"ถ้าพวกท่านยังยืนเคาะประตูห้องครัวบ้านฉันเสียงดังแบบนั้น เกรงว่ากระดูกสันหลังคงจะผุพังก่อนจะได้กินข้าวเช้าเสียกระมังคะ แม่สามี!"
เสียงหวานใสที่เจือความเยียบเย็นดังทะลุประตูไม้เนื้อแข็งออกไป ทำให้ร่างท้วมของแม่สามีจอมเคี่ยวที่กำลังเงื้อมือเตรียมทุบซ้ำถึงกับชะงักค้าง หลินว่านหลิวค่อยๆ วางตะหลิวสเตนเลสลงบนขอบเตาอย่างใจเย็น ท่าทางของเธองดงามราวกับคุณหญิงผู้สูงศักดิ์กำลังตรวจตราเรือน ไม่ใช่สะใภ้ที่ถูกตราหน้าว่าเป็นตัวภาระในยุคแปดศูนย์แห่งนี้เลยแม้แต่น้อย
กลิ่นหอมอบอวลของหมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดงที่เคี่ยวจนน้ำตาลเคิร์amelเคลือบผิวเนื้อวาววับ ลอยฟุ้งทะลุรอยแยกของหน้าต่างไม้กระดานออกไปปะทะจมูกของคนที่ยืนอยู่ด้านนอกเข้าอย่างจัง ตามด้วยกลิ่นหอมกรุ่นของไข่พะโล้ที่ต้มในน้ำซุปสมุนไพรจีนสูตรลับจากมิติลับซูเปอร์มาร์เก็ต และข้าวสวยร้อนๆ เม็ดอวบอ้วนที่หุงจากข้าวหอมมะลิชั้นดี
นี่ไม่ใช่แค่อาหารเช้าธรรมดา แต่มันคือ "การประกาศอิสรภาพ" ทางรสชาติและจิตวิญญาณของหลินว่านหลิว
แอ๊ด... เสียงประตูเปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นใบหน้าบึ้งตึงของแม่สามีและน้องสาวสามีตัวแสบอย่าง หลินเม่ย ที่จ้องมองเข้าไปด้านในด้วยดวงตาเป็นประกายวาววับราวกับสุนัขจิ้งจอกเห็นเหยื่อ
"หลินว่านหลิว! นังสะใภ้ไร้ประโยชน์ แกทำอะไรกินกันแน่? ทำไมกลิ่นมันถึงได้หอมตลบอบอวลไปทั่วสามบ้านแปดบ้านแบบนี้! แล้วทำไมถึงทำอาหารกลิ่นรุนแรงแต่เช้าตรู่ หาสติสตังไม่เจอแล้วหรือไง!" แม่สามีแผดเสียงแหลมสูงพ่นคำด่าทอทันทีที่ก้าวเท้าเข้ามาในเขตครัว พร้อมกับกวาดสายตาหิวกระหายไปยังหม้อดินเผาบนเตา
หลินว่านหลิวเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างสง่างาม เธอยกมือขึ้นกอดอก สายตาคมกริบราวกับพญาหงส์มองลงมาที่สองแม่ลูกด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก
"อ๋อ เสียงดังโวยวายแต่เช้าเพราะเรื่องนี้นี่เองค่ะ... ตกใจอะไรกันคะ หรือว่าจมูกของพวกท่านเพิ่งใช้งานได้หลังจากอุดตันมาหลายปี? อาหารนี่ฉันตื่นมาเตรียมตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง เป็นหยาดเหงื่อแรงงานของฉันเองค่ะ ไม่เกี่ยวกับข้าวสารในถังส่วนกลางของบ้านใหญ่สักเมล็ดเดียว"
หลินเม่ยทนไม่ได้ที่จะเห็นสะใภ้คนรองที่เคยอ่อนแอและก้มหัวให้พวกนางมาตลอดกล้าต่อปากต่อคำเช่นนี้ นางสะบัดหน้าพรืดแล้วพุ่งเข้าไปหมายจะเปิดฝาหม้อดูว่ามีอะไรกินบ้าง "พี่สะใภ้รอง! อย่ามาทำเป็นปากดีนะ บ้านนี้มีกฎว่าสะใภ้ต้องทำอาหารให้ทุกคนกินรวมกัน ทำไมวันนี้แกถึงทำแค่อิ่มท้องแค่คนเดียว! แกเห็นแก่ตัวเกินไปแล้วนะ!"
เพียะ! เสียงตบโต๊ะเบาๆ แต่หนักแน่นดังขึ้น ขัดจังหวะมือที่กำลังจะเอื้อมมาเปิดฝาหม้อของหลินเม่ยจนอีกฝ่ายสะดุ้งโหยงถอยหลังไปสามก้าว
"จำใส่สมองอันน้อยนิดของเธอไว้นะคะหลินเม่ย..." ว่านหลิวเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่กดดันจนอีกฝ่ายหายใจไม่ทั่วท้อง "ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป บ้านแยกหม้อกันอยู่แล้วค่ะ ลืมไปแล้วหรือไงว่าเมื่อวานนี้ ก่อนที่สามีทหารของฉันจะขึ้นรถไฟกลับค่าย เขาจัดการแบ่งสมบัติและแยกครัวให้ฉันเรียบร้อยแล้วต่อหน้าผู้ใหญ่บ้าน? หรือว่าความจำของตระกูลพวกท่านเสื่อมถอยตามอายุขัยกันหมดแล้วคะ?"
คำพูดนั้นพุ่งเข้ากลางแสกหน้าของแม่สามีจนหน้าชาซ่าน แม่สามีหน้าดำคร่ำเครียดด้วยความโกรธเกรี้ยว นางไม่เคยคิดเลยว่านังสะใภ้ตัวร้ายคนนี้จะกล้าอ้างชื่อลูกชายคนโปรดมาตบหน้านางได้อย่างเลือดเย็นขนาดนี้
"แก... นังสารเลว กล้าดียังไงมาพูดจาก도ร (ไร้มารยาท) กับฉันแบบนี้! ถิงเกอส่งเงินมาให้บ้านเราไม่ใช่ให้แกเอามาปรนเปรอปากท้องตัวเองคนเดียวนะยะ! เอาอาหารพวกนั้นมานี่! ฉันจะกิน!" แม่สามีพุ่งตัวเข้าหาหม้อดินเผาด้วยความโลภ หมายจะตักหมูสามชั้นตุ๋นเข้าปากให้สะใจ
แต่หลินว่านหลิวไวกว่า ท่อนแขนเรียวแต่ทรงพลังคว้าทัพพีไม้พายตักแกงไว้มั่น ก่อนจะตวัดข้อมือราดน้ำซุปพะโล้ร้อนๆ ลงบนจานกระเบื้องที่เธอเตรียมไว้ ท่าทางคล่องแคล่วและเด็ดขาดทำให้แม่สามีชะงักงัน
"ถ้ากล้าเอามือสกปรกมาแตะอาหารของฉันแม้แต่นิดเดียว อย่าหาว่าฉันไม่เตือนนะคะ..." หลินว่านหลิวโน้มตัวเข้าไปใกล้ กระซิบด้วยน้ำเสียงกระซิบที่เยือกเย็นราวกับมาจากขุมนรก "เงินที่สามีฉันส่งมา เป็นเงินเดือนจากหยาดเหงื่อและเลือดเนื้อของเขาในกองทัพ มันควรจะเป็นของฉันและเขา ไม่ใช่เบี้ยเลี้ยงให้ปลิงดูดเลือดอย่างพวกท่านมาเกาะกินไปวันๆ!"
"แก... แกกล้าด่าฉันว่าเป็นปลิงรึ!" แม่สามีอกแทบแตกตายด้วยความแค้น นางกรีดร้องออกมาสุดเสียงจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน
ในขณะที่กลิ่นหอมของหมูตุ๋นและไข่พะโล้ยังคงลอยวนเวียนยั่วเย้าประสาทสัมผัส ท่ามกลางความชุลมุนวุ่นวายที่บ้านใหญ่กำลังจะพังทลายลงด้วยความคับแค้นใจนั้นเอง
จู่ๆ เสียงเคาะประตูก็จังๆ ดังขึ้นที่หน้าบ้านอีกครั้ง... สามครั้งหนักแน่นและทรงพลัง
ไม่ใช่เสียงเคาะแบบชาวบ้านทั่วไป แต่เป็นจังหวะการเคาะที่เป็นระเบียบเรียบร้อยราวกับนายทหารฝึกหัด
หลินว่านหลิวชะงักไปเล็กน้อย เธอขมวดคิ้วมุ่นในใจ *เวลานี้ใครกัน? หรือว่าลู่ถิงฟางจะลืมของแล้วย้อนกลับมา?*
ทว่าเมื่อประตูด้านนอกถูกผลักเปิดออกด้วยมือของบุคคลปริศนา ร่างสูงโปรดในชุดเสื้อโค้ทกันหนาวสีเขียวเข้มของนายทหารยศสูงผู้หนึ่งก็ก้าวเข้ามาในห้องครัว ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของสองแม่ลูกตระกูลลู่ และหัวใจของหลินว่านหลิวที่เต้นกระหน่ำไม่เป็นจังหวะเมื่อสบเข้ากับดวงตาดุคมกริบทรงอำนาจคู่นั้น...
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางสู่อาณาจักรความอร่อยและความแซ่บไปด้วยกันนะคะ!
เมียตัวร้ายยุค 80 ขอหย่าแล้วไปรวย•ตอนที่ 4
อาหารมื้อแรกที่ทำให้บ้านสะเทือน
ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมียตัวร้ายยุค 80 ขอหย่าแล้วไปรวย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!