"ถ้าคุณกล้าแตะต้องชายเสื้อของภริยาผมแม้แต่ปลายนิ้ว... อย่าหาว่าผมไม่เตือน"
คำพูดของลู่ถิงเมื่อครู่ยังคงดังก้องอยู่ในความรู้สึกของหลินว่านหลิว หญิงสาวยืนนิ่งอยู่ในความมืดของห้องครัวหลังบ้าน ดวงตาคู่คมกวาดมองไปรอบตัวด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ความเย็นชาดุดันที่นายทหารหนุ่มแสดงออกมาเมื่อครู่ ทำให้เธอตระหนักได้ทันทีว่า สามีในนามคนนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ตัวละครประกอบแสนจืดจางในนิยาย แต่เขามีมิติที่ซับซ้อนและอันตรายกว่าที่เธอเคยประเมินไว้
ทว่า ในขณะที่สถานการณ์ภายนอกบ้านพักตระกูลลู่กำลังระอุเนื่องจากเงาปริศนาของสายลับ หลินว่านหลิวกลับถอนหายใจออกมาเบาๆ แล้วก้าวเท้าเข้าไปในมิติลับซูเปอร์มาร์เก็ตอเนกประสงค์ของเธออย่างเงียบเชียบ
กลิ่นอายความทันสมัยของโลกยุคศตวรรษที่ 21โชยปะทะนาสิกทันที แสงไฟนีออนนวลตาส่องสว่างขับเน้นชั้นวางสินค้าที่เรียงรายไปด้วยวัตถุดิบชั้นเลิศ ดวงตาคู่สวยพินิจมองไปยังโซนเนื้อสัตว์แช่แข็ง ก่อนจะหยิบขาหมูพะโล้ตัดแต่งอย่างดี เนื้อแน่น หนังหนานุ่ม และสามชั้นคัดพิเศษเกรดพรีเมียมออกมาจากตู้แช่ในมิติ
สำหรับหญิงสาวผู้เคยผ่านสมรภูมิธุรกิจและการเมืองมาอย่างโชกโชน การทำอาหารไม่ใช่แค่การประทังชีวิต แต่คือ "ศิลปะแห่งการซื้อใจ" และในยามที่ท้องฟ้ากำลังจะเปลี่ยนเป็นสีเพลิง การได้กลิ่นเครื่องเทศเคี่ยวเคี่ยวจนงวดคือการบำบัดจิตที่ดีที่สุด
ว่านหลิวจัดการลวกหมูในน้ำเดือดพล่านเพื่อล้างคาว ก่อนจะตั้งหม้อดินเผาใบโตที่แอบหยิบมาจากคลังสมบัติในมิติ เธอโยนรากผักชี กระเทียมกลีบใหญ่ พริกไทยเม็ดบุบพอแตก ข่า และขิงแก่ลงไปผัดกับน้ำตาลทรายแดงจนเกิดเป็นคาราเมลสีอำพันส่งกลิ่นหอมหวานล้ำลึก จากนั้นจึงตามด้วยโป๊ยกั๊ก อบเชย ลูกผักชี และเครื่องเทศจีนลับเฉพาะที่หาไม่ได้ในตลาดมืด พริกไทยดำส่งกลิ่นฉุนเรียกน้ำย่อย ตามด้วยซีอิ๊วขาวหมักธรรมชาติและเหล้าจีนชั้นดี
"ฟู่..." เสียงน้ำซุปเดือดปุดๆ ในหม้อดินเผา ส่งเสียงคำรามเบาๆ ราวกับเสือร้ายที่กำลังตื่นจากการจำศีล
หลินว่านหลิวหรี่ไฟลงให้เหลือเพียงความร้อนอ่อนๆ เธอยืนกอดอกมองหม้อหมูตุ๋นด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ ร่างระหงในชุดเสื้อผ้าฝ้ายเก่าๆ ของยุค 80 กลับดูสง่างามราวกับราชินีผู้กำลังตรวจตราอาณาจักรของตนเอง กลิ่นหอมของน้ำตาลเคี่ยวกับเครื่องพะโล้เริ่มแผ่ซ่าน แทรกซึมผ่านรอยแยกของประตูห้องครัว ทะลุออกไปสู่อากาศยามเย็นที่ลมหนาวกำลังพัดโชย
ณ ห้องโถงใหญ่ของบ้านตระกูลลู่ แม่สามีจอมเคี่ยวอย่างนางจางกำลังนั่งบ่นกระปอดกระแปดด้วยความหงุดหงิด นางเพิ่งกลับมาจากแปลงนาและพบว่าสะใภ้ตัวแสบหายตัวไปจากงานบ้าน
"นังตัวดีนั่นคงแอบอู้ไปนอนอีกแล้วกระมัง! แต่งเข้ามาก็หลายเดือน ไม่เคยสร้างประโยชน์อันใด มีแต่จะกินข้าวเปลืองข้าวสารในบ้าน!" นางจางกระแทกเสียงใส่สามีที่นั่งสูไปป์เงียบๆ อยู่มุมห้อง
แต่แล้ว... จมูกของนางก็กระตุก
กลิ่นหอมประหลาดบางอย่างกำลังลอยล่องเข้ามาในอากาศ มันไม่ใช่กลิ่นข้าวต้มจืดชืดหรือกลิ่นผักกาดดองเค็มๆ ที่ครอบครัวนี้คุ้นเคย แต่มันคือกลิ่นหอมหวานล้ำลึกของเครื่องเทศ นํ้าตาลเคี่ยว และความมันย่องของเนื้อสัตว์ที่ผ่านการเคี่ยวมาเป็นเวลานาน กลิ่นนั้นเข้มข้น รุนแรง และยั่วยวนจนต่อมรับรสในปากของนางจางทำงานทันที น้ำลายใสๆ เอ่อล้นออกมาเต็มกระพุ้งแก้มโดยไม่รู้ตัว
นางจางชะงักกึก สูดจมูกฟืดใหญ่ ดวงตาฝ้าฟางเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึง
"กลิ่น... กลิ่นอะไรน่ะ?" นางจางอุทานออกมาเสียงหลง ลืมความหงุดหงิดเมื่อครู่ไปจนหมดสิ้น
ไม่ใช่แค่นางจางเท่านั้น บรรดาสมาชิกคนอื่นๆ ในบ้านที่นั่งอยู่รอบๆ ต่างก็สูดกลิ่นหอมนั้นเข้าไปเต็มปอด พี่สะใภ้รองที่เพิ่งเดินถือตะกร้าผ้าเข้ามาถึงกับยืนนิ่งค้างกลางทาง นางกลืนน้ำลายเอื๊อกใหญ่โดยสัญชาตญาณ ท้องฟ้าส่งเสียงโครกครากประท้วงเบาๆ เพราะความหิวโหยที่ถูกปลุกเร้าอย่างฉับพลัน
กลิ่นหมูตุ๋นพะโล้สูตรลับเฉพาะของหลินว่านหลิวไม่ได้เป็นเพียงแค่อาหาร แต่มันคือน้ำหอมชั้นดีที่ทรงพลังยิ่งกว่าค้อนเหล็ก มันทุบทำลายความเย่อหยิ่งและความตั้งใจที่จะหาเรื่องสะใภ้ของนางจางลงเป็นจุล
ในขณะเดียวกัน ลู่ถิงที่เพิ่งเดินกลับเข้ามาจากชายคาด้านหลังเพื่อตรวจสอบความเรียบร้อยรอบบ้าน ก็หยุดชะงักฝีเท้าลงเช่นกัน นายทหารหนุ่มก้มหน้าลงเล็กน้อย ดวงตาคมกริบฉายแววประกายระยับ เขาจำกลิ่นหอมนี้ได้ดี มันคือรสชาติอันเย้ายวนที่ทำให้หัวใจที่ด้านชาของเขาเริ่มสั่นคลอนเมื่อไม่กี่วันก่อน
เสียงฝีเท้าหนักๆ ของนางจางเดินตรงดิ่งไปยังห้องครัวราวกับถูกสะกดจิต นางผลักประตูกระแทกเปิดออกเสียงดังลั่นด้วยความอยากรู้อยากเห็นระคนความโมโหหิว
ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำให้นางจางอ้าปากค้างจนแมลงวันแทบบินเข้าปาก
หลินว่านหลิวกำลังยืนใช้ทัพพีไม้คนหมูสามชั้นและขาหมูในหม้อดินเผาอย่างใจเย็น ไอความร้อนสีขาวบริสุทธิ์พวยพุ่งขึ้นมาพร้อมกับกลิ่นหอมตลบอบอวลจนแทบจะมองเห็นเป็นควันสีทองลอยวนอยู่รอบตัว สีของน้ำพะโล้เป็นสีอำพันเข้มข้นเคลือบผิวเนื้อหมูจนเป็นเงางามสะท้อนแสงไฟ ชิ้นหมูเปื่อยนุ่มจนแทบจะละลายในปาก แค่เพียงมองก็รู้ว่านี่คืออาหารระดับภัตตาคารหลวง หาใช่สิ่งที่ชาวบ้านชนบทจะหาญกล้าทำกินกัน
"น... นังตัวดี แก... แกเอาเนื้อมาจากไหน!" นางจางกรีดร้องเสียงหลงด้วยความตกใจปนอิจฉาริษยา มือเหี่ยวย่นชี้ไปที่หม้อดินเผาด้วยความสั่นเทา "บ้านเรายากจนข้นแค้น แกเอาเงินที่ไหนไปซื้อหมูชิ้นใหญ่ขนาดนี้! หรือว่าแกแอบขโมยเงินของตระกูลลู่ไปซื้อมาใช้คนเดียว นางผู้หญิงระยำ!"
หลินว่านหลิวค่อยๆ วางทัพพีลงช้าๆ นางไม่ได้สะท้านสะเทือนต่อเสียงแผดร้องของแม่สามีแม้แต่น้อย หญิงสาวค่อยๆ หมุนตัวกลับมาเผชิญหน้า รอยยิ้มเย้ายวนแต่งแต้มอยู่บนริมฝีปากอิ่มสวย ดวงตาสุกใสระยิบระยับด้วยความเย้ยหยันที่ถูกซ่อนไว้อย่างแนบเนียน
นางก้าวเข้าไปใกล้แม่สามีทีละน้อย รองเท้าผ้าใบกระทบพื้นไม้ส่งเสียงเบาหู ทว่าสร้างความกดดันให้คนตรงข้ามได้อย่างน่าประหลาด
"เงินหรือคะคุณแม่..." เสียงหวานใสเอ่ยขึ้นอย่างเชื่องช้า น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมราวน้ำแข็ง "ท่านแน่ใจหรือคะว่าเงินในบ้านนี้มีหลงเหลือให้ฉันขโมย? หรือว่า... ท่านกลัวกันแน่ว่ากลิ่นหอมนี้จะทำให้คนทั้งหมู่บ้านรู้ว่า ตระกูลลู่มี 'สะใภ้ตัวร้าย' ที่หาเงินเก่งและทำอาหารอร่อยเสียจนพวกท่านต้องกลืนน้ำลายตัวเอง?"
นางจางหน้าดำคร่ำเครียดจนแทบจะกลายเป็นสีม่วง มือเหี่ยวย่นสั่นเทด้วยความโกรธจัด "แก! นังสะใภ้อกตัญญู แกกล้าดียังไงมาพูดจากวนประสาทฉัน! ส่งหม้อนั่นมาเดี๋ยวนี้! ของพวกนี้เป็นของในบ้านตระกูลลู่ ฉันในฐานะแม่ย่อมมีสิทธิ์ขาด..."
"สิทธิ์หรือคะ?" หลินว่านหลิวหัวנסเสียงใส กังวานก้องไปทั่วห้องครัว นางก้าวเข้าไปประชิดตัวแม่สามีจนอีกฝ่ายต้องถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว "น่าเสียดายนะคะคุณแม่... หม้อนี้ไม่ใช่ของตระกูลลู่ และไม่ใช่ของท่าน แต่มันคืออาหารมื้อค่ำที่ฉันตั้งใจทำให้สามีของฉันกินคนเดียวเท่านั้น!"
สิ้นคำพูดนั้น บรรยากาศในห้องครัวก็เงียบสงบลงชั่วขณะ เสียงหัวใจของทุกคนเต้นโครมคราม
ทว่า ในวินาทีที่นางจางกำลังจะอ้าปากด่าทอด้วยถ้อยคำที่หยาบคายที่สุด ประตูห้องครัวด้านหลังก็ถูกกระชากเปิดออกอย่างไร้ความปรานี ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารของลู่ถิงก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหลังภริยา แรงกดดันจากสนามรบแผ่ซ่านออกมาจนทุกคนต้องสะดุ้ง
ลู่ถิงกวาดสายตาดุจพญาอินทรีย์มองมารดาของตนเองช้าๆ ก่อนจะโน้มตัวลงกระซิบข้างหูของภริยาด้วยเสียงทุ้มต่ำที่ได้ยินกันเพียงสองคน
"กลิ่นหอมนี่ทำให้ผมหิวจนทนไม่ไหวแล้วจริงๆ... ว่าแต่ ถ้าผมอยากกินหมูตุ๋นหม้อนี้ พร้อมกับ 'ภริยาเจ้าเล่ห์' ที่ยืนอยู่ตรงนี้ด้วย... คุณจะคิดค่าบริการเท่าไหร่ล่ะ หือ?"
(โปรดติดตามตอนต่อไป)
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางสู่อาณาจักรความอร่อยและความแซ่บไปด้วยกันนะคะ!
เมียตัวร้ายยุค 80 ขอหย่าแล้วไปรวย•ตอนที่ 3
ตบหน้าแม่สามีด้วยกลิ่นหมูตุ๋น
ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมียตัวร้ายยุค 80 ขอหย่าแล้วไปรวย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!