เสียงกระดาษแผ่นบางที่ถูกสะบัดจนเกิดเสียงดังเฉียบขาด ดึงบรรยากาศภายในห้องโถงบ้านสกุลลู่ให้ดิ่งวูบลงสู่จุดเยือกแข็งในชั่วพริบตา
หลินว่านหลิวไม่ได้รอให้ความเงียบงันคลี่คลาย เธอปัดมือเบาๆ ราวกับกำลังสะัดฝุ่นละอองที่น่ารังเกียจออกจากปลายเสื้อ กระดาษแผ่นสำคัญที่ถูกเรียกว่า 'หนังสือหย่า' ถูกเลื่อนไปหยุดตรงหน้าลู่ถิงพอดิบพอดี ดวงตากลมโตคู่สวยหรี่ลงเล็กน้อย ประกายในแววตานั้นคมกริบราวนิดดาบที่เพิ่งชักออกจากฝัก บรรยากาศรอบตัวพลันเย็นเยียบลงทันตาเห็น ทิ้งให้ลู่ถิงยืนแข็งค้างอยู่กับที่ ขณะที่ไป๋ชิงชิงหน้าถอดสีเพราะรับรู้ได้ทันทีว่า... สะใภ้ตัวร้ายบ้านลู่คนนี้ ไม่ใช่หมูในอวยให้รังแกง่ายๆ อีกต่อไปแล้ว!
"อ่านดูให้ถี่ถ้วนนะคะ ผู้กองลู่" น้ำเสียงหวานใสแต่เย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลกเอื้อnนเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบงันราวกับเสียงกรรไกรตัดผ่านเส้นด้ายขาดสะบั้น "ถ้าไม่มีปัญหาอะไรตรงไหน เชิญจรดปากกาเซ็นชื่อให้เรียบร้อย เราจะได้ต่างคนต่างไปเดินตามทางของตัวเองเสียที"
ลู่ถิงก้มมองกระดาษแผ่นนั้น ใบหย่าที่พิมพ์ข้อความไว้อย่างเป็นทางการ ด้านท้ายมีลายมือชื่อของหลินว่านหลิวถูกเขียนไว้ด้วยหมึกสีดำสนิท ลายเส้นหนักแน่นและเด็ดเดี่ยวสะท้อนตัวตนของเธอในยามนี้ได้เป็นอย่างดี สันจมูกโด่งเป็นสันของนายทหารหนุ่มกระตุกเกร็ง กรามขบเข้าหากันจนขึ้นเป็นสันนูน ดวงตาคมกวาดมองภริยาที่เขาเคยคิดว่าอ่อนแอและเอาแต่ใจตัวเอง ทว่ายามนี้เธอกลับยืนตระหง่าน แววตาเด็ดเดี่ยวไม่ไหวติง ราวกับนางพญาที่พร้อมจะสลัดพันธนาการทิ้งอย่างไร้เยื่อใย
"ว่านหลิว... คุณพูดเรื่องอะไร" เสียงทุ้มต่ำหลุดลอดไรฟันออกมาด้วยความยากลำบาก ลู่ถิงรู้สึกเหมือนมีก้อนสะอื้นจุกอยู่ที่ลำคอ ความหนาวเหน็บแล่นริ้วจากปลายนิ้วขึ้นมาถึงหัวใจ ทั้งที่เขาเพิ่งกลับมาจากค่ายทหารด้วยความเหนื่อยล้า หวังว่าจะได้กลับมาพักผ่อนและเคลียร์ความเข้าใจกับภรรยา แต่สิ่งที่ต้อนรับเขากลับเป็นใบหย่าบนโต๊ะอาหาร!
"ฉันพูดภาษาคนค่ะ หรือว่าผู้กองลู่จะฟังภาษาคนไม่รู้เรื่อง ถึงต้องให้ฉันแปลเป็นภาษาสัตว์ป่าให้อีกรอบคะ?" ว่านหลิวแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มที่มุมปากช่างงดงามแต่กลับเยียบเย็นจนน่ากลัว "ตลอดเวลาที่ผ่านมา ฉันอดทนอยู่กับสภาพแวดล้อมเฮงซวยนี่มามากพอแล้ว บ้านหลังนี้ แม่สามีที่คอยจ้องจะสูบเลือดสูบเนื้อ และสามีที่วันๆ เอาแต่สนใจหน้าที่การงานจนปล่อยให้คนอื่นมาเหยียบย่ำฉัน พอเสียทีค่ะ! ฉันไม่อยากเล่นบทบาทภรรยาผู้แสนดีที่ต้องทนรองรับอารมณ์ใครอีกแล้ว"
"พี่ถิงคะ... อย่าไปยอมเธอนะคะ!" ไป๋ชิงชิงที่ยืนหลบอยู่ด้านหลัง รีบก้าวเท้าเข้ามาทำทีเป็นหวาดกลัว ดวงตาคู่สวยคลอหน่วงด้วยหยาดน้ำตาจอมปลอม "พี่สะใภ้คงจะโกรธพวกเราเรื่องเมื่อวันก่อนแน่ๆ แต่ถึงอย่างไร การหย่าร้างก็ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ นะคะ จะมาทำตามอารมณ์ชั่ววูบไม่ได้หรอกค่ะ มันจะเสื่อมเสียชื่อเสียงของพี่ถิงหมดนะกคะ"
โอ้โห ช่างเป็นคำพูดที่แสนดีและเป็นห่วงเป็นใยเสียจริง!
หลินว่านหลิวหันขวับไปมองไป๋ชิงชิง ดวงตาคู่คมวาวโรจน์ด้วยความขบขันระคนสมเพช เธอสาวเท้าเข้าไปใกล้หญิงสาวรุ่นน้องก้าวหนึ่ง จนอีกฝ่ายผถะถอยหลังด้วยความหวาดกลัวโดยสัญชาตญาณ
"เสื่อมเสียชื่อเสียงงั้นหรือคะคุณน้องไป๋?" ว่านหลิวลากเสียงยาวอย่างเย้ยหยัน "คนที่ควรกลัวเรื่องชื่อเสียงเน่าเฟะน่ะ ควรจะเป็นพวกคุณสองคนที่ทำตัวลับๆ ล่อๆ เกินขอบเขตคำว่า 'พี่น้องร่วมอุดมการณ์' ต่างหากล่ะคะ! ฉันยังไม่ได้เอาเรื่องที่เธอยกพวกลงมาเหยียบย่ำฉันถึงในบ้านมาคิดบัญชี ก็บุญหัวแค่ไหนแล้ว ยังมีหน้ามาทำเป็นบีบน้ำตาเรียกร้องความเห็นใจอีกหรือคะ? เล่นละครตบตาเก่งขนาดนี้ น่าจะไปสมัครคณะงิ้วหลวงเสียเรืองนะ ประหยัดงบประมาณแผ่นดินดีด้วย"
"คุณพี่! ทำไมถึงพูดจาใส่ร้ายชิงชิงแบบนี้ล่ะคะ!" ไป๋ชิงชิงหน้าซีดเผือด ปฏิเสธเสียงสั่นเครือ หันไปซบหน้ากับแขนเสื้อของลู่ถิงทำทีเป็นอกสั่นขวัญแขวน "พี่ถิงคะ ชิงชิงบริสุทธิ์ใจจริงๆ นะคะ พี่ก็รู้ว่าชิงชิงกับพี่ถิงเป็นแค่..."
"ถอยไป, ชิงชิง"
เสียงทุ้มห้วนของลู่ถิงเอ่ยแทรกขึ้นตัดบทอย่างเย็นชา เขายกมือขึ้นปัดป้องร่างที่พยายามจะเข้ามาเบียดเสียดอย่างสุภาพแต่เด็ดขาด ดวงตาคมกริบของนายหนุ่มไม่เคยละไปจากใบหน้าของหลินว่านหลิวเลยแม้แต่น้อย เขารู้จักภรรยาคนนี้ดี... แม้ที่ผ่านมาเธอจะเอาแต่ใจและน่ารำคาญ แต่ไม่เคยมีแววตาที่เด็ดเดี่ยวและน่ากลัวเท่านี้มาก่อน แววตาที่เหมือนพร้อมจะตัดขาดทุกสิ่งทุกอย่าง แม้แต่ชีวิตแต่งงานที่เพิ่งเริ่มต้นได้ไม่กี่ปี
ลู่ถิงก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะอาหาร ชายหนุ่มก้มลงมองกระดาษใบหย่าแผ่นนั้นอีกครั้ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาภรรยา
"ผมไม่เซ็น" สุ้มเสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมาทีละคำอย่างชัดเจน หนักแน่น และดื้อรั้น "ไม่ว่าคุณจะโกรธผมเรื่องอะไร หรือไม่พอใจบ้านหลังนี้แค่ไหน แต่ผมไม่มีทางเซ็นใบหย่าให้คุณเด็ดขาด หลินว่านหลิว"
ว่านหลิวเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏบนเรียวปากอิ่มสวย "อุעם! นึกว่าผู้ชายชาติทหารอย่างผู้กองลู่จะใจกล้ากว่านี้เสียอีก ที่แท้ก็เป็นพวกกลัวการหย่ากลัวเสียหน้า กลัวชาวบ้านนินทาว่าเมียหนีตามผู้ชายอื่นสินะคะ?"
"ไม่ใช่เรื่องหน้าตาหรือคำนินทาของชาวบ้าน" ลู่ถิงก้าวเข้าไปประชิดตัวเธออีกก้าว จนว่านหลิวต้องเงยหน้าขึ้นมอง กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นอายฝุ่นควันสนามฝึกและบุรุษเพศลอยเข้ากระทบนาสิก แม้เธอจะพยายามถอยหลังหนี แต่เอวบางก็ชนเข้ากับขอบโต๊ะอาหารเสียแล้ว "แต่เป็นเพราะ... ผมจะไม่ยอมปล่อยมือจากคุณเด็ดขาด ต่อให้คุณจะเกลียดผมแค่ไหนก็ตาม"
คำพูดนั้นทำเอาหัวใจของว่านหลิวเต้นผิดจังหวะไปวบหนึ่ง แต่เธอก็รีบตั้งสติและซ่อนความหวั่นไหวไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย หมาเด็กตัวนี้ชักจะดื้อด้านเกินไปเสียแล้ว!
"ตลกสิ้นดี! คุณไม่มีสิทธิ์มาบังคับฉันนะลู่ถิง!" ว่านหลิวสะบัดหน้าหนี ดวงตากลมโตฉายแววกรุ่นโกรธ "ในเมื่อคุณไม่ยอมเซ็น ก็ตามใจคุณ! แต่จำไว้ว่าต่อจากนี้ไป ฉันจะถือว่าเราขาดกันเด็ดขาด คุณอยู่ส่วนคุณ ฉันอยู่ส่วนฉัน อย่ามาล้ำเส้นชีวิตฉันอีก!"
พูดจบ ว่านหลิวก็หมุนตัวสะบัดก้นเดินหนีเข้าห้องนอนทันที ปล่อยให้ลู่ถิงยืนกำหมัดแน่นอยู่หน้าโต๊ะอาหาร ท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงของไป๋ชิงชิงที่คาดไม่ถึงว่าแผนการของตนจะพังไม่เป็นท่า
ตกดึกยามวิกาล บรรยากาศภายในบ้านสกุลลู่เงียบสงบลงจนได้ยินจิ้งจกเรไรส่งเสียงร้อง
ภายในห้องครัวที่มืดมิด มีเพียงแสงจันทร์นวลส่องลอดผ่านหน้าต่างบานเล็ก หลินว่านหลิวแอบย่องเข้ามาในมิติลับซูเปอร์มาร์เก็ตอเนกประสงค์ของเธอ เพื่อคลายความหงุดหงิดจากการเผชิญหน้ากับสามีจอมตื๊อและแม่สามีตัวแสบ
วันนี้เธอตัดสินใจแล้วว่าจะไม่ทนง้อขอเศษเงินใครอีกต่อไป เงินเก็บในมิติลับบวกกับฝีมือการทำอาหารและสูตรอาหารลับจากโลกอนาคต คืออาวุธชั้นยอดที่จะทำให้เธอสร้างความมั่งคั่งและก้าวขึ้นเป็นเศรษฐีินียุค 80 ได้ด้วยลำแข้งของตัวเอง!
ว่านหลิวหยิบวัตถุดิบชั้นเลิศออกจากตู้แช่ในมิติลับ เนื้อหมูสามชั้นติดมันลายสวยราวกับหินอ่อน กลิ่นหอมของเครื่องเทศจีนสูตรลับ เตาถ่านที่ถูกจุดขึ้นอย่างเงียบเชียบพร้อมหม้อดินเผาใบใหญ่
เธอจัดการหั่นหมูเป็นชิ้นหนาพอดีคำ นำไปรอนน้ำมันจนหนังตึงสวย แล้วเคี่ยวกับน้ำตาลกรวด ซีיוขาวชั้นดี น้ำส้มสายชูหมักจากข้าวเจ้า และเหล้าจีนชั้นเลิศ เคี่ยวด้วยไฟอ่อนข้ามคืนจนน้ำซุปงวดลงเคลือบชิ้นเนื้อจนเป็นสีแดงฉ่ำวาวราวกับอัญมณี
ไม่นานนัก... กลิ่นหอมหวานเย้ายวนของ 'หมูตุ๋นน้ำแดงฮ่องเต้' ที่ถูกเคี่ยวจนเปื่อยนุ่มละลายในปาก ก็เริ่มโชยขจรขจายทะลุผนังห้องครัว ลอยอบอวลไปทั่วทั้งบ้านสกุลลู่ และเล็ดลอดออกไปตามสายลมยามดึก ปลุกให้ทุกคนที่กำลังเคลิ้มหลับต้องกลืนน้ำลายเอื๊อกด้วยความหิวโหย!
แม้แต่ลู่ถิงที่นอนพลิกไปพลิกมาอยู่บนเตียงด้วยความกลัดกลุ้มเรื่องใบหย่า ก็ยังต้องสะดุ้งตื่นขึ้นมาเพราะกลิ่นหอมอันร้ายกาจนี้ ท้องของเขาถึงกับส่งเสียงร้องโครกคราออกมาอย่างน่าอาย
ว่านหลิวตักหมูตุ๋นน้ำแดงสีสันน่ากินใส่ชามกระเบื้องเคลือบอย่างประณีต โรยด้วยต้นหอมซอยและงาคั่วหอมกรุ่น เธอยกชามอาหารขึ้นสูดกลิ่นหอมฟุ้งด้วยความพึงพอใจ ก่อนจะแอบยิ้มมุมปากเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าหนักๆ เดินตรงมาหยุดอยู่ที่หน้าประตูห้องครัว...
แล้วจู่ๆ ลูกบิดประตูก็ถูกบิดเบาๆ พร้อมกับเงาร่างสูงใหญ่ของสามีทหารหนุ่มที่โผล่เข้ามาในความมืด พร้อมกับสายตาเว้าวอนที่มองตรงมายังชามหมูตุ๋นในมือเธอราวกับลูกสุนัขหิวโซ!
ขอบคุณที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุน "ดัชเชสโพดำ" มาโดยตลอดนะคะ!
เมียตัวร้ายยุค 80 ขอหย่าแล้วไปรวย•ตอนที่ 25
ยื่นใบหย่าบนโต๊ะอาหาร
ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมียตัวร้ายยุค 80 ขอหย่าแล้วไปรวย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!