"มาได้จังหวะเสียจริง... กำลังคิดอยู่พอดีว่าขาดเครื่องเคียงรสเผ็ดร้อนมาตัดเลี่ยนหมูตุ๋นพอดีเลยค่ะ แม่สามีผู้ประเสริฐ"
คำพูดเจือรอยยิ้มพรายของหลินว่านหลิว ไม่เพียงแต่ทำให้บรรยากาศรอบตัวอุณหภูมิลดฮวบลงจนน่าขนลุก แต่ยังทำให้ใบหน้าที่เคยเชิดขึ้นด้วยความหยิ่งผยองของแม่สามีจอมเคี่ยวถึงกับกระตุกวูบ ดวงตาฝ้าฟางตามวัยเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจระคนหวาดระแวง เมื่อเห็นลูกสะใภ้ที่เคยเงียบงันราวกับตุ๊กตาไม้ ยืนไขว่ห้างพิงวงกบประตูด้วยท่าทีผ่อนคลายราวกับนางพญาในราชสำนัก หาใช่หญิงชาวบ้านผู้ยากไร้ในกระท่อมปลายนาไม่
ในมือของว่านหลิวไม่ได้ถือไม้กวาดหรือกระบวยยาเหมือนเคย หากแต่เป็นขวดแก้วใสบรรจุพริกหม่าล่าทอดกรอบน้ำมันพริกสีแดงฉานส่งกลิ่นหอมฟุ้งของเครื่องเทศเตะจมูก กลิ่นอายความเผ็ดร้อนและชาลิ้นลอยอบอวลไปทั่วบริเวณ จนแม้แต่ลู่ถิงที่เพิ่งเดินกลับมาจากแปลงผักด้านหลังยังต้องชะงักฝีเท้า ดวงตาคมกริบฉายแววระคนแปลกใจและพึงพอใจในเวลาเดียวกันเมื่อเห็นภรรยาของเขายืนตระหง่านปกป้องพื้นที่ของตนอย่างสง่างาม
"แก... นังตัวดี! กล้าดียังไงมาพูดจายอกย้อนฉันผู้เป็นแม่ของสามีแกฮึ!" แม่สามีแผดเสียงแหลมสูงพยายามกู้หน้า มือเหี่ยวย่นชี้หน้าลูกสะใภ้ตัวแสบตัวสั่นด้วยความโกรธเกรี้ยว "สามีไปทหารทำหน้าที่รับใช้ชาติ ปล่อยให้เมียอยู่บ้านนอกคอกนาแต่กลับทำตัวระรานผู้หลักผู้ใหญ่ วันนี้ถ้าฉันไม่สั่งสอนแกให้หลาบจำ อย่าหาว่าฉันใจร้ายก็แล้วกัน!"
ว่านหลิวเพียงแค่ปรายตามองท่าทีเต้นเร้าของหญิงแก่ตรงหน้าด้วยความขบขัน รอยยิ้มมุมปากของเธองดงามทว่าเย็นเยียบเสียจนคนมองต้องหนาวสะท้าน เธอก้าวเท้าช้าๆ ออกมาต้อนรับผู้มาเยือนอย่างไม่เกรงกลัว เสียงฝีเท้ากระทบพื้นไม้เก่าดังเอี๊ยดอ๊าดเป็นจังหวะมั่นคง ทว่าสง่างามทุกกระเบียดนิ้ว
"ผู้หลักผู้ใหญ่ที่ถือวิสาสะบุกรุกเข้ามาในเคหสถานของผู้อื่นยามวิกาล พร้อมกับตะกร้าหวายที่หวังจะมาหยิบฉวยข้าวของของชาวบ้านไปฟรีๆ เขาไม่เรียกว่าผู้มีพระคุณหรอกค่ะ... เขาเรียกว่า 'โจรปล้นกลางวัน' ต่างหากล่ะคะ" เสียงหวานใสเอื้อnเอ่ยออกมาทีละคำอย่างชัดถ้อยชัดคำ ทว่าเชือดเฉือนบาดลึกไปถึงขั้วหัวใจของผู้ฟัง
แม่สามีหน้าชาวาบ รอยย่นบนใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความแค้นเคือง นางอุตส่าห์แอบย่องมาช่วงที่คิดว่าลูกชายไม่อยู่เพื่อจะมาขโมยแป้งสาลีและน้ำมันหมูชั้นดีที่ได้ยินชาวบ้านลือกันหนาหูว่าสะใภ้คนนี้ซ่อนไว้ แต่นางกลับไม่คาดคิดเลยว่า นังตัวดีจะไวกว่าและดักทางนางไว้ได้ทุกก้าว
"ปากดีนักนะ! ฉันจะฟ้องลู่ถิง! จะให้มันหย่ากับแกแล้วไล่ออกไปจากหมู่บ้านนี้เสีย!"
"เชิญตามสบายเลยค่ะ" ว่านหลิวสวนกลับทันควันโดยไม่ต้องคิด รอยยิ้มระรื่นบนใบหน้ายิ่งทำให้แม่สามีโกรจนแทบกระอักเลือด "สามีดิฉันเขาฉลาดพอที่จะแยกแยะได้ว่า ระหว่างมารดาผู้บังเกิดเกล้าที่จ้องแต่จะสูบเลือดสูบเนื้อครอบครัวลูกชาย กับภรรยาผู้ร่วมสร้างเนื้อสร้างตัว ใครกันแน่ที่เป็นภาระและใครกันแน่ที่เป็นอนาคต... ถ้าไม่เชื่อ ลองหันไปถามเขาสิคะว่าตอนนี้เขาอยู่ข้างใคร?"
แม่สามีสะดุ้งสุดตัว รีบหันขวับไปมองบุตรชายหนุ่มรูปงามที่ยืนกอดอกพิงกำแพงอยู่ไม่ไกล ดวงตาคมดุของลู่ถิงที่ทอดมองมายังมารดาไม่ได้มีความอบอุ่นหรือเห็นใจเจืออยู่เลยแม้แต่น้อย มีเพียงความเย็นชาและแววตาตำหนิที่ชัดเจน จนผู้เป็นแม่ถึงกับใจหายวาบ
"แม่ครับ..." เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบ "ดึกดื่นค่อนคืนแล้ว แม่ควรกลับบ้านไปพักผ่อนได้แล้วครับ เรื่องในเรือนของผมกับว่านหลิว... ผมจัดการเอง"
"ไอ้... ไอ้ลูกอกตัญญู! แกโดนมันเป่าหูจนโงหัวไม่ขึ้นแล้วใช่ไหม!" แม่สามีกรีดร้องด้วยความคับแค้นใจ ก่อนจะสะบัดหน้าหนีแล้วเดินกระแทกส้นเท้าจากไปด้วยความอับอายขายหน้า ทิ้งท้ายด้วยสายตาอาฆาตมาดร้ายที่ส่งตรงมายังลูกสะใภ้
เมื่อร่างของแม่สามีลับตาไปแล้ว บรรยากาศรอบกระท่อมจึงกลับคืนสู่ความสงบอีกครั้ง ลู่ถิงถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะสาวเท้าเข้ามาหาภรรยา แววตาที่เคยแข็งกร้าวเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนและเว้าวอนอย่างรวดเร็วราวกับพลิฝ่ามือ
"เจ้าเล่ห์นักนะเรา..." น้ำเสียงทุ้มเอ่ยแกมหยอกล้อ ขณะก้มลงมองขวดพริกหม่าล่าในมือภรรยา "จัดการคนแก่เสียจนมุมได้โดยไม่ต้องใช้กำลังเลยสักนิด"
"เขาก็แค่เสือกระดาษค่ะ ถ้าเราทำตัวอ่อนแอ เขาก็จะขย้ำเราจนจมดิน แต่ถ้าเราแสดงให้เห็นว่าเขี้ยวเล็บของเราคมกว่า มีหรือที่เขาจะกล้าลองดีอีก" ว่านหลิวเงยหน้าขึ้นสบตาพญาราชสีห์หนุ่มในอาณัติ รอยยิ้มซุกซนปรากฏขึ้นที่มุมปาก "ว่าแต่... สามีผู้ขยันขันแข็งของฉัน ช่วยเคลียร์แปลงผักหลังบ้านเสร็จแล้วหรือยังคะ ถึงได้มีเวลามาเดินตรวจตราผลงานของฉันแบบนี้"
"เสร็จเรียบร้อยแล้วครับ" ลู่ถิงตอบรับทันที น้ำเสียงออดออนเสียจนคนฟังแทบไม่เชื่อหูว่านี่คือนายทหารผู้เกรียงไกรในค่าย "และเพราะเหน็ดเหนื่อยจากการทำงานหนัก... ผมคิดว่าภรรยาคนเก่งคงต้องมีรางวัลปลอบใจอร่อยๆ ให้สามีเสียหน่อยแล้วกระมัง?"
ว่านหลิวหัวเราะคิกคักอย่างอารมณ์ดี หญิงสาวหมุนตัวเดินนำสามีเข้าสู่ภายในกระท่อม ซึ่งในเวลานี้สภาพภายในไม่ได้เป็นกระท่อมผุพังใกล้พังอย่างที่ใครต่อใครเข้าใจอีกต่อไปแล้ว
พริบตาเดียวที่ก้าวพ้นธรณีประตู ภาพของความยากจนข้นแค้นก็มลายหายสิ้น ภายในพื้นที่กว้างขวางของกระท่อมถูกเนรมิตขึ้นใหม่ด้วยฝีมือและสิ่งของอัศจรรย์จากซูเปอร์มาร์เก็ตในมิติลับของว่านหลิว ผนังไม้เก่าคร่ำคร่าถูกบุทับด้วยวอลเปเปอร์ลายไม้สีอบอุ่นสะอาดตา พื้นปูทับด้วยเสื่อน้ำมันลายกราฟิกวินเทจสไตล์ยุค 80 ที่ดูสะอาดสะอ้านและนุ่มเท้า มุมห้องนั่งเล่นมีโซฟาผ้ากำมะหยี่สีครีมนุ่มฟูตั้งอยู่เคียงคู่กับโต๊ะไม้สนขัดเงา บนผนังแขวนโคมไฟคริสตัลจำลองที่ให้แสงนวลตาอบอุ่น
กลิ่นหอมกรุ่นของอาหารจานร้อนโชยออกมาจากมุมครัวที่ถูกรีโนเวทใหม่จนทันสมัย มีทั้งเคาน์เตอร์ครัวปูนเปลือยสะอาดสะอ้าน เตาแม่เหล็กไฟฟ้าอเนกประสงค์ และตู้เก็บของที่อัดแน่นไปด้วยวัตถุดิบชั้นเลิศ
"โอ้โห..." ลู่ถิงถึงกับอุทานออกมาเบาๆ แม้เขาจะเคยชินกับการเห็นภรรยาสรรหาสิ่งแปลกประหลาดมาเนรมิตบ้านทีละเล็กทีละน้อย แต่ภาพของห้องนั่งเล่นที่อบอุ่นและหรูหราเกินกว่าบ้านของนายอำเภอในเมืองเสียอีกในยามนี้ ก็ยังทำให้เขาอดทึ่งไม่ได้ "นี่เรา... อยู่ในวิมานจริงๆ หรือนี่?"
"ชอบไหมคะ?" ว่านหลิวหันมาถามพลางถอดผ้ากันเปื้อนออก เผยให้เห็นสัดส่วนอรชรในชุดเดรสผ้าฝ้ายเรียบง่ายแต่ดูดี เธอยกมือขึ้นกอดอกมองผลงานชิ้นเอกของตัวเองด้วยความภาคภูมิใจ "นี่เป็นแค่การเริ่มต้นเท่านั้นนะคะคุณลู่ถิง อีกไม่นาน กระท่อมหลังนี้จะกลายเป็นบ้านสวนในฝันที่ใครๆ ก็ต้องอิจฉาตาร้อน"
"ชอบครับ... ชอบมากที่สุด" ลู่ถิงก้าวเข้าไปประชิดตัวภรรยาอย่างรวดเร็ว วงแขนแข็งแรงโอบกอดเอวบางไว้หลวมๆ ใบหน้าคมคายโน้มลงซบกับลาดไหล่มน สูดดมกลิ่นกายหอมละมุนที่คุ้นเคย "ไม่ว่าจะเป็นบ้านหลังเล็กหรือคฤหาสน์หลังใหญ่ ขอแค่มีเธออยู่ตรงนี้... ที่นี่ก็คือบ้านของผม"
บรรยากาศแสนหวานกำลังก่อตัวขึ้นท่ามกลางความอบอุ่นของบ้านใหม่ ทว่าในจังหวะที่หัวใจของทั้งสองกำลังเต้นระรัวเข้าหากันนั้นเอง...
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูหน้าบ้านดังขึ้นอย่างกะทันหัน หนักหน่วง และรัวเร็ว ผิดวิสัยชาวบ้านทั่วไปในยามวิกาล
ลู่ถิงขมวดคิ้วมุ่นทันที ดวงตากลับมาคมกริบและระแวดระวังภัยอีกครั้ง ส่วนว่านหลิวชะงักมือที่กำลังจะจัดโต๊ะอาหาร สายตาคู่งามหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความสงสัย
ยามวิกาลเช่นนี้... ใครกัน1 ที่กล้ามาเคาะประตูบ้านของพวกเขา?
และเมื่อประตูกลอนไม้ถูกผลักเปิดออกโดยลู่ถิง บุคคลที่ยืนอยู่เบื้องหน้าท่ามกลางความมืดของราตรี กลับไม่ใช่ชาวบ้านในหมู่บ้าน แต่เป็นร่างในชุดเครื่องแบบทหารระดับสูงที่เปียกปอนไปด้วยหยาดน้ำค้าง พร้อมกับเอกสารลับตราประทับสีแดงฉานในมือ ที่เอ่ยประโยคทำลายความสงบสุขขึ้นมาด้วยน้ำเสียงร้อนรนว่า—
"ผู้กองลู่! คำสั่งด่วนจากส่วนกลาง... คุณต้องกลับค่ายทหารและเดินทางลงใต้คืนนี้ทันที!"
(โปรดติดตามตอนต่อไป)
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ผู้สง่างามทุกท่านที่ร่วมเดินทางสร้างความมั่งคั่งและฟินจิกหมอนไปกับว่านหลิวและสามีนะคะ! — ดัชเชสโพดำ
เมียตัวร้ายยุค 80 ขอหย่าแล้วไปรวย•ตอนที่ 13
แปลงโฉมกระท่อมให้เป็นบ้านในฝัน
ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมียตัวร้ายยุค 80 ขอหย่าแล้วไปรวย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!