริเวณรั้วหน้าสวน พร้อมกับเสียงทุบประตูไม้เสียงดังสนั่นหวั่นไหว ปัง! ปัง! ปัง! "พี่รอง! พี่รองอยู่ในนั้นใช่ไหมคะ! เปิดประตูเดี๋ยวนี้เลยนะ!" เสียงแหลมสูงคุ้นหูของ 'ลู่เม่ย' น้องสาวสามีผู้เอาแต่ใจ ดังแทรกความเงียบขึ้นมา ตามมาด้วยเสียงโวยวายของแม่สามีจอมเคี่ยวที่ตะโกนด่าทอข้ามรั้วเข้ามา ดวงตาของลู่ถิงหรี่แคบลงทันที ความหงุดหงิดฉายชัดบนใบหน้าคมคายเมื่อถูกขัดจังหวะเวลาสวีทกับภรรยา ส่วนหลินว่านหลิวกลับวางตะเกียบลงช้าๆ มุมปากยกยิ้มเย็นเยียบขึ้นมาทันที นางหันไปสบตากับสามีด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความท้าทาย "ดูเหมือนว่า... แขกยามวิกาลตัวจริงเสียงจริง มาเคาะประตูต้อนรับเราแล้วนะคะผู้กองลู่" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามความแซ่บนี้ร่วมกันนะคะ! — ดัชเชสโพดำ
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมียตัวร้ายยุค 80 ขอหย่าแล้วไปรวย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%