"ฉันไม่ได้ทำ! พวกแกอย่ามาปรักปรำฉันนะ!"
เสียงแหลมสูงของป้าสะใภ้รองดังแหวะทะลุความเงียบสงบยามบ่ายของหลังร้าน 'ว่านหลิวสโตร์' จนผู้คนที่เดินผ่านไปมาต้องหยุดฝีเท้าเหลียวมองด้วยความอยากรู้อยากเห็น ภายในร้านตอนนี้ไม่ได้มีเพียงแค่ลูกค้าประจำที่กำลังเลือกซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค แต่ยังมีร่างของหญิงสูงวัยแต่งกายด้วยเสื้อผ้าเนื้อหยาบแต่ประดับด้วยเข็มกลัดเงินปลอมๆ ยืนค้ำเอวชี้หน้าด่ากราดด้วยใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว
หลินว่านหลิวไม่ได้แสดงอาการตกใจแม้แต่น้อย ร่างระหงในชุดเดรสผ้าฝ้ายทรงสุภาพสีครามเข้มยืนไขว่ห้างพิงเคาน์เตอร์ไม้ขัดมันอย่างสง่างาม ดวงตากลมโตคู่คมกวาดมองผู้มาเยือนทั้งสองคนด้วยรอยยิ้มเย็นชาที่มุมปาก บนโต๊ะตรงหน้าของเธอมีกระดาษแผ่นหนึ่งวางอยู่—มันคือใบเสร็จรับเงินมัดจำค่าจ้างอันธพาลท้องถิ่น และเศษกระดาษห่อลูกอมรสส้มแบรนด์ราคาแพงที่หาซื้อได้เฉพาะในสหกรณ์เมืองใหญ่ ซึ่งตกลงเรี่ยราดอยู่ตรงจุดเกิดเหตุก่อกวนเมื่อวานนี้
"ป้าสะใภ้รองคะ... ฉันยังไม่ได้เอ่ยชื่อใครเลยสักคำ ร้อนตัวเร็วเกินไปหรือเปล่าคะ?" หลินว่านหลิวเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าทรงพลังจนอีกฝ่ายถึงกับสำลักน้ำลายตัวเอง
ข้างกายของป้าสะใภ้รองคือแม่สามีตัวดีที่ยืนหน้าซีดเผือดเป็นไก่ต้ม แม่สามีจอมเคี่ยวพยายามหลบสายตา ไม่กล้าสบตากับสะใภ้ที่นางเคยรังแกและดูถูกมาตลอดหลายปี มือที่เหี่ยวย่นตามวัยบีบเข้าหากันแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวซีด
"ว่านหลิว... แกอย่ามาปรักปรำญาติผู้ใหญ่ของสามีนะ!" แม่สามีเค้นเสียงลอดไรฟันด้วยความหวาดหวั่น แม้จะพยายามทำเสียงแข็งกลบเกลื่อนความผิด แต่เนื้อตัวกลับสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ "แกมันสะใภ้เนรคุณ แต่งเข้าบ้านมาไม่เคยสร้างคุณงามความดี มีแต่จะทำให้ตระกูลลู่เสื่อมเสียชื่อเสียง!"
"ชื่อเสียงหรือคะ?" หลินว่านหลิวหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขันนั้นกลับทำให้บรรยากาศภายในร้านลดอุณหภูมิลดลงหลายองศา "คนที่จ้างอันธพาลมาทุบกระจกหน้าร้าน ขู่กรรโชกทรัพย์ลูกค้า และพยายามเผาโกดังเก็บสินค้าเมื่อคืนก่อน คือใครกันแน่ที่กำลังทำลายตระกูลลู่?"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ลูกค้าในร้านต่างสูดปากด้วยความตกใจกับการเปิดเผยข้อเท็จจริงอันน่าสะพรึงกลัวนี้
เฉินเฟิงที่ยืนอยู่มุมเสาของร้าน ชะงักกึก จมูกฟุดฟิดสูดกลิ่นหอมเย้ายวนของน้ำมันพริกคั่วและเครื่องเทศสูตรลับที่ลอยมาจากหลังครัวเข้าไปเต็มปอด ดวงตาคมกราบของนายทหารหนุ่มเบิกกว้างด้วยความตะลึงงัน ไม่ใช่แค่เพราะความหอมของอาหารที่ภรรยาบรรจงทำเตรียมไว้ แต่เป็นเพราะแววตาเด็ดเดี่ยวและท่าทีราวกับแม่ทัพหญิงในสนามรบของหลินว่านหลิว มันช่างทรงเสน่ห์และเย้ายวนใจจนหัวใจของเขาเต้นรัวผิดจังหวะ ลืมสิ้นซึ่งความโกรธเคืองเรื่องอื่น เหลือเพียงความรู้สึกทึ่งและหลงใหลในตัวหญิงสาวตรงหน้า
"หลักฐานมัดตัวแน่นหนาขนาดนี้แล้ว ยังจะกล้าปฏิเสธอีกหรือคะ" หลินว่านหลิวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเท้าเข้ามาใกล้หญิงสูงวัยทั้งสองทีละก้าวอย่างกดดัน กลิ่นอายความเย่อหยิ่งและทรงอำนาจแผ่ซ่านออกมาจากตัวเธอ จนแม่สามีและป้าสะใภ้ต้องถอยหลังกรูดโดยไม่รู้ตัว "หัวหน้าสถานีตำรวจเขตเรา เป็นสหายร่วมรบของลู่ถิง... พวกท่านคิดว่า ตำรวจจะใช้เวลานานแค่ไหนในการลากคอพวกอันธพาลพวกนั้นมาสารภาพว่าใครเป็น 'ผู้จ่ายเงินก้อนโต'?"
คำว่า 'สถานีตำรวจ' และ 'สหายร่วมรบ' ทำให้ป้าสะใภ้รองถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงไปกองกับพื้น นางโวยวายโหยหวนขึ้นมาทันทีเพื่อเรียกร้องความสงสาร "พี่สะใภ้! ช่วยฉันด้วยสิคะ! ก็พี่เป็นคนบอกเองว่านังเด็กนี่มันกำแหง ร่ำรวยขึ้นมาจนลืมหูลืมตาไม่ได้ ต้องสั่งสอนมันสักหน่อย!"
*ฉ่า...*
คำสารภาพหลุดออกมาจากปากของป้าสะใภ้รองท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคนในร้าน แม่สามีหน้าถอดสี รีบพุ่งเข้าไปตบปากป้าสะใภ้ตัวแสบด้วยความโกรธจัด "นังปากสว่าง! แกพูดอะไรออกมา!"
"หยุดนะ!" เสียงทุ้มต่ำทรงพลังดังขึ้นขัดจังหวะความวุ่นวาย
ลู่ถิงก้าวเท้าออกจากมุมมืด ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารเต็มยศปรากฏกายขึ้นท่ามกลางแสงแดดยามบ่ายที่สาดส่องผ่านกระจกหน้าร้าน ใบหน้าหล่อเหลาเคร่งขรึมไร้รอยยิ้ม ดวงตาสีนิลคมกริบกวาดมองมารดาและญาติผู้ใหญ่ด้วยแววตาที่เย็นเยียบดุจน้ำแข็ง
แม่สามีตัวแข็งทื่อ นางอ้าปากค้างเมื่อเห็นบุตรชายสุดที่รักยืนมองตนด้วยสายตาที่ไร้ซึ่งความเคารพรักดังเช่นเคย มีเพียงความผิดหวังและความว่างเปล่า
"ถิงถิง... ลูกฟังแม่นะ แม่ไม่ได้ตั้งใจ..." แม่สามีรีบคลานเข้าไปหาบุตรชาย หมายจะคว้าชายกางเกงทหารเพื่ออ้อนวอน
แต่ลู่ถิงกลับถอยเท้าหลบอย่างรวดเร็ว ราวกับรังเกียจที่จะให้สัมผัส
"ท่านแม่... ผมเคยเตือนท่านแล้วว่าอย่าลุกล้ำชีวิตของพวกเรา" เสียงของลู่ถิงราบเรียบทว่าบาดลึกถึงขั้วหัวใจ "ในเมื่อท่านเลือกที่จะทำลายล้างครอบครัวของผมด้วยมือของท่านเอง นับจากวันนี้ไป..."
หลินว่านหลิวยืนกอดอกมองภาพเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยรอยยิ้มพึงใจ แววตาคู่สวยฉายแววเจ้าเล่ห์เล็กน้อย เธอหันหลังกลับเพื่อเตรียมเดินเข้าครัวไปตรวจดูความเรียบร้อยของ 'เมนูเด็ด' ที่กำลังเคี่ยวอยู่บนเตาถ่าน เพื่อฉลองความชัยชนะในครั้งนี้
ทว่า ในวินาทีที่เธอกำลังจะก้าวพ้นธรณีประตูห้องครัว เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงเคาะประตูด้านหลังร้านก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน
*ก๊อก ก๊อก ก๊อก*
ร่างของชายแปลกหน้าในชุดสูทสากลสมัยใหม่ สวมแว่นตากลมสีชา ยืนยิ้มระรื่นอยู่เบื้องหลังประตู พร้อมกับยื่นเอกสารสีน้ำตาลซองหนาให้เธอโดยไม่รอให้เอ่ยอนุญาต
"คุณหลินว่านหลิวใช่ไหมครับ? มีคนฝากพัสดุด่วนชิ้นนี้มาให้... จากเมืองหลวงครับ"
หลินว่านหลิวขมวดคิ้วเล็กน้อย เธอรับซองเอกสารมาเปิดดูอย่างระมัดระวัง ทันทีที่กวาดสายตาอ่านข้อความบรรทัดแรกบนกระดาษแผ่นนั้น ดวงตากลมโตก็เบิกกว้างด้วยความตกตะลึง รอยยิ้มมั่นใจเมื่อครู่หายวับไปกับตา เหลือเพียงความเย็นเยียบที่แล่นริ้วขึ้นมาตามสันหลัง
*หมายศาลคำสั่งฟ้องหย่า... และสิทธิ์การครอบครองทรัพย์สินทั้งหมดของ 'ว่านหลิวสโตร์' ถูกโอนย้ายไปยังบุคคลปริศนา*
________________________________________
*ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนการเดินทางของว่านหลิวและพี่ลู่มาจนถึงตอนนี้ค่ะ*
เมียตัวร้ายยุค 80 ขอหย่าแล้วไปรวย•ตอนที่ 36
เปิดโปงผู้อยู่เบื้องหลัง
ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมียตัวร้ายยุค 80 ขอหย่าแล้วไปรวย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!