"ถ้าปากของป้ายังไม่มีอะไรจะเคี้ยว วันนี้ฉันจะช่วยสงเคราะห์ด้วยเศษหินกรวดจากลานบ้านสักกำมือดีไหมคะ? เผื่อว่ามันจะช่วยขัดเกลาคำพูดสกปรกๆ ที่หลุดออกมาจากร่องฟันผุๆ นั่นให้มันสะอาดขึ้นมาได้บ้าง"
เสียงใสแต่เฉียบคมดุจใบมีดโกนอาบน้ำผึ้งกรีดผ่านความเงียบสงบยามสายของหมู่บ้านทหาร หลินว่านหลิวในชุดเสื้อเชิ้ตผ้าฝ้ายสีขาวสะอาดตาและกางเกงขายยาวเข้ารูปเน้นสัดส่วนอรชร เธอก้าวเท้าออกมาจากประตูกรอบไม้ด้วยท่าทีสง่างามราวกับราชนีผู้กำลังตรวจตราอาณาจักร ดวงตากลมโตคู่คมกวาดมองกลุ่มสตรีวัยกลางคนที่กำลังสุมหัวนินทาอยู่ใต้ต้นสะเดาหน้าบ้าน
เป้าหมายคือ 'ป้าจาง' หญิงปากหอยปูที่ขึ้นชื่อเรื่องการกุเรื่องใส่ร้ายป้ายสีคนอื่นเป็นกิจวัตร ยิ่งช่วงนี้สามีของเธออย่างลู่ถิงไม่อยู่และมีข่าวลือเรื่องเงินทองจากการค้าขายในตลาดมืดหลุดลอดออกมา ป้าจางก็ยิ่งได้ใจ ปั้นน้ำเป็นตัวว่าเธอแอบไปสำส่อนกับชายอื่นเพื่อแลกกับเงินตรา
ป้าจางสะดุ้งสุดตัว หน้าที่เคยเหี่ยวย่นตามวัยบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเมื่อถูกเด็กเมื่อวานซืนตอกกลับต่อหน้าลูกบ้านคนอื่นๆ "หลินว่านหลิว! แกกล้าดียังไงมาพูดจาต่ำทรามกับผู้หลักผู้ใหญ่หะ! สันดานลูกสาวเศรษฐีตกอับมันแก้ไม่หายจริงๆ สินะ ออกมาป่าวประกาศขายตัวหาเงินเข้ากระเป๋า ใครๆ เขาก็รู้กันทั้งหมู่บ้านว่าแกมัน... โอ๊ย!"
เพียะ!
เสียงฝ่ามือกระทบแก้วหู ดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าผ่ากลางฤดูร้อน ร่างท้วมของป้าจางเซถลาไปตามแรงเหวี่ยงจนไปชนเข้ากับรั้วไม้ไผ่จนหักโค่น ฝุ่นดินตลบอบอวล ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ ทุกสายตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนแทบไม่เชื่อว่าภาพตรงหน้าจะเป็นความจริง สะใภ้ตระกูลลู่อันดับหนึ่งผู้เคยอ่อนแอและเอาแต่ร้องไห้เมื่อก่อนหน้านี้ กล้าลงมือตบหน้าปากตลาดอย่างป้าจางกลางที่สาธารณะ!
ว่านหลิวสะบัดมือเบาๆ ราวกับรังเกียจที่จะสัมผัสสิ่งสกปรก เธอยกมุมปากขึ้นยิ้มเย็นเยียบ นัยน์ตาสีรัตติกาลลẫกซึ้งไร้ซึ่งความหวาดกลัว "มือข้างนี้ของฉันสะอาดพอที่จะสร้างเงินสร้างทอง เลี้ยงดูคนในครอบครัวให้อยู่ดีกินดีได้ แต่ปากของป้า... สกปรกเสียจนฉันเกรงว่าถ้าปล่อยให้อ้าพ่นวาจาจัญไรออกมาอีกคำเดียว อากาศบริสุทธิ์ในหมู่บ้านนี้คงต้องเป็นพิษหมดพอดี"
"อี... อีเด็กไม่มีพ่อแม่สั่งสอน! แกกล้าตบฉันเหรอ ฉันจะไปฟ้องผู้ใหญ่บ้าน ไปฟ้องกองบัญชาการทหารให้มาไล่พวกแกออกนอกค่าย!" ป้าจางกรีดร้องโหยหวน เอามือกุมแก้มที่บวมเป่งขึ้นสีแดงเป็นรอยฝ่ามือ น้ำตาคลอเบ้าด้วยความเจ็บแสบและอับอาย
"เชิญค่ะ!" ว่านหลิวเชิดหน้าขึ้น เลิกคิ้วท้าทายอย่างไม่เกรงกลัว "เชิญไปฟ้องให้ทั่วเลยนะคะ แล้วฉันจะให้ทนายความส่วนตัวของฉันฟ้องกลับข้อหาหมิ่นประมาท ดูซิว่าชื่อเสียงที่สั่งสมมาทั้งชีวิตของป้า กับค่าเสียหายหลักร้อยหยวนที่ฉันจะเรียกฟ้องจนหมดตัว อย่างไหนมันจะพังเร็วกว่ากัน!"
คำขู่ที่เต็มไปด้วยความมั่นใจและคำศัพท์ทางกฎหมายที่คนยุคนี้ไม่คุ้นชิน ทำให้ป้าจางถึงกับสะอึกกลืนน้ำลายลงคอไม่เข้าคายไม่ออก หญิงแก่ได้แต่ชี้หน้าสั่นเทาด้วยความแค้นเคืองแต่ไม่กล้าพุ่งเข้ามาทำร้าย เพราะรัศมีกดดันรอบตัวของหลินว่านหลิวในตอนนี้ช่างน่ากลัวราวกับพญาหงส์ที่พร้อมจะจิกตีศัตรูให้จมดิน
บรรดาสมาชิกสมาคมแม่บ้านที่เหลือต่างพากันถอยหลังกรูด ไม่มีใครกล้าส่งเสียงสอดปากสักคน
ว่านหลิวปรายตามองเศษซากความวุ่นวายเล็กน้อย ก่อนจะหมุนตัวกลับเข้าบ้านอย่างไม่ใส่ใจ ปล่อยให้พวกนินทาได้แต่มองตามด้วยความหวาดผวา
เมื่อก้าวพ้นธรณีประตูเข้ามาในอาณาเขตบ้าน ความตึงเครียดบนใบหน้าของหญิงสาวก็มลายหายไป เหลือเพียงรอยยิ้มพึงใจ เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ กลิ่นหอมกรุ่นของเครื่องเทศและเนื้อตุ๋นยาจีนลอยตลบอบอวลไปทั่วห้องครัว มิติลับซูเปอร์มาร์เก็ตอเนกประสงค์ของเธอกำลังทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยม วัตถุดิบชั้นเลิศจากศตวรรษที่ 21 ถูกแปรรูปเป็นอาหารรสเลิศเพื่อเตรียมรับมือกับแผนธุรกิจล็อตใหญ่ในวันพรุ่งนี้
วันนี้เธอตั้งใจจะทำ "หมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดงเซี่ยงไฮ้" สูตรลับเฉพาะที่เคี่ยวจนหนังนุ่มละมุนลิ้น ละลายในปาก น้ำซุปสีอำพันเคี่ยวจากน้ำตาลกรวดและซอสถั่วเหลืองชั้นดี ส่งกลิ่นหอมเย้ายวนเตะจมูกจนแม้แต่แมวข้างบ้านยังต้องเดินมาป้วนเปี้ยนหน้าต่าง
ก๊อกๆๆ
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งอย่างเป็นจังหวะ ไม่ใช่เสียงทุบทำลายแบบพวกป้าจาง แต่เป็นจังหวะที่คุ้นเคย
ว่านหลิวชะงักมือที่กำลังตักหมูสามชั้นสีสวยใส่ชามกระเบื้องเคลือบ เธอขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความสงสัย ในเวลานี้ ใครกันที่กล้ามาหาเธอถึงบ้านหลังเกิดเรื่องตบตีสดๆ ร้อนๆ
เมื่อเปิดประตูออก ภาพของร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้มที่เต็มไปด้วยฝุ่นควันและหยาดเหงื่อก็ปรากฏแก่สายตา ลู่ถิงยืนนิ่งอยู่หน้าประชิดกรอบประตู ดวงตาคมกริบคู่นั้นจับจ้องมาที่เธอด้วยประกายแสงซับซ้อนที่อ่านไม่ออก
"คุณ... กลับมาได้ยังไงคะ ไหนบอกว่าติดภารกิจฝึกซ้อมภาคสนามอีกสามวันไม่ใช่เหรอ?" ว่านหลิวเอ่ยถามด้วยความประหลาดใจ
ลู่ถิงไม่ได้ตอบคำถามทันที ชายหนุ่มก้าวล้ำเข้ามาในบ้าน ปิดประตูลงกลอนอย่างแน่นหนา ก่อนจะโน้มใบหน้าหล่อเหลาที่เต็มไปด้วยความเคร่งเครียดลงมาใกล้ จนลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ข้างแก้ม
"ฉันได้ยินเรื่องที่คุณไป 'จัดการ' กับป้าจางข้างบ้านมาแล้ว..." เสียงทุบตักของสามีทหารแหบพร่าเล็กน้อย แต่แววตาที่มองเธอนั้นกลับไม่มีความโกรธเคืองเลยแม้แต่น้อย กลับกัน มันเต็มไปด้วยประกายระยิบระยับของความคลั่งไคล้และความหวงแหนอย่างล้นปรี่
เขายื่นมือหนาขึ้นมาแตะรอยแดงจางๆ บนหลังมือของภรรยาเบาๆ ก่อนจะกระซิบชิดริมหูด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่ทำให้หัวใจของหญิงสาวกระตุกวูบ
"เมียจ๋า... มือคู่นี้เอาไว้จับเงินล้านและปรนเปรอสามี ครั้งหน้าถ้าจะตบใคร ให้บอกผม... เดี๋ยวผมเอาปืนไปยิงขู่ให้เอง สะใจกว่ากันเยอะ"
ดวงตากลมโตของว่านหลิวเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ยามที่สบเข้ากับนัยน์ตาพราวระยับของสามีหนุ่มผู้ขึ้นชื่อว่าเคร่งครัดในระเบียบวินัย แต่กลับยอมสยบแทบเท้าเธอเพียงคนเดียว
แต่ก่อนที่เธอจะได้ตอบโต้คำพูดหยอกเย้าอันตรายนั้น กลิ่นไหม้จางๆ ก็ลอยออกมาจากหม้อตุ๋นในครัว พร้อมกับเสียงเคาะประตูกระจกหลังบ้านที่ดังขึ้นอย่างกระชั้นชิด...
และร่างเงาสูงโปร่งของใครบางคนที่ยืนอยู่หลังกระจกฝ้า ก็ทำให้รอยยิ้มของลู่ถิงแข็งค้างในทันที!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมากับความเผ็ดร้อนของสะใภ้ตัวร้ายในตอนที่ 10 นี้ด้วยนะคะ!
เมียตัวร้ายยุค 80 ขอหย่าแล้วไปรวย•ตอนที่ 10
ปะทะฝีปากกับญาติจอมจุ้น
ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมียตัวร้ายยุค 80 ขอหย่าแล้วไปรวย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!