"คิดจะขนสินค้าล็อตนี้ออกจากตลาดมืดโดยไม่จ่ายค่าคุ้มครองอย่างนั้นหรือวะ หน้าตาก็สะสวยดีนี่แม่นาง... ถ้าไม่อยากเจ็บตัว เอาของพวกนี้ทิ้งไว้แล้วตามพวกพี่ไปหาความสำราญเสียดีๆ!"
เสียงหัวاหัวเราะต่ำทุบด้วยความฮึกเหิมของอันธพาลถิ่นดังสะท้อนก้องตรอกแคบหลังตลาดมืด เมืองซินเฉิง ปลายฤดูใบไม้ร่วงลมหนาวเริ่มกรรโชกแรง แต่บรรยากาศ ณ ที่นี้กลับร้อนระอุด้วยกลิ่นอายของการคุกคาม กล่องไม้สนอัดแน่นด้วยขนมเปี๊ยะไส้ทะลักสูตรพิเศษจากมิติลับ และแป้งสาลีเนื้อเนียนละเอียดเกรดพรีเมียมวางเรียงรายอยู่บนรถเข็นไม้ หลินว่านหลิว (หลินว่านหลิว) ยืนนิ่งสงบ ดวงตาดอกท้อหรี่แคบลงวาววับด้วยประกายความเย็นเยียบ นางไม่ได้แสดงอาการหวาดกลัวแม้แต่น้อย มือเรียวบางลูบไล้แหวนหยกในนิ้วอย่างใจเย็น สมองคำนวณระยะทางและความเป็นไปได้ในการหยิบกระบองไฟฟ้าออกจากซูเปอร์มาร์เก็ตมิติ
แต่ทว่า... นางยังไม่ทันได้ขยับปลายนิ้ว ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อโค้ทสีเขียวขี้ม้าทหารที่เพิ่งก้าวลงจากรถบรรทุกสินค้าก็พุ่งเข้ามาแทรกกลางราวกับพายุหมุน
พลั่ก!
หมัดหนักหน่วงราวกับค้อนเหล็กซัดเข้าที่ปลายคางของหัวหน้านักเลงจนร่างลอยกระเด็นไปกระแทกกับกำแพงอิฐบล็อกเสียงดังสนั่นหวั่นไหว เลือดสดๆ สาดกระเซ็นเคลือบผนังสีเทาหม่น ลู่ถิง (ลู่ถิง) ไม่ปล่อยให้พวกมันตั้งตัว ร่างสูงสง่าเคลื่อนไหวด้วยสัญชาตญาณนักรบเดนตาย ขาเรียวยาวเตะกวาดตัดขาลูกสมุนอีกสองคนจนล้มคว่ำคะมำหงายไปคนละทิศคนละทาง เสียงกระดูกกระทบกันดังกรอบแกรบผสมผสานเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด
"กล้าดียังไง... ถึงใช้สายตาต่ำทรามมองภรรยาของฉัน"
น้ำเสียงของลู่ถิงต่ำทุบ ลึกล้ำ และเย็นเยียบจนน่าขนลุก ดวงตาคมกริบดุจพญาอินทรีวาวโรจน์ด้วยจิตสังหารที่ไม่ได้พบเห็นมานานนับตั้งแต่ปลดประจำการจากแนวหน้า นายทหารหนุ่มรูปงามผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเคร่งครัดและซื่อตรง บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นเทพแห่งสงครามผู้ปกป้องครอบครัวอย่างดุร้าย ร่างกายกำยำภายใต้เครื่องแบบขยับเขยื้อนอย่างคล่องแคล่วว่องไว ทุกหมัด ทุกฝ่ามือ และทุกจังหวะการเตะเข้าจุดตายอย่างแม่นยำ ไม่ถึงสามนาทีด้วยซ้ำ กองโจรตลาดมืดเกือบสิบคนก็นอนโอโอยครวญครางอยู่บนพื้นถนนสกปรก
หลินว่านหลิว (หลินว่านหลิว) มองสามีหนุ่มที่ยืนหอบหายใจเล็กน้อย เม็ดเหงื่อผุดพรายตามกรอบหน้าคมคายและไรผม ทว่าแผ่นหลังกว้างนั้นกลับตั้งตรงสง่างามราวกับกำแพงเหล็กที่ไม่มีวันพังทลาย หัวใจดวงน้อยที่ผ่านโลกมาสองภพชาติกลับเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะ ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านลามเลียไปทั่วทั้งทรวงอกอย่างน่าประหลาด
"ถิงเกอ..." นางเอ่ยเรียกเสียงแผ่วเบา พร้อมกับยื่นผ้าเช็ดหน้าสะอาดสะอ้านออกจากกระเป๋าเสื้อให้เขา
ลู่ถิง (ลู่ถิง) หันกลับมามองภริยา ทันทีที่สบตากับดวงตากลมโตคู่สวย ความดุดันน่าเกรงขามเมื่อครู่ก็มลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความกังวลและแววตาออดอ้อนคล้ายลูกสุนัขตัวโตที่กลัวเจ้านายดุ เขารีบรับผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดคราบเหงื่อและฝุ่นละอองบนมือตนเองอย่างลนลาน กลัวว่าความซกมกเล็กๆ น้อยๆ นี้จะทำให้ภรรยาไม่พอใจ
"ว่านหลิว... เธอไม่ตกใจนะ? พวกมันไม่ได้แตะต้องตัวเธอใช่ไหม?" เสียงทุ้มเอ่ยถามรัวเร็ว มือหนาจับไหล่บางทั้งสองข้างพลิกสำรวจร่องรอยบาดแผลด้วยความห่วงใยสุดหัวใจ ยอมรับเลยว่าวินาทีที่เห็นพวกมันล้อมหน้าล้อมหลังนาง สติสัมปชัญญะของเขาเกือบจะขาดผึ่งลงตรงนั้น
"ฉันไม่เป็นไรค่ะ ฝีมือสามีดีเยี่ยมขนาดนี้ ใครจะกล้าทำอะไรฉันได้ล่ะคะ" หลินว่านหลิว (หลินว่านหลิว) อดยิ้มขำไม่ได้ นางเอื้อมมือไปจัดปกเสื้อโค้ทให้เขาอย่างเบามือ สัมผัสอบอุ่นจากฝ่ามือเรียวทำให้นายทหารหนุ่มนิ่งอึ้ง หัวใจพองโตจนแทบจะระเบิดออกมาจากอก
ทว่า บรรยากาศอันอบอุ่นชวนฝันก็ถูกขัดจังหวะลงด้วยเสียงปรบมือดังแปะๆ จากมุมมืดของตรอก
แปะ แปะ แปะ...
"ช่างเป็นภาพสามีภรรยาที่น่าประทับใจเสียจริง นายทหารหนุ่มอนาคตไกลแห่งกองพลที่สาม กับภรรยาคนสวยผู้สร้างชื่อในตลาดมืด... ไม่นึกเลยว่าเราจะได้พบกันในสถานการณ์เช่นนี้ ลู่ถิง"
เงาร่างสูงโปร่งในชุดสูทสไตล์ตะวันตกก้าวออกมาจากความมืด แสงไฟสลัวจากตะเกียงน้ำมันส่องให้เห็นใบหน้าคมคายที่ประดับด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ดวงตาคมกราบเรียวราวกับสุนัขจิ้งจอกจ้องมองมาที่ทั้งสองคนด้วยประกายความสนใจใคร่รู้ระคนคุกคาม
ลู่ถิง (ลู่ถิง) ก้าวขึ้นมาบังหน้าภริยาโดยอัตโนมัติ ร่างกายตึงเกร็งเตรียมพร้อมปะทะอีกครั้ง ดวงตาหรี่แคบลงเมื่อจำได้ว่าชายผู้นี้คือใคร "ผู้กองเฉิน... คุณมาทำอะไรที่นี่?"
เฉินเฟิง (เฉินเฟิง) หัวเราะในลำคอเบาๆ เขากวาดสายตามองไปยังกล่องสินค้าบนรถเข็น ก่อนจะหยุดอยู่ที่ใบพักสินค้าประทับตราลับของสหกรณ์ "ฉันไม่ได้มาหาเรื่องหรอกน่า... แค่บังเอิญผ่านมาเห็นภรรยาของคุณกำลังทำการค้าครั้งใหญ่โดยไม่มีใบอนุญาตทางการค้าเสรีต่างหากล่ะ ถ้าเรื่องนี้หลุดไปถึงหูคณะกรรมการพรรค... ฉันเกรงว่าอนาคตทหารยศนายmajorของนาย อาจจะต้องจบลงในกองเพลิงนี้นะ ลู่ถิง"
คำพูดนั้นราวกับสายฟ้าฟาดกลางวันแสกๆ หลินว่านหลิว (หลินว่านหลิว) หรี่ตาลงรังสีอำมหิตแผ่ออกมาจากร่างสะใภ้ตัวร้ายทันที นางก้าวออกมาจากด้านหลังสามี เอ่ยด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบแต่ทรงพลังบาดลึก
"ผู้กองเฉินพูดจาเช่นนี้ ระวังลิ้นของคุณจะหลุดออกจากปากโดยไม่รู้ตัวนะคะ... สินค้าพวกนี้มีที่มาที่ไปถูกต้องตามกฎหมายชั่วคราวของเขตทดลองเศรษฐกิจพิเศษ หากคุณกล้ากล่าวหาลอยๆ ระวังจะโดนฟ้องร้องข้อหาหมิ่นประมาทจนหมดอนาคตเสียเอง!"
เฉินเฟิง (เฉินเฟิง) ชะงักไปเล็กน้อย ไม่คิดว่าสะใภ้ทหารบ้านนอกคนนี้จะมีความกล้าหาญและวาจาคมคายถึงเพียงนี้ เขายิ้มมุมปาก ยื่นหน้าเข้าไปใกล้กระซิบเสียงกระเส่า
"ปากเก่งไม่เบานี่... งั้นเรามาลองเดิมพันกันดูไหมล่ะ ว่าระหว่างอนาคตทหารของสามีเธอ กับความลับในซอกหลืบของเธอ... อะไรจะพังก่อนกัน?"
ลู่ถิง (ลู่ถิง) ขบกรามแน่น เส้นเลือดที่ขมับปูดโปน มือหนากำหมัดแน่นจนมีเสียงดังกรอบแกรบ ทว่าก่อนที่นายทหารหนุ่มจะทันได้พุ่งเข้าซัดหน้าไอ้สารเลวผู้นั้น กลิ่นหอมเย้ายวนใจของ "เนื้อตุ๋นพะโล้สมุนไพรจีน" สูตรเด็ดจากมิติลับที่หลินว่านหลิวแอบเปิดฝาหม้อเก็บความร้อนไว้เพื่อเตรียมมื้อค่ำ ก็ลอยฟุ้งกระจายอบอวลไปทั่วทั้งตรอกแคบ กลิ่นหอมของเครื่องเทศตุ๋นเคี่ยวจนเปื่อยนุ่มละลายในปาก ผสมผสานกลิ่นซีอิ๊วดำและน้ำตาลเคี่ยวไหม้อย่างลงตัว ทำเอาทุกคนในบริเวณนั้นถึงกับกลืนน้ำลายเอื้อมมือลูบท้องโดยไม่รู้ตัว
เฉินเฟิง (เฉินเฟิง) ชะงักกึก จมูกฟุดฟิดสูดกลิ่นหอมเย้ายวนนั้นเข้าไปเต็มปอด ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตะลึงงัน
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมลุ้นและติดตามการเดินทางของหลินว่านหลิวมา ณ ที่นี้นะคะ!
เมียตัวร้ายยุค 80 ขอหย่าแล้วไปรวย•ตอนที่ 35
ฝีมือต่อสู้ของนายทหารหนุ่ม
ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมียตัวร้ายยุค 80 ขอหย่าแล้วไปรวย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!