“จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน! สะใภ้ตระกูลลู่หาเงินได้เป็นกอบเป็นกำจนสร้างบ้านอิฐหลังใหญ่โตได้ แต่ปล่อยให้แม่สามีคนนี้ต้องเดินเท้าตากแดดจนรองเท้าสึกหรออย่างนั้นหรือ! นังตัวดี ออกมาเดี๋ยวนี้!”
เสียงแหลมสูงที่แผดก้องทะลุกรอบหน้าต่างไม้ไผ่เข้ามา ไม่เพียงแต่ทำลายความสงบยามบ่ายของกระท่อมปลายนา หากแต่ยังเรียกสายตาอยากรู้อยากเห็นจากชาวบ้านละแวกใกล้เคียงที่ต่างพากันชะเง้อมอง หลินว่านหลิวที่กำลังง่วนอยู่กับการเคี่ยวซอสพริกสูตรลับในมิติลับซูเปอร์มาร์เก็ต ชะงักมือเล็กน้อย เธอยกหลังมือขึ้นปาดเหงื่อที่ซึมตามไรผม ก่อนจะเหยียดริมฝีปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเยือกเย็นที่ไปไม่ถึงดวงตา
ข่าวสารในยุคทศวรรษที่ 80 นี้แพร่เร็วยิ่งกว่าไฟลามทุ่งเสียอีก เธอกับลู่ถิงเพิ่งจะนำเงินจากการขายสินค้าล็อตแรกไปกว้านซื้ออิฐและปูนมาเตรียมต่อเติมห้องครัวและห้องนอนใหม่ไม่ถึงสองวันดี แม่สามีผู้ไม่เคยเหลียวแลลูกชายคนรองอย่างลู่ถิงและภรรยาตัวร้ายคนนี้เลยแม้แต่น้อย กลับวิ่งโร่มาเคาะประตูถึงถิ่นด้วยความโลภที่พุ่งทะลุปรอท
ว่านหลิววางทัพพีสแตนเลสลง เธอปัดเศษแป้งและกลิ่นอายความล้ำสมัยจากมิติลับออกลวกๆ ก่อนจะก้าวเท้าเดินน่องนิ่งออกไปเผชิญหน้า
“โอ๊ะ ลมอะไรหอบท่านแม่มาไกลถึงนี่ล่ะคะ” ว่านหลิวเปิดประตูผางออกด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ทว่าแววตากลับคมกริบดั่งใบมีดโกนที่ซ่อนอยู่ในกำมะหยี่ “หรือว่าลมโลภจากบ้านใหญ่พัดพามาจนท่านแม่เดินเท้ามาถึงกระท่อมปลายนาที่เคยประกาศตัดขาดกันไปแล้วได้”
“นัง... นังเด็กปากดี!” แม่ถิงหน้าดำคร่ำเครียดด้วยความโกรธจัด สองมือเท้าสะเอว ชุดผ้าฝ้ายเก่าๆ สั่นเทิ้มตามแรงอารมณ์ นางถลึงตาใส่สะใภ้ที่พักหลังมานี้ดูเปล่งปลั่งและงดงามขึ้นจนผิดหูผิดตา ผิวพรรณผุดผ่องราวกับไม่ใช่คนยากจน แถมยังมีข่าวลือหนาหูว่านังนี่ซ่อนเงินไว้เป็นกอบเป็นกำ “ข้าเป็นแม่สามีนะ! เจ้าแต่งเข้าตระกูลลู่ สมบัติทุกชิ้นในบ้านนี้ก็คือของตระกูลลู่ ลู่ถิงส่งเงินเดือนทหารมาให้พวกเราไม่พอ พักหลังเจ้ายังแอบไปค้าขายร่ำรวยลับหลัง รวยอู้ฟู่จนลืมหัวหงอกหัวดำอย่างข้าแล้วหรือไง คายเงินออกมาครึ่งหนึ่งเดี๋ยวนี้! ไม่เช่นนั้นข้าจะประจานความประพฤติชั่วช้าของเจ้าให้คนทั้งคอมมูนได้รู้ซึ้ง!”
คำขู่ที่เต็มไปด้วยความตะกละตะกลามนั้นทำให้ว่านหลิวหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่ใสกระจ่างแต่กลับบาดลึกถึงขั้วหัวใจของคนฟัง
“สมบัติของตระกูลลู่?” ว่านหลิวทวนคำ พลางก้าวเท้าก้าวหนึ่งออกไปยืนขวางประตูกั้นอาณาเขตอย่างสง่างาม “ท่านแม่ความจำเสื่อมไปแล้วกระมังคะ ตอนที่พวกเราถูกขับไล่ให้มาอยู่กระท่อมผุๆ พังๆ หลังนี้ พร้อมกับข้าวสารกร้านแดดแค่ครึ่งถัง ท่านเป็นคนประกาศเองมิใช่หรือคะว่า... สองสามีภรรยาคู่นี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับบ้านใหญ่ตระกูลลู่อีกต่อไป ตายไปก็ไม่ต้องเอาศพเข้าสุสานตระกูล! แล้วไฉนวันนี้ ลมหายใจของท่านถึงได้หนาหน้ามาทวงสิทธิ์ความเป็นแม่สามีเอาป่านนี้เล่าคะ?”
“นั่นมัน... มันเป็นเรื่องในอดีต!” แม่ถิงสะดุ้งวาบด้วยความจนมุม แต่ยังคงเชิดหน้าเถียงเสียงแข็ง “อย่างไรเสียสายเลือดก็ตัดไม่ขาด ลู่ถิงเป็นลูกชายข้า เจ้าเป็นสะใภ้ข้า เงินที่หามาได้ก็ต้องส่งให้บ้านใหญ่จัดการ!”
“น่าขันสิ้นดีค่ะ” ว่านหลิวหรี่ตามองร่างท้วมที่ยืนหายใจหอบฮักด้วยความเหนื่อยอ่อนและโมโห “เงินที่ขหามาได้ด้วยหยาดเหงื่อแรงงาน แลกมาด้วยการอดหลับอดนอน ค้าขายอย่างสุจริต เหตุใดต้องเอาไปจุนเจือคนหน้าเลือดที่วันๆ เอาแต่นั่งรอแบมือขอส่วนบุญ บ้านใหญ่ของท่านมีลูกชายคนโตอย่างลู่เฉียงคอยปรนนิบัติอยู่มิใช่หรือคะ ไฉนไม่ไปรีดไถเขาเล่า หรือว่า... เพราะพี่ใหญ่ของสามีฉันมันเล่นการพนันจนเป็นหนี้หัวโต ท่านถึงต้องวิ่งมาปล้นเงินจากสะใภ้คนรองที่พวกท่านเคยเหยียบย่ำเหมือนก้อนกรวดกันแน่?”
“เจ้า!... นังสารเลว กล้าดียังไงมาว่าพี่ชายของสามีเจ้าแบบนั้น!” แม่ถิงโกรจนหน้าเขียวคล้ำ นางพุ่งเข้าหาหมายจะตบสั่งสอนสะใภ้ปากกล้าให้หลาบจำ
ทว่า... หลินว่านหลิวหาใช่คนเดิมที่ยอมให้ใครมารังแกอีกต่อไป ร่างระหงขยับหลบอย่างว่องไวราวกับปลาไหล พร้อมกับยื่นขาออกไปสะกิดข้อเท้าของแม่สามีที่พุ่งตัวมาอย่างขาดสติเพียงเล็กน้อย
*ตุ้บ!*
เสียงร่างท้วมของแม่ถิงล้มคะมำลงไปกองกับพื้นดินคลุกฝุ่นอย่างไม่เป็นท่า ความเจ็บแปล๊บที่หัวเข่าและฝ่ามือทำให้คนแก่ส่งเสียงร้องโหยหวนออกมาทันที “โอ๊ย! นังตัวดี! นังสะใภ้อัปรีย์! เจ้ากล้าทำร้ายแม่สามีรึ! ใครก็ได้มาดูเร็วกระดูกแก, คนอกตัญญูจะฆ่าแม่สามีแล้ว!”
เสียงโวยวายโหยหวนดังลั่นทุ่ง เรียกให้ชาวบ้านที่ยืนมุงดูอยู่ไกลๆ เริ่มเดินเข้ามาใกล้ด้วยความอยากรู้อยากเห็น แม่ถิงคิดจะใช้มารยาเรียกร้องความสงสารและกดดันให้หลินว่านหลิวอับอายจนต้องยอมควักเงินออกมาเพื่อรักษาชื่อเสียง
ทว่า หลินว่านหลิวกลับไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย เธอยืนกอดอกมองภาพนั้นด้วยแววตาเหยียดหยาม ไร้ซึ่งความเห็นใจ ร่างบางเอ่ยด้วยน้ำเสียงดังกังวานจนทุกคนรอบบริเวณได้ยินชัดเจน
“ท่านแม่คะ โปรดสำรวมกิริยาด้วยค่ะ พื้นดินตรงนี้เป็นกรรมสิทธิ์ที่สามีฉันซื้อมาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ท่านบุกรุกเข้ามาส่งเสียงโวยวาย ขู่กรรโชกทรัพย์ และยังแกล้งล้มลงไถไสพลองเพื่อใส่ร้ายป้ายสีฉัน หากท่านยังไม่หยุดสร้างความวุ่นวาย ฉันจะไปตามหัวหน้าคอมมูนมาตัดสินความ และให้ตำรวจมาจับข้อหาบุกรุกและรีดไถทรัพย์สิน... ท่านคิดว่าหน้าตาของตระกูลลู่จะเหลือให้เอาไปไว้ที่ไหนคะ?”
คำขู่ที่เฉียบขาดและเต็มไปด้วยข้อกฎหมาย ทำให้แม่ถิงที่กำลังนอนโอ๊ยๆ อยู่ถึงกับชะงักกึก นางเงยหน้าขึ้นมองสะใภ้ด้วยแววตาดำมืดเต็มไปด้วยความหวาดกลัว นางไม่คิดว่านังเด็กบ้านนอกคนนี้จะกล้าเอาตำรวจและหัวหน้าคอมมูนมาขู่ตนจริงๆ
บรรยากาศรอบตัวเริ่มตึงเครียด ผู้คนเริ่มซุบซิบนินทาถึงความโลภของแม่ถิงที่เดินทางมาไกลเพื่อไถเงินลูกชายคนที่ตนเคยตัดหางปล่อยวัด ทว่าในจังหวะที่เกมกำลังตกเป็นของหลินว่านหลิวอย่างเบ็ดเสร็จนั้นเอง...
กลิ่นหอมหวลอันเป็นเอกลักษณ์ของเครื่องเทศคั่วใหม่ ทั้งพริกแห้ง กระเทียมเจียว และน้ำมันงา ก็โชยลอยมาตามสายลมยามบ่าย เป็นกลิ่นที่หอมเย้ายวนจนกระตุ้นต่อมน้ำลายของทุกคนในรัศมีร้อยเมตรให้ทำงานอย่างบ้าคลั่ง
ชาวบ้านที่ยืนมุงอยู่ต่างสูดปากกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก กลิ่นนี้ช่างหอมลึกล้ำ ชวนให้หิวโหยจนท้องร้องโครกคราก แม้แต่แม่ถิงที่กำลังล้มลุกคลุกคลานอยู่บนพื้นก็ยังเผลอหยุดชะงัก หันขวับไปมองยังทิศทางของห้องครัวเล็กๆ ที่เปิดโล่ง
ในขณะที่ทุกคนกำลังเคลิบเคลิ้มไปกับกลิ่นหอมเย้ายวนใจนั้น เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งก็ดังแทรกเข้ามาจากทางเดินดินลูกรัง
“เกิดอะไรขึ้นที่นี่?”
น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจที่เต็มไปด้วยความเย็นชาและคุกรุ่นด้วยโทสะดังขึ้น ลู่ถิงในชุดเสื้อกล้ามทหารเผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อสมส่วนและหยาดเหงื่อจากการฝึกซ้อมและขนอิฐ เดินสาวเท้าย่างสามขุมเข้ามาด้วยใบหน้าคมเข้มที่บึ้งตึงดั่งพญาอินทรี นัยน์ตาคมกริบกวาดมองมารดาที่นั่งกองอยู่กับพื้นสลับกับภรรยาตัวน้อยของตน
ทว่า สิ่งที่ทำให้ทุกคนต้องผงะและหยุดหายใจ ไม่ใช่สายตาดุดันของนายทหารหนุ่ม... แต่เป็นเงาร่างของชายแปลกหน้าอีกคนหนึ่งที่ก้าวตามหลังลู่ถิงมาติดๆ ชายผู้สวมเสื้อแจ็กเก็ตสไตล์ตะวันตกราคาแพง ใบหน้าคมคายประดับด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ และในมือถือกระเป๋าเอกสารหนังแท้—บุคคลที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะปรากฏตัวขึ้น ณ กระท่อมปลายนาแห่งนี้!
"สวัสดีครับ คุณสะใภ้ลู่... ผมได้รับรายงานว่า สินค้าล็อตใหม่ของคุณพร้อมส่งออกตลาดมืดเมืองหลวงแล้วใช่ไหมครับ?"
(โปรดติดตามตอนต่อไป)
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของดัชเชสโพดำมาโดยตลอดนะคะ
เมียตัวร้ายยุค 80 ขอหย่าแล้วไปรวย•ตอนที่ 18
แม่สามีหน้าเงินบุกมาทวงส่วนแบ่ง
ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมียตัวร้ายยุค 80 ขอหย่าแล้วไปรวย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!