กลิ่นควันปืนจางๆ ยังไม่ทันจางหายไปจากบรรยากาศรอบตัว เรย์ก็รู้สึกได้ถึงแรงกระชากที่หัวไหล่ ร่างทั้งร่างถูกดึงเข้าไปหลบหลังเสาปูนเนื้อหนาอย่างรวดเร็วก่อนที่กระสุนนัดแรกจากกลุ่มของจินจะเจาะทะลุกระจกหน้าต่างเข้ามา เสียงกระจกแตกละเอียดกระจายเกลื่อนพื้นดังระรัวท่ามกลางความชุลมุน
"ดื้อด้านไม่เข้าเรื่อง... บอกให้อยู่เงียบๆ ทำไมไม่ฟัง"
เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมหู ลมหายใจอุ่นร้อนที่รดรินอยู่ตรงต้นคอทำให้เรย์ต้องเม้มปากแน่น แม้สถานการณ์ตรงหน้าจะหน้าสิ่วหน้าขวานและมีชีวิตเป็นเดิมพัน แต่สัมผัสจากฝ่ามือหนาที่กุมข้อมือเขาไว้แน่นจนแทบไร้ช่องว่าง กลับสร้างความอุ่นวาบแปลกประหลาดขึ้นมากลางอก
เรย์ปรายตามองคีย์ที่กำลังปลดล็อกเซฟตี้ปืนสั้นในมือด้วยความรวดเร็วและแม่นยำ ดวงตาคมกริบของอดีตนักฆ่าไม่มีความหวาดกลัวปรากฏอยู่เลยแม้แต่น้อย มีเพียงประกายความเย็นชาที่พร้อมจะปลิดชีพใครก็ตามที่กล้าก้าวล้ำเข้ามาในอาณาเขตของพวกเขา
"ถ้าฉันไม่ดื้อ ป่านนี้เราคงโดนพวกมันห้อมล้อมจนไม่มีทางหนีแล้วต่างหาก คีย์" เรย์สวนกลับเสียงเบาหวิวแต่หนักแน่น สายตาคู่สวยวัดรอยยิ้มเยาะเย้ยของจินที่ยืนอยู่ท่ามกลางสมุนชุดดำผ่านช่องว่างของเสาปูน "ว่าแต่... นายมีแผนอะไร หรือจะยอมให้ไอ้เวรนั่นมันต้อนเราจนมุมตรงนี้"
"แผนของฉันคือการพา นาย ออกไปจากที่นี่ให้ปลอดภัย... ส่วนไอ้จิน เดี๋ยวฉันจัดให้สาสมกับที่มันกล้ามาเหยียบถิ่นเรา"
คีย์พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เด็ดขาด ก่อนจะชะโงกศีรษะออกไปเล็งเป้าหมายอย่างรวดเร็ว เสียงปืนดังสนั่นติดต่อกันสามนัดซ้อน ร่างของสมุนมาเฟียที่เดินนำหน้าล้มฟุบลงไปนอนกองกับพื้นทีละคนอย่างแม่นยำไม่มีพลาดเป้า
"ระวังข้างซ้าย!" เรย์ร้องเตือนเสียงหลงเมื่อเห็นเงาร่างหนึ่งพุ่งมาจากมุมอับพร้อมกับลำกล้องปืนที่เล็งตรงมายังแผ่นหลังของคีย์
สัญชาตญาณการเอาตัวรอดพุ่งพล่าน เรย์ไม่ลังเลที่จะพุ่งตัวเข้าไปกระชากแขนของคีย์ให้เบี่ยงหลวิถีกระสุน แรงปะทะทำให้ทั้งคู่เสียหลักล้มกลิ้งลงไปกับพื้นห้อง ฝุ่นผงและเศษปูนปลิวว่อนตามแรงกระสุนนัดที่เฉียดผ่านหัวไหล่ของคีย์ไปเพียงนิดเดียว
ชั่วพริบตาที่ร่างของทั้งสองทับซ้อนกันอยู่บนพื้นเย็นเฉียบ เรย์พบว่าตัวเองอยู่ใต้ร่างแกร่งของคีย์โดยสมบูรณ์ ดวงตาสองคู่ประสานกันอย่างแนบชิด ท่ามกลางเสียงปืนที่ยังคงดังสนั่นระรัวอยู่ภายนอก โลกทั้งใบคล้ายจะหยุดหมุนลงตรงวินาทีนั้น ลมหายใจของทั้งคู่ผสานเป็นจังหวะเดียวกันอย่างน่าประหลาด
คีย์มองใบหน้าหวานที่เปื้อนฝุ่นแต่ยังคงดื้อรั้นไม่เปลี่ยน ดวงตาคมกริบไหววูบไปชั่วขณะ ความรู้สึกบางอย่างที่ถูกกดทับไว้ภายใต้ความนิ่งขรึมมาตลอดพรั่งพรูขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ มือหนาข้างหนึ่งที่เคยถือปืนเปลี่ยนมาประคองข้างแก้มเนียนของเรย์ไว้อย่างแผ่วเบา สัมผัสอุ่นร้อนนั้นทำให้เรย์ชะงักค้าง หัวใจเต้นรำถี่รัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก
"นายมัน... บ้าจริงๆ เรย์" คีย์เอ่ยเสียงพร่า แววตาดุดันเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความลึกซึ้งที่อ่านไม่ออก "รู้ตัวไหมว่าทำแบบนี้มันเสี่ยงแค่ไหน"
"แล้วถ้าฉันไม่ทำ นายก็จะเจ็บตัว... หรือนายอยากตายตรงนี้ล่ะ คีย์" เรย์เถียงกลับเสียงสั่นพร่า แม้ปากจะยังแข็ง แต่ใบหน้าที่ขึ้นสีแดงเรื่อกับดวงตาที่ไหวระริกกลับทรยศความรู้สึกทั้งหมด
"ฉันไม่ยอมตายหรอก... เพราะถ้าฉันตาย ใครจะคอยปกป้องคนปากจัดแถวนี้"
มุมปากหนายกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่หา 100 ปีจะมีสักครั้ง ทำให้หัวใจของเรย์กระตุกวูบ ความใกล้ชิดที่เกินเลยกว่าคำว่าบอดี้การ์ดและผู้ว่าจ้างกำลังละลายกำแพงที่ทั้งคู่สร้างขึ้นมาทีละน้อย ความรู้สึกบางอย่างที่ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ทำให้บรรยากาศรอบตัวร้อนผ่าวราวกับมีเปลวไฟล้อมรอบ
คีย์โน้มใบหน้าลงมาใกล้เรย์เรื่อยๆ ระยะห่างลดลงจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นที่เป่ารดริมฝีปาก เรย์หลับตาลงช้าๆ หัวใจเต้นแรงจนแทบไม่เป็นจังหวะ มือเรียวยกขึ้นกำเสื้อช่างภาพของอีกฝ่ายแน่นเพื่อยึดเหนี่ยว
ปัง! เสียงปืนนัดใหญ่ดังขึ้นทำลายบรรยากาศสีชมพูฉับพลัน พร้อมกับเสียงตะโกนกร้าวของจินที่ดังแทรกเข้ามาจากด้านนอก
"เฮ้ย! อย่าให้พวกมันหนีไปได้ พังประตูเข้าไป!"
สติของทั้งคู่กลับคืนมาในเสี้ยววินาที คีย์ผละออกจากร่างของเรย์อย่างรวดเร็วแต่ยังไม่ลืมคว้ามือเรียวมากำไว้แน่น แรงบีบที่ส่งผ่านความอบอุ่นนั้นหนักแน่นและสื่อความหมายชัดเจนว่า *'เชื่อใจฉัน'*
"เตรียมตัวให้ดี เรย์... เราต้องไปกันแล้ว" คีย์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงพร้อมกับกระชับอาวุธในมือ ดวงตากลับมาคมกริบและดุดันอีกครั้ง
เรย์พยักหน้ารับ รวบรวมสติทั้งหมดแล้วหยิบกล้องคู่ใจขึ้นมาคล้องคอ สายตาสบเข้ากับคีย์ที่หันมามองเขาด้วยความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความนิ่งขรึม การก้าวข้ามเส้นแบ่งความสัมพันธ์ในครั้งนี้ไม่ได้ทำให้พวกเขาอ่อนแอลง ตรงกันข้าม... มันกลับเป็นพลังขับเคลื่อนให้ทั้งคู่พร้อมจะฝ่าดงกระสุนออกไปเผชิญหน้ากับศัตรูเบื้องหน้าอย่างไร้ความหวาดกลัว
ทว่า... ในจังหวะที่คีย์กำลังจะผลักประตูลับด้านหลังเพื่อพาเรย์หลบหนีออกไปยังจุดปลอดภัย เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครอีกคนก็ดังขึ้นสวนทางมาจากด้านนอก พร้อมกับเสียงปรบมือช้าๆ ที่เยือกเย็นจนน่าขนลุก
"แปะ... แปะ... แปะ... คิดว่าจะหนีพ้นเหรอครับ คุณอดีตนักฆ่าฝีมือดี"
เสียงทุ้มต่ำคุ้นเคยดังขึ้นพร้อมกับเงาร่างของบุคคลที่สามที่ก้าวเข้ามาขวางทางออกสุดท้ายไว้ทั้งหมด และเมื่อแสงไฟสาดส่องกระทบใบหน้าของคนผู้นั้น เรย์ก็เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงจนพูดไม่ออก!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและอินไปกับความสัมพันธ์ที่กำลังลึกซึ้งขึ้นทุกขณะของเรย์และคีย์นะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
เซฟเฮาส์คลั่งรักของนักฆ่ากับนายช่างภาพสายลุย•ตอนที่ 16
ก้าวข้ามเส้นแบ่ง
ผลงานโดย ดาร์กไนท์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาร์กไนท์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์คลั่งรักของนักฆ่ากับนายช่างภาพสายลุย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!