เมียตัวร้ายยุค 80 ขอหย่าแล้วไปรวย•ตอนที่ 28

มื้อค่ำที่เปลี่ยนใจเสือร้าย

ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
“ถ้าผู้กองลู่ยังคิดจะยืนทำหน้าถมึงทึงเป็นยักษ์วัดแจ้งเฝ้าประตูบ้านฉันอยู่แบบนั้น เกรงว่าน้ำซุปเห็ดหอมรสเลิศหม้อนี้ คงต้องยกให้สุนัขข้างบ้านกินแทนคนเสียแล้วล่ะค่ะ” เสียงหวานใสแต่เฉียบคมราายใบมีดโกนอาบน้ำผึ้งดังขึ้น ทะลุผ่านความมืดสลัวยามวิกาลของห้องครัวแคบ ๆ ในบ้านพักข้าราชการทหาร หลินว่านหลิวไม่ได้สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อยกับการปรากฏตัวอย่างไร้ซุ่มเสียงของแขกยามวิกาลผู้เป็นสามีในนาม ดวงตากลมโตคู่สวยยังคงจดจ่ออยู่กับการควบคุมไฟเตาถ่าน ร่างระหงในชุดเสื้อผ้าเนื้อดีขยับตัวอย่างคล่องแคล่ว มือเรียวบางตวัดตะหลิวผัดหมูในกระทะเหล็กหล่อจนเกิดเสียงกระทบกันดัง *ฉ่า* ชวนน้ำลายสอ ลู่ถิงเฟิง นายทหารหนุ่มอนาคตไกลผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเด็ดขาดและวินัยเหล็กไหล ชะงักฝีเท้าที่ก้าวล้ำเข้ามาในครัว บรรยากาศรอบตัวเขาเต็มไปด้วยไอเย็นและความระแวดระวังจากภารกิจลับ ทว่าเมื่อกลิ่นหอมกรุ่นของเนื้อหมูหมักซอสสูตรพิเศษเคล้าด้วยความเผ็ดร้อนกำลังดีของพริกหยวกสด และกลิ่นหอมละมุนลึกล้ำของเห็ดหอมป่าชั้นดีลอยเข้าปะทะนาสิก... สติสัมปชัญญะที่ถูกฝึกฝนมาอย่างดีเยี่ยมของพันตรีหนุ่มกลับสั่นคลอนอย่างรุนแรง เขากวาดสายตาคมกริบสำรวจภรรยาที่ครั้งหนึ่งเขาเคยคิดว่านางเป็นเพียงตัวภาระและตัวร้ายไร้ยางอาย ทว่าเวลานี้ ว่านหลิวกลับดูงดงามเปล่งปลั่ง ผิวพรรณผุดผ่องราวกับสตรีสูงศักดิ์ในห้องหอ ทั้งที่นางเพิ่งผ่านศึกหนักในการตบหน้าแม่สามีจอมเคี่ยวจนหน้าหงายและสร้างเนื้อสร้างตัวในตลาดมืดจนเงินสดล้นกระเป๋า “ดึกดื่นค่ำคืนเช่นนี้ เหตุใดเจ้ายังไม่นอน มายืนทำอาหารอะไรอยู่ในครัวคนเดียวอันตรายรู้บ้างไหม” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น เจือแววห่วงใยที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีเคร่งขรึม ว่านหลิวแค่นหัวเราะในลำคอเบา ๆ นางตักผัดหมูพริกหยวกสีสันน่ารับประทานใส่จานกระเบื้องเคลือบอย่างประณีต ก่อนจะหันกลับมาสบตาเขาตรง ๆ รอยยิ้มเย้ายวนถูกจุดขึ้นที่มุมปากอิ่ม “อันตรายหรือคะ? หรือกลัวว่ากลิ่นอาหารฝีมือฉันจะไปยั่วยวนให้เสือร้ายแถวนี้ตบะแตกเสียก่อนล่ะ ผู้กองลู่... คนที่น่ากลัวที่สุดในรัศมีสามกิโลเมตรนี้ ดูเหมือนจะไม่ใช่โจรย่องเบาที่ไหน แต่เป็นสามีที่ชอบกลับบ้านผิดเวลาอย่างคุณต่างหากค่ะ” ลู่ถิงเฟิงนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ หัวใจที่ด้านชาในสนามรบกลับเต้นกระหน่ำผิดจังหวะยามเมื่อสบเข้ากับดวงตาพราวระยับของภรรยา กลิ่นหอมเย้ายวนของอาหารตรงหน้ากับเรือนร่างหอมกรุ่นที่ยืนอยู่ใกล้แค่เอื้อม กำลังกัดกร่อนเกราะป้องกันอันแข็งแกร่งของนายทหารหนุ่มทีละน้อย เขาไม่ใช่คนโง่ เขารู้ดีว่าความสัมพันธ์ระหว่างเขากับว่านหลิวมาถึงจุดเปลี่ยน และเขาก็เป็นฝ่ายที่ ‘อยากเปลี่ยน’ มันมากที่สุดเสียด้วย “ว่านหลิว... ฉัน...” ลู่ถิงเฟิงก้าวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกก้าว สัญชาตญาณความเป็นนักล่าถูกแทนที่ด้วยความหิวกระหายในตัวตนของหญิงสาว มือหนาที่ผ่านการถืออาวุธมาโชกโชนยื่นออกหมายจะคว้าข้อมือเรียว แต่นางกลับถอยหลังหลบหนึ่งก้าวอย่างรู้ทัน พร้อมกับส่งชามซุปเห็ดหอมควันกรุ่นยื่นไปตรงหน้าเขาแทน “อย่าเพิ่งพูดพร่ำทำเพลงตอนท้องยังว่างเลยค่ะผู้กอง ชิมเสียก่อน... แล้วค่อยบอกฉันว่า คุณยังมีความกล้าพอที่จะเอ่ยปากขอ ‘หย่า’ กับฉันอยู่อีกหรือไม่” น้ำเสียงท้าทายนั้นทำให้ลู่ถิงเฟิงต้องยอมรับชามซุปมาถือไว้โดยละสายตาจากใบงดงามไม่ได้ ปลายนิ้วสัมผัสไออุ่นจากชามเซรามิก ขณะที่ดวงตาคมกริบมองสำรวจน้ำซุปสีอำพันใสที่มีเห็ดหอมดอกโตลอยอยู่ภายใน เมื่อเขาตักน้ำซุปเข้าปาก รสชาติกลมกล่อม หอมหวานล้ำลึก ละมุนละไมจนแทบละลายในปากก็กระจายไปทั่วโพรงปาก ความเหนื่อยล้าจากการฝึกและงานราชการที่สะสมมานานนับแรมเดือนราวกับถูกชะล้างหายไปในพริบตาเดียว ตามมาด้วยการคีบเส้นหมี่ผัดพริกหยวกเข้าปาก เส้นเหนียวนุ่มกำลังดีเคลือบซอสเข้มข้น รสเผ็ดร้อนนิด ๆ ตัดกับความหวานของเนื้อหมูหมักนุ่มลิ้น มันคือรสชาติที่เหนือกว่าอาหารในโรงอาหารค่ายทหาร หรือแม้กระทั่งภัตตาคารหรูในเมืองหลวงหลายเท่าตัว! ลู่ถิงเฟิงเคี้ยวอย่างช้า ๆ ความเย็นชาในแววตาของเสือร้ายค่อย ๆ มลายหายไป ถูกแทนที่ด้วยประกายความคลั่งไคล้อันร้อนแรง เขาเงยหน้าขึ้นมองภรรยาด้วยความรู้สึกที่บรรยายเป็นคำพูดไม่ได้ ชายหนุ่มผู้ไม่เคยสยบให้ใคร กลับพ่ายแพ้ให้กับกับดักความอร่อยและเสน่ห์อันล้นเหลือของภรรยาตัวเองอย่างราบคาบ “อร่อย...” เขาเอ่ยเสียงพร่า ดวงตาคมจ้องมองนางไม่วางตา “อร่อยจน... ฉันไม่อยากไปไหนอีกเลย” ว่านหลิวเลิกคิ้วขึ้นอย่างนึกขัน รอยยิ้มพึงพอใจปรากฏบนใบหน้าสวย นางยื่นมือไปดึงชามซุปกลับมาวางบนโต๊ะ ก่อนจะโน้มใบเข้าไปใกล้เขา จนลู่ถิงเฟิงต้องกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ กลิ่นกายหอมหวานเฉพาะตัวของนางทำให้สติของนายทหารหนุ่มแทบกระเจิง “ปากหวานเสียจริงนะคะผู้กอง... แต่ถ้าคิดว่าจะใช้มื้อมื้อนี้มากลบเกลื่อนเรื่องยุ่ง ๆ ที่คุณไปก่อไว้ข้างนอกล่ะก็ ฝันไปเถอะค่ะ” นางกระซิบชิดริมฝีปากของเขา น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์ “ทานให้เสร็จ แล้วเราค่อยมาคุยกันว่า... คุณจะเอาข้อเสนออะไรมาแลกกับการได้กินฝีมือฉันไปตลอดชีวิต” ลู่ถิงเฟิงกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความแข็งกร้าวทั้งหมดของเขาถูกหลอมละลายจนกลายเป็นเพียงลูกไล่ที่ยอมจำนนต่อผู้เป็นนาย กลายร่างเป็น ‘หมาเด็ก’ ตัวโตที่พร้อมจะทำตามคำสั่งทุกอย่างของภรรยาเพื่อให้ได้อยู่ใกล้ชิดนางนานขึ้นอีกนิด ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังหวานชื่นและเต็มไปด้วยแรงดึงดูดอันตรายระหว่างคนทั้งสอง... *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* เสียงทุบประตูด้านหน้าบ้านพักดังสนั่นหวั่นไหวท่ามกลางความเงียบสงัดยามวิกาล ตามมาด้วยเสียงโวยวายแหลมสูงที่ทั้งคุ้นเคยและน่ารำคาญใจยิ่งนักของแม่สามีจอมเคี่ยว ที่พังประตูเข้ามาพร้อมกับเสียงกรีดร้องลั่น “ลู่ถิงเฟิง! นังสะใภ้ตัวดี! เปิดประตูเดี๋ยวนี้! ฉันรู้ว่าพวกแกแอบกินอะไรกันอยู่ข้างใน! กล้าดียังไงถึงกินกันจนหมดไม่เหลือให้แม่ผู้ให้กำเนิดอย่างฉันเลยเรอะ! วันนี้ฉันจะมาลากคอแกออกไปหย่าให้พ้นตระกูลลู่ซะ!” ดวงตาคมของลู่ถิงเฟิงตวัดวับกลับคืนสู่ความเหี้ยมเกรียมในทันที ทว่าว่านหลิวกลับแย้มยิ้มกว้างอย่างเยือกเย็น นางหันไปหยิบกระทะเหล็กหล่อที่ยังอุ่นอยู่ขึ้นมาถือไว้ในมือ พร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงระรื่นหูที่ทำเอาสามีหนุ่มถึงกับเสียวสันหลังวาบ “ดูท่าทาง... แม่สามีผู้ประเสริฐของคุณจะไม่อยากให้เราได้กินข้าวกันอย่างสงบสุขแล้วล่ะค่ะผู้กอง... เรามาต้อนรับแขกยามวิกาลคนนี้ ด้วย ‘เมนูพิเศษ’ อีกสักชามดีไหมคะ?” ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ผู้แสนน่ารักทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ดัชเชสโพดำ" มาโดยตลอดนะคะ!
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมียตัวร้ายยุค 80 ขอหย่าแล้วไปรวย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%