"ฉันได้ยินมาว่า ผู้กองลู่ส่งจดหมายหย่ามาถึงบ้านแล้วนะ! สะใภ้รองบ้านลู่น่ะ เตรียมตัวเก็บกระเป๋าออกจากหมู่บ้านได้เลย!"
เสียงแหลมสูงของป้าสะใภ้ใหญ่แห่งตระกูลเฉินดังแว่วข้ามรั้วกำแพงดินอัดเข้ามาในลานบ้าน ขณะที่หลินว่านหลิวกำลังใช้ปลายมีดสแตนเลสคมกริบ แล่เนื้อหมูสามชั้นติดมันชั้นดีที่เพิ่งหยิบออกมาจากมิติลับซูเปอร์มาร์เก็ต
คมมีดกระทบกับเขียงไม้เนื้อหนาเกิดเสียง 'ปัก ปัก' เป็นจังหวะสม่ำเสมอ สะท้อนความมั่น eมและเยือกเย็นในแววตาของหญิงสาว หลินว่านหลิวไม่ได้แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองต้นเสียง เจ้าของฉายาวิทยุประจำหมู่บ้านผู้นั้นคงกำลังกระหายอยากเห็นความพินาศของเธอเสียเต็มประดา หลังจากที่เธอประกาศตัวเป็นอิสระและตัดขาดจากความงี่เง่าของแม่สามีจอมเคี่ยวมาได้หลายสัปดาห์
"ป้าเฉินพูดจาเหลวไหลอะไรแต่เช้าคะ? ระวังลิ้นจะพับเข้าคอจนพูดไม่ไรูเรื่องเอานะคะ" เสียงหวานใสแต่เฉียบคมราวน้ำแข็งขั้วโลกดังขึ้นจากริมระเบียง หลินว่านหลิววางมีดลงอย่างใจเย็น ก่อนจะปัดเศษแป้งมันสำปะหลังบนมือออกเบาๆ นางปรายตามองกลุ่มชาวบ้านที่เริ่มชะביกหน้าต่างและเดินมามุงดูความสนุกตรงหน้าบ้านด้วยรอยยิ้มเย้ยหยันที่มุมปาก
ข่าวลือเรื่อง 'ลู่ถิง' สามีทหารยศสูงผู้ไม่เคยแม้แต่จะชายตาแลภรรยาในนามอย่างเธอ กำลังจะกลับมาเพื่อสะ aสะสางบัญชีและขอหย่าขาด เป็นหัวข้อสนทนาที่ร้อนแรงยิ่งกว่าอากาศยามบ่ายในเดือนพฤษภาคมเสียอีก
แม่สามีจอมเคี่ยวที่แอบซุ่มดูอยู่หลังพุ่มไม้หน้าบ้านถึงกับยืดอกขึ้นด้วยความสะใจ นางแอบแค่นเสียงหัวเราะในลำคออย่างหมายมาด 'ฮึ! นึกว่าปีกกล้าขาแข็งแล้วจะหนีพ้นเงื้อมมือตระกูลลู่เรอะ? ลูกชายฉันเป็นถึงนายทหารอนาคตไกล ยศสูงส่งถึงเพียงนั้น มีหรือจะยอมเก็บผู้หญิงปากจัดอย่างนังนี่ไว้เชิดหน้าชูตา!'
หลินว่านหลิวปรายหางตามองร่างท้วมของแม่สามีที่ทำตัวเป็นทองไม่รู้ร้อนแต่อยากรู้อยากเห็นยิ่งกว่าใคร นางแค่นยิ้มในใจ หย่าหรือ? ชายคนนั้นอยากจะหย่ากับนางจริงหรือเปล่า... ใครสนกันเล่า! ในมิติลับของนางมีทั้งเงินสด ข้าวของเครื่องใช้ล้ำยุค และสูตรอาหารระดับภัตตาคารร้อยปี การเป็นเศรษฐีนีพันล้านยุค 80 ด้วยลำแข้งตัวเอง ดูน่าสนุกและเร้าใจกว่าการไปกราบกรานขอความรักจากสามีทหารผู้เย็นชาเป็นไหนๆ
"พวกคุณมามุงดูอะไรกันหน้าบ้านฉันหรือคะ? หรือว่ากลิ่นหอมๆ จากเตาไฟของฉันมันรบกวนจมูกพวกคุณจนทนไม่ไหว" หลินว่านหลิวเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทรงพลังจนกลุ่มชาวบ้านที่กำลังซุบซิบถึงกับเงียบเสียงลงฉับพลัน
กลิ่นหอมลึกล้ำของ 'หมูสามชั้นตุ๋นซีอิ๊วฮ่องเต้' ที่นางเคี่ยวด้วยไฟอ่อนมานานกว่าสองชั่วยามเริ่มลอยฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ กลิ่นหอมของน้ำตาลเคี่ยวคาราเมลผสมผสานกับเครื่องเทศจีนนานาชนิด ทั้งโป๊ยกั๊ก ออบเชย และพริกไทยดำชั้นดีที่หยิบมาจากชั้นวางสินค้าในมิติลับ เตะจมูกผู้คนที่เดินผ่านไปมาจนน้ำลายสอ
ในยุคที่ข้าวยากหมากแพง เนื้อสัตว์เป็นของหายาก นอกจากการลักลอบค้าขายเล็กๆ น้อยๆ ในตลาดมืดแล้ว การจะได้กลิ่นเนื้อตุ๋นเข้มข้นขนาดนี้แทบจะเป็นเรื่องเพ้อฝัน ชาวบ้านหลายคนกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง ความสนใจเรื่องข่าวลือการหย่าร้างเริ่มถูกแทนที่ด้วยความอยากรู้อยากเห็นว่าสะใภ้รองผู้นี้เอาเงินที่ไหนมาซื้อเนื้อชิ้นโตขนาดนั้น
"หลินว่านหลิว! เธออย่ามาเฉไฉเปลี่ยนเรื่องนะ!" ป้าเฉินกลืนน้ำลายเอืือกใหญ่ พยายามดึงสติกลับมาแล้วเชิดหน้าขึ้น "ทุกคนเขารู้กันทั่วว่าผู้กองลู่ส่งโทรเลขด่วนมาที่กองอำนวยการอำเภอแล้ว ว่าเขาจะกลับมาถึงสถานีรถไฟในอีกสามวันข้างหน้า และจุดประสงค์ก็เพื่อจัดการเรื่องหย่าขาดกับเธอให้เรียบร้อย! คนอย่างเธอ ทำตัวเหลวไหล ค้าขายผิดกฎหมาย แม่สามีก็ไม่ดูแล มีหรือที่นายทหารยศใหญ่เขาจะเอาไว้!"
สิ้นคำพูดนั้น แม่สามีจอมเคี่ยวก็แสร้งทำเป็นเดินออกมาจากพุ่มไม้ ใช้ผ้าเช็ดหน้าผืนเก่าซับตาที่ไม่มีน้ำตาแม้แต่หยดเดียว พลางโอดครวญเสียงดังเพื่อให้ชาวบ้านเห็นใจ
"โอi... บาปกรรมจริง ๆ ลูกชายฉันเป็นคนซื่อสัตย์รักความยุติธรรม ทำงานรับใช้ชาติบ้านเมืองเหน็ดเหนื่อยแทบตายที่ชายแดน แต่กลับต้องมามีมลทินเพราะภรรยาที่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง! ว่านหลิว... ถ้าตาลู่กลับมาแล้วขอหย่า เธอก็อย่าไปเหนี่ยวรั้งเขาไว้เลยนะ ถือว่าทำบุญให้ตระกูลลู่เถอะ!"
หลินว่านหลิวเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มบนเรียวปากอิ่มเอิบยิ่งทวีความเย้ายวนและเย็นชา นางใช้ผ้ากันเปื้อนสีสะอาดเช็ดมือช้าๆ ก่อนจะก้าวเท้าออกมาที่หน้าประตูกลางแดดอ่อนๆ ท่าทีสง่างามราวกับนางพญาผู้กุมชะตาชีวิตของคนทั้งหมู่บ้านไว้ในกำมือ
"คุณแม่คะ..." หลินว่านหลิวเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "ท่านแน่ใจหรือคะว่า ลู่ถิง สามีของฉัน... จะกลับมาเพื่อขอหย่ากับฉันจริงๆ ไม่ใช่ว่า... เขากลับมาเพราะทนคิดถึงฝีมือทำอาหารและภรรยาคนนี้ไม่ไหวหรอกหรือคะ?"
ประโยคคำถามนั้นทำเอาทุกคนอ้าปากค้าง แม่สามีถึงกับหน้าซีดเผือดด้วยความโกรธ
"นังตัวดี! แกยังกล้าเพ้อเจ้ออีกเรอะ! ผู้กองลู่เกลียดขี้หน้าแกจะตายไป เขาแต่งงานกับแกเพราะคำสั่งของผู้ใหญ่ต่างหาก!" แม่สามีแผดเสียงแหลม
หลินว่านหลิวหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความมั่นใจและเย้ยหยันต่อความไร้เดียงสาของคนรอบข้าง นางกำลังจะเอաբากตอบโต้ให้หงายเงิบ ทว่า...
ทันใดนั้นเอง! เสียงเครื่องยนต์รถจี๊ปทหารรุ่นลุยโคลนคันใหญ่ที่คุ้นเคยก็คำรามกึกก้องเลี้ยวเข้ามาจอดสนิทอยู่ที่หน้าปากทางเข้าบ้านตระกูลลู่ ฝุ่นตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ
ประตูรถฝั่งคนขับเปิดออกอย่างรวดเร็ว รองเท้าคอมแบทหนังสีดำสนิทก้าวลงมาเหยียบพื้นดิน เสียงฝีเท้าหนักแน่นมั่นคงเดินตรงดิ่งเข้ามา ร่างสูงโปร่งในชุดเครื่องแบบนายทหารยศสูง ไหล่กว้างและสันกรามคมคายที่เต็มไปด้วยร่องรอยความเกรียงไกรจากสนามรบปรากฏต่อสายตาทุกคน
ลู่ถิงกลับมาแล้ว! และเขากลับมาก่อนกำหนดถึงสามวัน!
บรรยากาศรอบตัวพลันเงียบกริบลงทันที ทุกสายตาจดจ้องไปที่นายทหารหนุ่มรูปงามผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเย็นชาและไร้ความรู้สึก ขณะที่แม่สามีรีบปั้นหน้ายิ้มเตรียมวิ่งเข้าไปฟ้องร้อง แต่ทว่า...
ลู่ถิงกลับไม่ชายตาแลมารดาบังเกิดเกล้าเลยสักนิด สายตาดุดันคู่นั้นกวาดมองผ่านฝูงชนตรงมาที่หลินว่านหลิวด้วยประกายไฟที่ร้อนแรงเกินกว่าใครจะคาดเดา และก่อนที่ใครจะได้ทันตั้งตัว นายทหารหนุ่มผู้เย่อหยิ่งคนนั้นก็เดินตรงเข้าไปคว้าเอวบางของภรรยาเข้าหาตัวอย่างแนบแน่น พร้อมกับกระซิบเสียงทุ้มต่ำติดจะแหบพร่าข้างใบหูของนาง ท่ามกลางความตกตะลึงของคนทั้งหมู่บ้าน
"หย่าเหรอ?... ใครบอกเธอว่าผมกลับมาเพื่อหย่า... ว่านหลิว... ผมกลับมาเพื่อขอจดทะเบียนสมบัติและหัวใจของผมคืนต่างหาก"
(โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ)
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนดัชเชสโพดำเสมอนะคะ!
เมียตัวร้ายยุค 80 ขอหย่าแล้วไปรวย•ตอนที่ 20
ข่าวลือเกี่ยวกับสามีทหาร
ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมียตัวร้ายยุค 80 ขอหย่าแล้วไปรวย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!