เมียตัวร้ายยุค 80 ขอหย่าแล้วไปรวย•ตอนที่ 16

เสียงร่ำลือเรื่องความอร่อยสะท้านเมือง

ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
"ถ้าสะใภ้รองตระกูลลู่ยังเอาอาหารกลิ่นยั่วน้ำลายแบบนี้มาเดินผ่านหน้าบ้านฉันอีกแม้แต่ก้าวเดียว ฉันจะไปฟ้องผู้ใหญ่บ้านว่าบ้านนั้นซ่อนทรัพย์สินผิดกฎหมาย!" เสียงแหลมสูงของป้าสะใภ้ใหญ่แห่งตระกูลจางดังแหวขึ้นกลางตลาดสดประจำตำบล แข่งกับเสียงตบโต๊ะฉาดใหญ่จนเข่งผักสะเทือน แต่นั่นไม่ได้ทำให้หลินว่านหลิวสะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย ร่างระหงในชุดผ้าฝ้ายสีครามสะอาดตาเพียงแค่ปรายตามองด้วยรอยยิ้มบางเฉียบ มุมปากยกขึ้นเป็นเส้นโค้งเย้ายวนใจ มือเรียวสวยที่เพิ่งบรรจงห่อเกี๊ยวหมูเห็ดหอมจากมิติลับเมื่อครู่ยังคงขยับอย่างคล่องแคล่ว ไม่มีความเร่งรีบแม้แต่น้อย "เชิญตามสบายเลยค่ะป้าจาง แต่ถ้าผู้ใหญ่บ้านมาแล้วเห็นว่าบ้านท่านไม่มีปัญญาแม้แต่จะซื้อกระดูกหมูมาต้มซุปจนต้องมายืนน้ำลายสอหน้าแผงขายของฉัน เกรงว่าคนที่จะอับอายขายหน้าคงไม่ใช่ฉันหรอกกระมังคะ" น้ำเสียงนุ่มนวลแต่เชือดเฉือนบาดลึกถึงกระดูกดำ ทำให้ฝูงชนที่กำลังมุงดูการปะทะฝีปากส่งเสียงฮือฮาขึ้นทันที หลายคนพยายามกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เมื่อกลิ่นหอมกรุ่นของน้ำซุปกระดูกหมูตุ๋นยาจีนที่เคี่ยวจากเตาถ่านพกพา ลอยตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ ช่างเป็นกลิ่นที่ยั่วยวนจิตใจเสียจนต่อให้เป็นนักบวชผู้เคร่งครัดก็ยังต้องแอบชายตามอง นี่คือ "ตลาดมืดกึ่งถูกกฎหมาย" ในยุคแปดศูนย์ที่กำลังพลิกผัน หลินว่านหลิวใช้เวลาเพียงไม่กี่วันในการเปลี่ยนสถานะจาก "สะใภ้ตัวร้ายผู้ถูกรังเกียจ" ให้กลายเป็น "แม่ค้าสาวลึกลับ" ที่ใครๆ ต่างก็พูดถึง สินค้าในมิติลับซูเปอร์มาร์เก็ตอเนกประสงค์ของเธอนำมาแปรรูปเป็นอาหารเลิศรสที่คนยุคนี้ไม่เคยลิ้มลอง ไม่ว่าจะเป็นหมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดงรสชาติละมุนลิ้นที่ละลายในปาก หรือเกี๊ยวแป้งบางไส้ทะลักที่อร่อยจนลืมไม่ลง "ว่านหลิว... คือว่า... วันนี้ซาลาเปาไส้หมูสับกับไข่เค็มของเธอยังเหลืออีกสักลูกไหม ลูกชายฉันมันสอบได้คะแนนดี ครูชมใหญ่โต อยากกินของอร่อยเป็นรางวัลเสียหน่อย" ป้าฮวา แม่ค้าขายผ้าดิบผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเคี่ยว เดินเข้ามาหาด้วยท่าทางเกร็งๆ รอยยิ้มเจื่อนบนใบหน้าเหี่ยวย่นตามวัยบ่งบอกถึงความกระอักกระอ่วนใจอย่างยิ่ง เพราะเมื่อวานนางเพิ่งจะร่วมวงนินทาว่าร้ายหลินว่านหลิวกับพวกแม่บ้านกลุ่มใหญ่ หลินว่านหลิวหยุดมือที่กำลังจัดเรียงกล่องอาหาร เงยหน้าขึ้นสบตาด้วยดวงตากลมโตเป็นประกายเฉลียวฉลาด นางไม่ได้พูดจาถากถาง แต่มารยาทที่เว้นระยะห่างอย่างพอดิบพอดีนั้นกลับทำให้ป้าฮวารู้สึกร้อนๆ หนาวๆ "สำหรับป้าฮวาแล้ว... เกี๊ยวทอดกรอบราดซอสเปรี้ยวหวานชุดสุดท้ายเพิ่งมีคนเหมาไปเมื่อครู่ค่ะ" หลินว่านหลิวทอดเสียงช้าๆ เห็นสีหน้าผิดหวังอย่างชัดเจนของอีกฝ่าย จึงค่อยแย้มยิ้มออกมา "แต่ถ้าป้าฮวาสนใจ 'หมั่นโถวฟักทองนึ่งนมสด' สูตรพิเศษที่เพิ่งยกจากเตาเมื่อกี้ ฉันยังเก็บไว้ให้ชุดหนึ่งพอดีค่ะ เห็นแก่ที่หลานชายขยันเรียน ฉันคิดราคาพิเศษเท่าทุนก็แล้วกันนะคะ" "จริงหรือจ๊ะ! โอ๊ย ขอบใจเธอจริงๆ นะว่านหลิว แม่คนนี้นี่ใจบุญเสียจริง..." ป้าฮวาละล่ำละลักควักเงินออกจากกระเป๋าผ้าอย่างรวดเร็ว ราวกับกลัวว่าของในมือหลินว่านหลิวจะบินหนีหายไปต่อหน้าต่อตา ภาพเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าตลอดช่วงเช้าที่ผ่านมา จนพ่อค้าแม่ค้าเจ้าถิ่นต่างพากันมองด้วยความอิจฉาริษยา แต่ไม่มีใครกล้าหาเรื่องนางอีกต่อไป ไม่ใช่แค่เพราะฝีปากกล้าหาญที่ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร แต่เป็นเพราะ "รสชาติ" อาหารของนางมันทรงพลังเกินกว่าจะต่อต้าน ใครได้กินต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า นี่คือรสชาติที่ดีที่สุดในสามโลก ราวกับอาหารจากภัตตาคารหลวงที่ตกหล่นลงมาบนดิน ในมุมมืดของตรอกแคบใกล้กับแผงขายของ ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้มยืนกอดอกพิงผนังอิฐ สายตาคมกริบดั่งเหยี่ยวทอดมองภรรยาคนสวยด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ลู่ถิงหลงกลับมาจากภารกิจฝึกซ้อมทางทหารเร็กว่ากำหนด และตั้งใจจะมาช่วยงานภรรยาตามคำแนะนำของสหายร่วมรบ แต่ภาพที่เขาเห็นกลับทำให้หัวใจแกร่งเต้นผิดจังหวะ ภรรยาตัวน้อยของเขาในยามนี้ช่างสง่างาม เปี่ยมด้วยเสน่ห์อันตรายและความสามารถเหลือล้น นางไม่ต้องพึ่งพาตระกูลลู่ ไม่ต้องก้มหัวให้แม่สามีจอมเคี่ยวอีกต่อไป นางยืนหยัดด้วยลำแข้งของตนเอง สร้างอาณาจักรธุรกิจเล็กๆ จากปลายจวักและสมองอันปราดเปรื่อง รอยยิ้มที่นางใช้รับลูกค้าช่างงดงามเจิดจ้า จนเขาอยากจะเดินเข้าไปกอดแล้วซ่อนนางไว้จากสายตาโลภ *ยัยตัวร้ายของฉัน... ไปเอาความเก่งกาจเหล่านี้มาจากไหนกันนะ* ลู่ถิงหลงคิดในใจ มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นอย่างเอ็นดูและคลั่งรัก ทว่า ความสงบสุขในตลาดสดกลับถูกทำลายลงในพริบตา เมื่อเสียงฝีเท้าหนักหน่วงของกลุ่มชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งดังขึ้น พร้อมกับร่างท้วมของแม่สามีจอมเคี่ยว—แม่ถิง ที่เดินนำหน้าเข้ามาด้วยใบหน้าบึ้งตึง ดวงตาดุร้ายจ้องเขม็งมาที่หลินว่านหลิวราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ "หลินว่านหลิว! นังสะใภ้อกตัญญู! แกกล้าดียังไงถึงเอาเงินที่หามาได้ไปปรนเปรอคนนอก โดยไม่ส่งเงินเข้ากองกลางตระกูลลู่แม้แต่เหมาเดียว!" เสียงแผดร้องของแม่สามีเรียกความสนใจจากทุกคนในตลาดให้หันมามองเป็นตาเดียว หลินว่านหลิวค่อยๆ วางตะหลิวในมือลง ช้อนสายตาขึ้นมองแม่สามีด้วยรอยยิ้มเยือกเย็นที่ส่งไปไม่ถึงดวงตา นางสูดลมหายใจเข้าลึก ทว่า ก่อนที่หลินว่านหลิวจะได้อ้าปากตอกกลับด้วยวาจาเชือดเฉือน ร่างสูงใหญ่ของนายทหารหนุ่มในชุดเครื่องแบบก็ก้าวออกจากเงาตึก แทรกตัวผ่านฝูงชนเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าภรรยา ร่างกายกำยำแผ่รังสีความกดดันอันน่าเกรงขามออกมาจนแม่สามีถึงกับผงถอยหลังไปสามก้าวด้วยความตกใจ "แม่ครับ..." เสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบเอ่ยขึ้น ทำเอาบรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงทันตา "ถ้าแม่ยังกล้ามาหาเรื่องภรรยาผมที่นี่อีกแม้แต่ครั้งเดียว ผมเกรงว่าเงินเบี้ยเลี้ยงทหารของผมคงจะต้องถูกตัดขาดจากตระกูลลู่อย่างถาวรเสียแล้วล่ะครับ" ความเงียบกริบเข้าปกคลุมทั่วบริเวณตลาดในชั่วพริบตา ทุกคนต่างอึ้งงันกับท่าทีคลั่งรักและปกป้องภรรยาอย่างออกนอกหน้าของนายทหารหนุ่มอนาคตไกล — ดัชเชสโพดำ —
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมียตัวร้ายยุค 80 ขอหย่าแล้วไปรวย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%