เมียตัวร้ายยุค 80 ขอหย่าแล้วไปรวย•ตอนที่ 15

เปิดร้านอาหารลับเฉพาะกิจ

ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
"ถ้าตระกูลลู่ยังอยากมีข้าวก้นหม้อกรอกหม้อกินไปจนถึงสิ้นเดือนนี้ ก็จงหุบปากแล้วไสก้นออกไปจากครัวของฉันเสีย!" เสียงตบโต๊ะดังสนั่นหวั่นไหวตามมาด้วยเสียงกวาดตะหลิวเหล็กกระทบกระทะเหล็กหล่อดัง *เคร้ง!* ประหนึ่งเสียงประกาศิตจากพญายมราชในร่างสะใภ้ตระกูลลู่ นังแก่จอมเคี่ยวอย่างแม่สามีที่ตั้งท่าจะเข้ามาโวยวายเรื่องผักปลาในมือถึงกับสะดุ้งสุดตัว ถอยกรูดจนหลังเกือบชนวงกบประตู ดวงตาฝ้าฟางเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงระคนหวาดผวา ยัยตัวร้ายที่นางเคยค่อนขอดว่าดีแต่ผลาญเงินและขี้เกียจสันหลังยาว ยามนี้กลับยืนตระหง่านอยู่หน้าเตาไฟด้วยแววตาเฉียบคมดุจใบมีดโกนอาบยาพิษ นังแก่คนนี้ช่างขยันหาเรื่องมาให้เสียเวลาชีวิตเสียจริง... แต่ก็นับว่ามาได้จังหวะเวลาพอดิบพอดอียิ่งนัก ที่นางจะได้ประเดิมใช้ผักล็อตแรกจากมิติลับซูเปอร์มาร์เก็ตอเนกประสงค์ตบหน้าสั่งสอนแม่สามีให้หายซ่าสักตั้ง หลินว่านหลิวแค่นหัวเราะในลำคออย่างไม่แยแส มือเรียวงามภายใต้ผ้ากันเปื้อนสีสะอาดสะอ้านตักน้ำซุปกระดูกวัวเคี่ยวไฟอ่อนที่ส่งกลิ่นหอมตลบอบอวลไปทั่วทั้งบริเวณลงในหม้อดินเผาขนาดพกพา กลิ่นอายของเครื่องเทศจีนนานาชนิด ทั้งโป๊ยกั๊ก อบเชย ลูกผักชี และพริกไทยเสฉวนที่ถูกผัดจนหอมกรุ่นก่อนนำมาเคี่ยวข้ามคืนในมิติพิเศษ ส่งอานุภาพรุนแรงจนต่อมน้ำลายของคนที่เดินผ่านไปผ่านมาในซอยแคบถึงกับต้องกลืนน้ำลายอึกใหญ่ "แก... แกกล้าไล่ฉันเหรออีตัวดี! นี่มันบ้านของตระกูลลู่!" แม่สามีแผดเสียงแหลมสูงพยายามกู้หน้า แต่ทว่าขาเจ้ากรรมกลับไม่ยอมขยับตามปาก เนื่องจากกลิ่นหอมของเนื้อตุ๋นเปื่อยนุ่มที่ลอยทะลุรูจมูกนั้น มันเย้ายวนเกินกว่าความโกรธเกรี้ยวใดๆ จะต้านทานไหว "บ้านตระกูลลู่เหรอคะ? น่าขันสิ้นดี เงินที่ซื้อเนื้อวัวหม้อนี้ กับข้าวสารที่หุงอยู่ในหม้อ เป็นเงินหยวนที่สามีฉันส่งกลับมา หรือเป็นน้ำพักน้ำแรงของพวกคุณกันแน่? ถ้าอยากกินนักก็เชิญยืนรอต่อแถวเหมือนชาวบ้านเขาโน่นค่ะ แต่อย่าหวังว่าจะได้กินฟรีแม้แต่คำเดียว!" ว่าনหลิวตอกกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเฉียบขาดจนแม่สามีหน้าชาดิก พูดไม่ออกบอกไม่ถูก ได้แต่ฮึดฮัดสะบัดหน้าหนีออกไปยืนลับๆ ล่อๆ อยู่ที่มุมกำแพงด้วยความแค้นเคืองปนความอยากอาหารที่ตีรวนขึ้นมาจนแสบกระเพาะ นี่คือแผนการขั้นเด็ดขาดที่นางตระเตรียมไว้ในค่ำคืนนี้—"เปิดร้านอาหารลับเฉพาะกิจ" ณ ตลาดมืดท้ายตรอกซอยเก่าแก่ ยุคสมัยที่พลิกผันและการควบคุมสินค้าอย่างเข้มงวดของภาครัฐ ทำให้ตลาดมืดกลายเป็นแหล่งหลบซ่อนของเหล่าพ่อค้าแม่ขายและผู้มีอันจะกินที่ยินดีจ่ายไม่อั้นแลกกับความอร่อยระดับภัตตาคาร หลินว่านหลิวเลือกใช้เวลาช่วงวิกาลนี้เปลี่ยนโฉมตรอกมืดมิดให้กลายเป็นสวรรค์ของคนรักเส้น บะหมี่เนื้อตุ๋นสูตรลับเฉพาะตัวที่นางดัดแปลงมาจากตำรับโบราณผสานความสะดวกสบายของวัตถุดิบยุคปัจจุบัน ถูกจัดเตรียมอย่างพิถีพิถัน เส้นบะหมี่สดเหนียวนุ่มที่ทำจากแป้งสาลีชั้นดีในมิติลับ ถูกลวกในน้ำเดือดพลั่กด้วยความเร็วและอุณหภูมิที่พอเหมาะ ก่อนจะถูกตักสะเด็ดน้ำแล้ววางลงในชามกระเบื้องเคลือบ โปะหน้าด้วยเนื้อวัวตุ๋นเอ็นแก้วที่เคี่ยวจนเปื่อยนุ่มละลายในปาก ชิ้นเนื้อหนานุ่มแทรกมันนิดๆ สีน้ำตาลเข้มมันวาวราดด้วยน้ำซุปสูตรเข้มข้นที่โรยหน้าด้วยต้นหอมซอยและผักชีสดสีเขียวขจีจากแปลงผักปลอดสารพิษในซูเปอร์มาร์เก็ตอเนกประสงค์ ความตัดกันของสีสันและควันโขมงที่ลอยกรุ่นขึ้นมาท่ามกลางสายลมหนาวเหน็บยามค่ำคืน ทำให้บรรยากาศรอบตัวราวกับมีเวทมนตร์สะกด "หอม... โอ้โห กลิ่นอะไรเนี่ย หอมจนวิญญาณแทบหลุดออกจากร่าง!" เสียงอุทานด้วยความตื่นตะลึงดังขึ้นจากชายร่างใหญ่สวมหมวกแก๊ปดึงต่ำจนบังใบหน้า ซึ่งเป็นลูกค้ารายแรกที่ย่องเข้ามาตามกลิ่นหอมเย้ายวนนี้ เขาคือชายฉกรรจ์ผู้มีเส้นสายในตลาดมืดและมักมองหาของดีราคาแพงกินเสมอ หลินว่านหลิวเงยหน้าขึ้นสบตา รอยยิ้มพิมใจถูกจุดขึ้นที่มุมปากอย่างมีชั้นเชิง นางไม่ได้ตื่นตระหนกหรือหวาดกลัวต่อรูปลักษณ์ที่ดูน่าเกรงขามของอีกฝ่ายแม้แต่น้อย กลับกัน นางตักน้ำซุปเติมลงในชามใหญ่อีกชามด้วยกิริยาที่สง่างามราวกับคุณหญิงในห้องหอ "บะหมี่เนื้อตุ๋นสูตรพิเศษ ชามละสองหยวนกับคูปองอาหารอีกนิดหน่อย... ถ้าคุณพี่ท่านนี้สนใจ เชิญนั่งรอสักครู่ค่ะ" เสียงหวานใสแต่หนักแน่นกังวานก้องในความมืด ทำให้ชายฉกรรจ์ถึงกับชะงักไปชั่วขณะ ก่อนจะรีบควักกระเป๋าหยิบเงินและคูปองยัดใส่มือของนางแทบไม่ทัน ข่าวลือเรื่องความอร่อยย่อมเดินทางเร็วยิ่งกว่าลมพายุ ภายในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ท่ามกลางแสงไฟสลัวจากตะเกียงน้ำมันก๊าด ข่าวการเปิดร้านบะหมี่ลับเฉพาะกิจของสะใภ้ตระกูลลู่ก็แพร่สะพัดไปทั่วตลาดมืด ลูกค้าที่เคยเดินเร่หาซื้อของเถื่อนต่างพากันเปลี่ยนทิศทาง เดินตามกลิ่นหอมกรุ่นของเครื่องเทศและเนื้อวัวตุ๋นจนกลายเป็นแถวยาวเหยียด ผู้คนเบียดเสียดแย่งชิงกันยืนรอคิวด้วยความกระวนกระวายใจ กลัวว่าเส้นบะหมี่ลอตสุดท้ายจะหมดลงเสียก่อน "ทางนี้ขอห้าชาม! เอาเนื้อเน้นๆ เอ็นแก้วเยอะๆ ฉันจ่ายเพิ่มสามหยวนเลยเอ้า!" "เฮ้ย คิวนั้นของฉันนะ อย่ามาแทรกแถวสิฟะ กลิ่นนี้ฉันได้กลิ่นก่อนเพื่อน!" เสียงโต้เถียงกันเบาๆ ของเหล่าลูกค้าในตลาดมืดดังเซ็งแซ่ แต่ไม่มีใครกล้าสร้างความวุ่นวายรุนแรง เพราะต่างก็เกรงใจฝีมือและบรรยากาศที่น่าเกรงขามของแม่ค้าสาวผู้เยือกเย็นคนนี้ แม่สามีที่แอบมองดูเหตุการณ์อยู่หลังกำแพง ถึงกับอ้าปากค้างจนแมลงวันแทบบินเข้าปาก ยอดเงินสดและคูปองที่หลินว่านหลิวรับใส่ตะกร้าสานจนแน่นขนัด ทำให้ดวงตาฝ้าฟางของคนโลภลุกวาวด้วยความริษยาและเสียดายจนแทบกระอักเลือด ชามแล้วชามเล่าถูกส่งออกไปอย่างรวดเร็วดุจพายุหมุน วัตถุดิบชั้นดีที่นางเคยคิดว่าไร้ค่า กลับทำเงินมหาศาลได้ภายในเวลาชั่วพริบตาเดียว หม้อดินเผาขนาดใหญ่เริ่มส่งเสียงก้นหม้อกระทบความว่างเปล่า น้ำซุปหยดสุดท้ายถูกตักราดลงบนชามของลูกค้ารายสุดท้ายพอดี หลินว่านหลิวสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ปาดเหงื่อที่ผุดพรายบนหน้าผากเนียนนุ่มด้วยหลังมือ ก่อนจะประกาศเสียงดังฟังชัดท่ามกลางความเสียดายของฝูงชนที่ยังต่อคิวอยู่ "ขออภัยทุกท่านด้วยนะคะ บะหมี่เนื้อตุ๋นในวันนี้... หมดเกลี้ยงแล้วค่ะ!" เสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ดังประสานกันระงม แต่ไม่มีใครกล้าโวยวาย นางเก็บเงินสดและคูปองกองโตเข้าสู่มิติลับอย่างรวดเร็วด้วยรอยยิ้มพึงใจ อาณาจักรธุรกิจก้าวแรกของนางในยุค 80 นี้ ช่างหอมหวานและงดงามราวกับโรยด้วยกลีบกุหลาบ ทว่า ในขณะที่นางกำลังจะปิดร้านเก็บข้าวของนั่นเอง เงาร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารคุ้นตาของผู้เป็นสามีที่เพิ่งกลับจากราชการลับ ก็ก้าวพ้นมุมมืดเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้า พร้อมกับสายตาคมกริบที่จ้องมองมายังนางด้วยประกายไฟประหลาด "ว่านหลิว... นี่เธอแอบมาเปิดโรงทานหรือเปิดร้านค้าเถื่อนกลางตลาดมืดกันแน่? แล้วกลิ่นหอมยั่วยวนนี่... ทำไมไม่เก็บไว้ให้สามีเธอกินที่บ้านคนแรกเล่า?" — ดัชเชสโพดำ —
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมียตัวร้ายยุค 80 ขอหย่าแล้วไปรวย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%