เมียตัวร้ายยุค 80 ขอหย่าแล้วไปรวย•ตอนที่ 17

เงินทองไหลมาเทมา

ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
"ถ้าป้ายังยืนยันจะเหมาหมั่นโถوไส้หมูสับลอตนี้ไปทั้งหมดเกลี้ยงตะกร้าโดยไม่เผื่อแผ่บ้านอื่น เกรงว่าพรุ่งนี้เช้า ทางเราคงต้องขอปรับขึ้นราคาส่งอีกสองเท่าตัวนะคะ... เพราะค่าเหนื่อยในการนวดแป้งจนไหล่แทบหลุดของฉัน มันมีต้นทุนที่ประเมินค่าไม่ได้ค่ะ" เสียงหัวเราะใสกระจ่างแต่เฉียบคมราคมมีดโกนของหลินว่านหลิว ดังแทรกเสียงจอแจของตลาดมืดตำบลหง싱ในยามพลบค่ำ เรียกเสียงฮือฮาจากบรรดาแม่ค้าและชาวบ้านที่เบียดเสียดกันเข้ามามุงดูอย่างเนืองแน่น ตะกร้าไม้ไผ่ใบใหญ่สามใบที่เพิ่งยกมาวางไม่ถึงครึ่งชั่วยาม บัดนี้ว่างเปล่าไร้เงาแป้งขาวๆ เสียแล้ว เหลือเพียงเศษกระดาษห่อและเหรียญเงินที่ถูกกองสุมไว้ในถุงผ้าดิบจนหนักอึ้ง ป้าซุน หญิงร่างท้วมผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเคี่ยวเข็ญในตลาด ถึงกับหน้าเจื่อนลงถนัดตา นางอ้าปากพะงาบๆ จะต่อรองราคาเหมือนเคย แต่พอสบเข้ากับดวงตากลมโตเป็นประกายราวกับมองทะลุปรุโปร่งทุกเล่ห์กลของอีกฝ่าย นางก็ทำได้แค่กลืนน้ำลายลงคอแล้วยอมควักกระเป๋าจ่ายเงินสดตามจำนวนที่หลินว่านหลิวตั้งไว้แต่โดยดี ไม่มีใครกล้าต่อปากต่อคำกับสะใภ้ตระกูลลู่นางนี้อีกแล้วในยามนี้ เพราะนอกจากฝีมือการทำอาหารของนางจะอร่อยล้ำจนต่อมรับรสของทุกคนสั่นสะท้าน สินค้าแต่ละอย่างที่นางหิ้วข้ามมิติมาจากซูเปอร์มาร์เก็ตอเนกประสงค์ในใจ ก็ล้วนแต่เป็นของหายากและคุณภาพเยี่ยมยอดที่หาไม่ได้จากที่ไหนในยุคแปดศูนย์นี้ทั้งสิ้น ยอดขายพุ่งกระฉูดจนน่าตกใจ! กำไรก้อนโตที่ทยอยเข้ากระเป๋าในแต่ละวัน ไม่ได้เป็นเพียงแค่ตัวเลขบนกระดาษ แต่มันคือความมั่นคง เป็นอิสระ และเป็นตั๋วทองที่จะนำพาให้นางหลุดพ้นจากพันธนาการเดิมๆ ได้อย่างสง่างาม หลินว่านหลิวกวาดเหรียญเงินและธนบัตรยับยู่ยี่ลงในถุงผ้าใบหนาด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ กลิ่นหอมจางๆ ของแป้งสาลีและกลิ่นอายของความมั่งคั่งลอยอบอวลอยู่รอบตัว นางสูดลมหายใจเข้าลึก1ครั้ง ปลดปล่อยความเหนื่อยล้าจากการยืนหน้าเตาฟืนมาค่อนวันให้จางหายไปกับสายลมเย็นยามค่ำคืน "กลับกันเถอะค่ะพี่ถิง วันนี้เราปิดร้านเร็วกว่ากำหนดได้เสียที" นางเอ่ยปากพลางหันไปมองสามีหนุ่มที่ยืนตระหง่านคุมเชิงอยู่ด้านหลัง ลู่ถิงในชุดเสื้อทหารสีเขียวเข้มพับแขนเสื้อขึ้นจนเห็นมัดกล้ามเนื้อทรงพลัง เขาทำหน้าที่เป็นทั้งองครักษ์พิทักษ์ความปลอดภัยและแรงงานแบกหามชั้นยอด ดวงตาคมกริบคู่นั้นมองภรรยาคนสวยด้วยประกายระยิบระยับที่เจือความคลั่งไคล้อย่างปิดไม่มิด ตั้งแต่ภรรยาตัวน้อยลุกขึ้นมาปฏิวัติตัวเองและสร้างเนื้อสร้างตัว เขาก็แทบจะกลายเป็นเงาตามตัวคอยตามใจนางทุกอย่างราวกับไข่ในหิน ชายหนุ่มไม่เอ่ยคำใดนอกจากพยักหน้ารับ มือหนาเอื้อมไปคว้าตะกร้าไม้ไผ่เปล่าและถุงเงินหนักอึ้งมาสะพายไว้บนบ่ากว้างอย่างคล่องแคล่ว ก่อนจะก้าวเข้ามาใกล้แล้วใช้มืออีกข้างโอบประคองเอวบางของภรรยาให้เดินเลี่ยงหลบฝูงชนที่ยังคงมองตามด้วยความอิจฉาริษยา สองสามีภรรยาเดินเคียงคู่กันไปตามทางดินลูกรังมุ่งหน้ากลับบ้านตระกูลลู่ แสงจันทร์สาดส่องลงมาทาบทับเงาร่างของทั้งสองให้ทาบติดกันยาวเหยียด บรรยากาศเงียบสงบยามค่ำคืนไม่ได้น่าเบื่ออีกต่อไปเมื่อในกระเป๋ามีเสียงเหรียญกระทบกันกรุ๊งกริ๊งเป็นดนตรีขับกล่อม "วันนี้เหนื่อยมากไหมคะ?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามทำลายความเงียบขึ้นมาเบื้องล่าง ดวงตาคมมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของภรรยาที่ต้องแสงจันทร์จนดูนวลเนียนราวกับหยกสลัก "เหนื่อยค่ะ แต่ก็คุ้มค่ามากนะคะพี่ถิง" หลินว่านหลิวแย้มยิ้มกว้าง ดวงตาเป็นประกายระยับยามคำนวณตัวเลขกำไรในใจ "เงินที่เราได้จากตลาดมืดในสัปดาห์นี้... มากพอที่จะทำให้เราทำตามแผนการใหญ่ได้แล้วล่ะค่ะ" แผนการใหญ่ที่ว่า ไม่ใช่แค่การต่อเติมห้องครัวหรือซื้อเนื้อสัตว์ชั้นดีมาบำรุง,แต่เป็นเป้าหมายสำคัญที่นางประกาศไว้กับตัวเองตั้งแต่วันแรกที่ก้าวเข้ามาอยู่ในร่างนี้ ครู่ใหญ่ต่อมา ทั้งคู่ก็เดินมาถึงหน้าบ้านตระกูลลู่ แต่ทว่า... บรรยากาศรอบรั้วบ้านกลับไม่ได้เงียบสงบเหมือนทุกวัน แสงไฟจากตะเกียงน้ำมันก๊าดส่องสว่างวับแวม เสียงโวยวายแหลมสูงคุ้นหูกำลังดังแว่วออกมาจากห้องโถงใหญ่ "นังตัวดีนั่นมันหายหัวไปไหนตั้งแต่เช้า! ปล่อยให้ฉันกับน้องสะใภ้ต้องมานั่งหลังขดหลังแข็งกวาดลานบ้าน ถอนหญ้าในแปลงผักจนมือพองไปหมด! สะใภ้ประสาอะไรกัน ถึงเวลาต้องปรนนิบัติบ้านสามีกลับทำตัวระเหิดระเหินไม่รู้จักหน้าที่!" เสียงแหลมตวาดแปร่งๆ ของแม่สามีจอมเคี่ยว (แม่ถิง) ดังลั่นทะลุประตูไม้เก่าๆ ออกมาจนคนฟังต้องขมวดคิ้วมุ่น ลู่ถิงชะงักฝีเท้า ใบหน้าหล่อเหลาเคร่งขรึมลงทันตาเห็น รังสีความเย็นชาแผ่ซ่านออกมาจากร่างหนาราวกับน้ำแข็งขั้วโลก เขากำหมัดแน่นโดยสัญชาตญาณเมื่อได้ยินเสียงมารดาบังเกิดเกล้าแผדเสียงด่าทภรรยาของตนด้วยถ้อยคำรุนแรงเช่นนั้น ทว่า หลินว่านหลิวกลับยกย่องมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเยาะหยัน ดวงตาคู่สวยฉายแววเจ้าเล่ห์พราวระยับ นางเอื้อมมือเรียวไปแตะเบาๆ ที่ท่อนแขนแกร่งของสามี เป็นเชิงส่งสัญญาณให้อดทนรอรอดูละครฉากใหญ่ที่นางกำลังจะกำกับด้วยตัวเอง "ใจเย็นๆ สิคะพี่ถิง... คนแก่ที่ชอบหาเรื่องใส่ตัวแบบนั้น ปล่อยให้เห่าไปก่อนเถอะค่ะ" นางกระซิบเสียงหวานข้างหูชายหนุ่ม "วันนี้เราไม่ได้กลับมามือเปล่าเสียหน่อย การตบหน้าคนปากจัดด้วยความร่ำรวย... มันสะใจกว่าการใช้กำลังตั้งเยอะนะคะ" ว่าแล้ว หลินว่านหลิวก็ผลักประตูรั้วไม้ให้เปิดออกเสียงดังเอี๊ยดอาด ก้าวเท้าฉับๆ เข้าไปในลานบ้านด้วยท่าทีสง่างามราวกับนางพญาผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จในมือ ขณะที่ลู่ถิงเดินตามหลังมาติดๆ พร้อมกับสะพายถุงเงินหนักอึ้งและจักรยานเหล็กกล้าคันใหม่เอี่ยมป้ายแดงที่เพิ่งแอบไปติดต่อซื้อขายและลากออกจากมิติซูเปอร์มาร์เก็ตมาสดๆ ร้อนๆ ซ่อนไว้หลังพุ่มไม้ก่อนเข้าบ้าน! เสียงล้อจักรยานเอี๊ยดอาดและเสียงเหรียญกระทบกันในถุงผ้าดังชัดเจนท่ามกลางความเงียบ ทำให้เสียงโวยวายของแม่สามีชะงักกึกทันที ทุกสายตาในห้องโถงหันขวับมามองผู้มาใหม่เป็นตาเดียว แม่สามีอ้าปากค้าง ดวงตาฝ้าฟางเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง เมื่อเห็นสะใภ้ตัวร้ายที่นางเพิ่งด่าทอไปหมาดๆ เดินเชิดหน้าเข้ามาด้วยชุดผ้าเนื้อดีสีสะอาดสะอ้าน และที่สะดุดตาที่สุดคือ... จักรยานยนต์เหล็กกล้าสีดำเงางามป้ายแดง ที่ลู่ถิงกำลังจูงเข้ามาจอดเด่นสง่าอยู่กลางลานบ้าน! "นะ... นั่นมัน... จักรยาน?! แกไปเอาเงินมาจากไหนถึงซื้อของแพงขนาดนี้ได้?!" แม่สามีลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ ชี้หน้าหลินว่านหลิวด้วยความตกใจแกมโลภโลภจนตัวสั่นเทา หลินว่านหลิวหัวเราะในลำคอเบาๆ นางก้าวเข้าไปยืนเผชิญหน้ากับแม่สามีผู้เอาแต่ใจ ก่อนจะหยิบถุงผ้าดิบหนักอึ้งจากมือสามีมาถือไว้ แล้วเทกองธนบัตรและเหรียญเงินสดจำนวนมหาศาลลงบนโต๊ะไม้กลางห้องโถงเสียงดัง *ตุ้บ!* เงินสดกองโตส่งประกายวาววับสะท้อนแสงตะเกียงจนแสบตา ทุกคนในบ้านตระกูลลู่ต่างสูดปากเฮือกใหญ่ด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด "เงินนี่เหรอคะ? ก็ได้มาจากน้ำพักน้ำแรงของฉันกับพี่ถิงที่ช่วยกันทำมาหากินอย่างไรล่ะคะคุณแม่..." หลินว่านหลิวเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เชือดเฉือนทุกพยางค์ "อ้อ... แล้วก็ต้องขอบคุณคำด่าทอและคำดูถูกสารพัดของคุณแม่ด้วยนะคะ ที่ทำให้ฉันมีแรงฮึดสู้จนสามารถหาเงินมากองตรงนี้ได้... มากพอที่จะซื้อจักรยานใหม่ป้ายแดง และมากพอที่จะ... แยกบ้านออกไปตั้งเนื้อตั้งตัวกันเองสองคนผัวเมียในเร็วๆ นี้ค่ะ!" สิ้นคำพูดนั้น บรรยากาศภายในห้องโถงก็เงียบสนิทลงราวกับป่าช้า แม่สามีหน้าซีดเผือดเป็นไก่ต้ม ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีดจนแทบลมจับ ส่วนลู่ถิงก้าวเข้ามาโอบเอวภรรยาไว้แน่น สายตาคมกريบมองมารดาด้วยแววตาเด็ดเดี่ยวไร้เยื่อใย นางเอกสาวแย้มยิ้มหวานหยด ยื่นมือไปแตะกองเงินตรงหน้าเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาแม่สามีที่กำลังตัวสั่นเทาด้วยความโกรธและเสียดายทรัพย์ แต่ทว่า... ในวินาทีที่ทุกคนกำลังอึ้งงัดกับความมั่งคั่งก้อนโตนั้นเอง จู่ๆ เสียงเคาะประตูกระแทกกระทั้นจากด้านนอกบ้านก็ดังขึ้นอย่างรุนแรง พร้อมกับเสียงตะโกนกระหึ่มด้วยความตกใจกลัวของเพื่อนบ้านที่วิ่งหน้าตื่นเข้ามาในรั้วบ้าน! "คุณลู่! คุณหลิน! แย่แล้ว! เจ้าหน้าที่กรมการค้าและสารวัตรทหารกำลังบุกมาที่บ้านหลังนี้ พวกเขารู้เรื่องตลาดมืดแล้ว...!" — ดัชเชสโพดำ —
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมียตัวร้ายยุค 80 ขอหย่าแล้วไปรวย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%