กระจกหน้าต่างเซฟเฮาส์ชั้นสองสั่นสะเทือนด้วยแรงลมพายุฝนข้างนอก แต่สิ่งที่ทำให้คีย์แทบหยุดหายใจไม่ใช่เงาดำที่ยืนอยู่หลังกระจกเมื่อครู่... หากแต่เป็นความจริงที่ว่า ร่างของเรย์ไม่ได้หลบอยู่ข้างหลังเขาอย่างที่ควรจะเป็น
"นายทำบ้าอะไรของเรย์!"
คีย์สบถลอดไรฟัน มือแกร่งคว้าหมับเข้าที่ข้อมือเรียวของช่างภาพตัวแสบที่กำลังเอื้อมมือไปปลดกลอนหน้าต่างเพื่อเปิดรับความหนาเหน็บและอันตรายภายนอก
เรย์หันกลับมาส่งยิ้มกวนประสาทให้ ท่ามกลางเสียงฟ้าคำรณที่ดังสนั่นจนแก้วหูแทบแตก ดวงตาสุกใสคู่นั้นไม่มีความหวาดกลัวเจืออยู่เลยแม้แต่น้อย กลับมีประกายท้าทายที่ทำเอาต่อมความยับยั้งชั่งใจของอดีตนักฆ่ากระตุกวูบ
"ปล่อยน่าคีย์... นายไม่เห็นหรือไงว่าแขกของเรากำลังเปียกฝน เขาอาจจะแค่อยากมาขอความช่วยเหลือ หรือไม่ก็..." เรย์จงใจลากเสียงยาวพร้อมกับเอียงคอ "อาจจะมาทวงรูปถ่ายชุดนั้นคืนด้วยตัวเอง"
"มันไม่ใช่แขก แต่มันคือนักฆ่าของจิน!" คีย์ตวาดเสียงกร้าว แรงบีบที่ข้อมือเพิ่มขึ้นตามความร้อนรุ่มในอกที่พุ่งพล่าน ไม่ใช่เพราะโกรธสถานการณ์ แต่เป็นเพราะความดื้อรั้นไม่เข้าเรื่องของคนตรงหน้า "นายอยากตายมากนักหรือไง ถึงได้ทำตัวเป็นฮีโร่ไม่ดูตาม้าตาเรือแบบนี้!"
"แล้วถ้าฉันอยากตายจริง ๆ ล่ะ นายจะเสียใจไหมล่ะครับ บอดี้การ์ด"
คำพูดกวนประสาทที่หลุดออกมาพร้อมรอยยิ้มเย้าแหย่ในสถานการณ์เป็นตาย ทำให้สติที่พยายามประคับประคองมาตลอดของคีย์ขาดผึงลงในวินาทีนั้น
ร่างสูงใหญ่ก้าวประชิดตัวอย่างรวดเร็วจนเรย์ไม่ทันตั้งตัว แผ่นหลังบางถูกดันจนแนบชิดกับบานกระจกเย็นเฉียบ ขณะที่คีย์ใช้แขนแกร่งกักกันขอบเขตของอีกฝ่ายไว้ด้วยความโมโหปนระคนหวาดหวั่น กลิ่นอายอันตรายและความดุดันแผ่ซ่านออกมาจากตัวอดีตนักฆ่าจนบรรยากาศรอบตัวร้อนระอุขึ้นมาทันตาเห็น แม้ภายนอกฝนจะตกกระหน่ำอย่างบ้าคลั่งก็ตาม
เรย์ชะงักไปเล็กน้อย ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเมื่อเห็นเงาความโกรธและบางสิ่งบางอย่างที่ลึกซึ้งกว่านั้นพาดผ่านดวงตาคมกริบของคีย์
"ปากเก่งนักนะเรย์..." คีย์กระซิบเสียงต่ำชิดริมฝีปาก น้ำเสียงทุ้มต่ำพราวระยับด้วยความคาดโทษ "ชอบท้าทายอำนาจมืดนักใช่ไหม งั้นคงต้องโดนลงโทษให้เข็ดหลาบ จะได้รู้ว่าเล่นกับไฟมันเป็นยังไง"
"อ๊ะ... เดี๋ยว..."
ยังไม่ทันที่ช่างภาพตัวแสบจะได้เอ่ยประโยคประชดประชันใดออกมาอีก คีย์ก็ก้มลงปิดกั้นเรียวปากที่เอาแต่ต่อลอต่อเถียงนั้นด้วยริมฝีปากของตนเองทันที
สัมผัสแรกไม่ใช่ความอ่อนโยน แต่เป็นความดุดันและเอาแต่ใจที่สะท้อนความอัดอั้นตันใจทั้งหมดของคีย์ออกมา เรย์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ มือเรียวที่เคยพยายามขัดขืนยกขึ้นดันแผ่กว้างบนอกแกร่ง แต่แรงแค่นั้นไม่ต่างอะไรกับการสะกิดเสือหลับ คีย์ยิ่งได้ใจ รุกไล่ความหวานภายในโพรงปากด้วยจังหวะที่ร้อนแรงและลุ่มลึกขึ้นเรื่อย ๆ จนสมองของเรย์ขาวโพลน ร่างกายอ่อนยวบยาบราวกับถูกสูบเรี่ยวแรงไปจนหมดสิ้น
เสียงฟ้าผ่าเปรี้ยงปร้างด้านนอกราวกับถูกกลบด้วยเสียงลมหายใจหอบกระชั้นของคนทั้งคู่ คีย์ผ่อนปรนความรุนแรงลงเปลี่ยนเป็นความเรียรียบเนียนที่แฝงความเร่าร้อน ค่อย ๆ ชิมความหวานล้ำที่เจ้าตัวดื้อรั้นพยายามซ่อนไว้หลังรอยยิ้มกวนประสาท มือข้างหนึ่งเลื่อนขึ้นประคองท้ายทอยเรียวบังคับให้รับองศาจูบที่ลึกซึ้งขึ้น ขณะที่อีกข้างโอบกอดเอวบางไว้แน่นราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะสลายหายไปกับสายฝน
เรย์หลับตาลงอย่างจำยอม หัวใจเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ความโกรธเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความวูบวาบแปลกประหลาดที่แล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย มือที่เคยผลักไสเปลี่ยนเป็นกำเสื้อแจ็คเก็ตของคีย์แน่นเพื่อยึดเหนี่ยวร่างตัวเองไม่ให้ล้มพับลงไปกองกับพื้น
นี่ไม่ใช่จูบเพื่อสั่งสอน... แต่มันคือการประกาศความเป็นเจ้าของอย่างดิบเถื่อนและชัดเจนที่สุด
เมื่อคีย์ยอมผละริมฝีปากออกอย่างนึกเสียดาย เรย์ก็หอบหายใจตัวโยโย่ ใบหน้าหวานแดงก่ำลามไปจนถึงใบหู ดวงตาฉ่ำน้ำคู่นั้นค้อนขวับใส่ร่างสูงทันทีที่ตั้งสติได้
"นาย... ฉวยโอกาสนี่คีย์!" เรย์ต่อว่าด้วยน้ำเสียงที่ขาดห้วงและไม่ค่อยมีพลังเอาเสียเลย
"ถือว่าเป็นการลงโทษเด็กดื้อก็แล้วกัน" คีย์กระตุกยิ้มมุมปาก ความเคร่งเครียดเมื่อครู่ผ่อนคลายลงชั่วขณะ แต่ทว่า...
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะกระจกเบา ๆ จากด้านนอกดังขึ้นอีกครั้ง ตัดบรรยากาศหวานอมเปรี้ยวในห้องนอนชั้นสองให้ขาดกระวิ่นในพริบตา
ทั้งคีย์และเรย์หันขวับไปมองที่หน้าต่างพร้อมกัน รอยยิ้มเย็นเยียบของเงาดำเมื่อครู่หายไปแล้ว แทนที่ด้วยกระดาษโน้ตแผ่นเล็กที่ถูกแปะติดไว้กับกระจกด้านนอก โดยมีหยดน้ำฝนไหลชุ่มโชก
คีย์หรี่ตาลงอย่างระแวดระวัง มือขวาเอื้อมไปหยิบปืนพกที่ซ่อนไว้ใต้รอยต่อเข็มขัดโดยอัตโนมัติ ร่างกายตื่นตัวเต็มที่พร้อมรับมือกับความตายที่อาจพุ่งเข้ามาได้ทุกเมื่อ เขาใช้ลำตัวบังเรย์ไว้ด้านหลังอย่างมิดชิด ก่อนจะค่อย ๆ เอื้อมมือไปเปิดกลอนหน้าต่างแล้วกระชากเปิดออกรับลมหนาวที่พัดกระโชกเข้ามา
นิ้วแกร่งดึงแผ่นกระดาษโน้ตเปียกชื้นนั้นเข้ามาในห้องอย่างระมัดระวัง ดวงตาคมกวาดมองตัวหนังสือที่เขียนด้วยหมึกกันน้ำอย่างรวดเร็ว
หัวใจของคีย์กระตุกวูบ ทันทีที่อ่านข้อความสั้น ๆ นั้นจบ
*“ความลับของแก... ฉันรู้หมดแล้ว นายตำรวจนอกรีต”*
พร้อมกันนั้น เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่ก็ดังขึ้นที่บันไดชั้นล่าง เสียงโลหะกระทบกันบ่งบอกถึงการมาเยือนของกลุ่มคนที่ไม่ได้รับเชิญ และพวกมันไม่ได้มาแค่คนเดียว
คีย์หันขวับมามองเรย์ด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความตกใจระคนหวาดหวั่นฉายชัดในดวงตาที่ปกติเคยนิ่งสงบ
"คีย์... เกิดอะไรขึ้น?" เรย์ถามเสียงสั่นเมื่อเห็นท่าทีผิดปกติของบอดี้การ์ดหนุ่ม
"เราโดนตลบหลังแล้ว..." คีย์กัดฟันกรอด คว้าแขนเรย์ให้ถอยร่นไปที่มุมห้อง "ไอ้คนที่อยู่ข้างนอกนั่น... มันจงใจล่อให้เราตายใจ เพราะพวกมันรอจังหวะนี้อยู่ข้างล่างนานแล้ว!"
ประตูห้องนอนชั้นสองถูกถีบพังโครมเข้ามาอย่างแรง พร้อมกับเงาร่างของชายฉกรรจ์สวมชุดดำไม่ต่ำกว่าสี่คนพุ่งเข้ามาพร้อมอาวุธครบมือ!
________________________________________
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสความระทึกและฟินไปด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
เซฟเฮาส์คลั่งรักของนักฆ่ากับนายช่างภาพสายลุย•ตอนที่ 10
จูบแก้เผ็ด
ผลงานโดย ดาร์กไนท์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาร์กไนท์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์คลั่งรักของนักฆ่ากับนายช่างภาพสายลุย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!