"ถ้าคุณยังขับรถด้วยความเร็วระดับเต่าคลานแบบนี้ ผมเกรงว่าพวกมันคงตามมาหามzเราเจอและเป่าหัวเรากระจุยก่อนที่เราจะทันได้จอดรถหลบฝนซะอีกนะครับ, เรย์"
เสียงทุ้มต่ำติดจะหงุดหงิดเล็กน้อยเอ่ยขึ้น ท่ามกลางเสียงคำรามกึกก้องของฟ้าผ่าที่ดังสนั่นหวั่นไหว เม็ดฝนมหึมาสาดซัดกระหน่ำลงใส่กระจกหน้ารถกระบะคันเล็กจนแทบมองไม่เห็นทางข้างหน้า ที่ปัดน้ำฝนทำงานด้วยความเร็วสูงสุดจนเกิดเสียงดังเอี๊ยดอ๊าดน่ารำคาญ แต่ก็ยังไม่เพียงพอกับปริมาณน้ำฝนที่เทกระหน่ำลงมาราวกับฟ้าถล่ม
เรย์กัดฟันกรอด มือทั้งสองข้างกำพวงมาลัยแน่นจนข้อต่องนิ้วขาวซีด ดวงตาคมกริบกวาดมองถนนลูกรังที่ตอนนี้กลายเป็นโคลนตมลื่นไถลผ่านกระจกหน้ารecord ใบหน้าสวยหวานเปรอะเปื้อนไปด้วยหยาดเหงื่อและคราบฝุ่น เขาหันไปค้อนใส่ร่างสูงที่นั่งนิ่งสงบอยู่เบาะข้างคนขับด้วยหางตา
"ถ้ามั่นใจว่าฝีมือขับรถดีนัก ทำไมคุณไม่มาขับเองล่ะครับ คุณคีย์! อย่าลืมสิว่านี่รถผม และสภาพทางแบบนี้ ต่อให้เป็นนักแข่งแรลลี่มือทองก็อาจจะแหกโค้งไปนอนในเหวข้างทางได้เหมือนกัน!" เรย์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงเจือความหงุดหงิดไม่แพ้กัน
คีย์ไม่ตอบโต้ เขาเพียงแค่ถอนหายใจยาวนาน พลางเหลือบมองกระจกมองหลังที่ตอนนี้มีแต่ความมืดมิดและม่านฝนหนาทึบ บาดแผลที่หัวไหล่ขวาจากการปะทะกับลูกน้องของจินเมื่อชั่วโมงก่อนยังคงส่ง 35 pulsation แปล๊บๆ ทุกครั้งที่รถกระแทกหลุมบ่อ แต่ความเจ็บปวดทางกายไม่ได้สร้างความรำคาญให้เขาเท่ากับความจริงที่ว่า... ตอนนี้พวกเขากำลังจนมุม
รถกระบะคันเก่งของเรย์ส่งเสียงเครื่องยนต์คำรามเฮือกสุดท้าย ก่อนที่มันจะไถลเข้าไปจอดสนิทอยู่ใต้เพิงพักร้างข้างทางที่ถูกปกคลุมด้วยเถาวัลย์หนาทึบ ท่ามกลางความมืดมิดที่มีเพียงแสงแฟลชจากสายฟ้าเป็นระยะ
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงหอบหายใจระรัวของคนทั้งคู่และเสียงฝนที่ซัดสาดหลังคาเหล็กดังสนั่น
เรย์ฟุบหน้าผากลงกับพวงมาลัยรถ ปล่อยให้ลมหายใจร้อนผ่าวผ่อนออกมาอย่างอ่อนล้า ความตึงเครียดตลอดทั้งวันที่ผ่านมา ทั้งการหลบหนีการตามล่าอย่างไร้ความปรานี และการต้องมารับมือกับอดีตนักฆ่าหน้าตายที่ปากคอเราะร้ายแต่กลับคอยเอาชีวิตเข้าแลกปกป้องเขา ทำให้พลังงานในตัวแทบจะหมดเกลี้ยง
"เหนื่อยเหรอครับ?"
เสียงทุ้มเอ่ยทำลายความเงียบ เรย์เงยหน้าขึ้นช้าๆ ปรายตามองคนถามที่ขยับตัวเข้ามาใกล้ขึ้นเล็กน้อยในพื้นที่จำกัดของห้องโดยสาร
"ใครเหนื่อยกัน... ผมแค่มองหาทางหนีทีไล่ต่างหาก" เรย์เชิดหน้าปฏิเสธเสียงแข็ง ทั้งที่ดวงตากลมโตเริ่มมีร่องรอยความอ่อนล้าฉายชัด "แล้วก็นะ ขยับออกไปหน่อยครับ ที่นั่งมันแคบอยู่แล้ว อย่ามาเบียดกันได้ไหม"
คีย์ไม่ยอมขยับ ตรงกันข้าม เขากลับโน้มตัวเข้ามาหาเรย์มากขึ้น กลิ่นอายเฉพาะตัวของอีกฝ่าย ทั้งกลิ่นฝนจางๆ กลิ่นบุหรี่อ่อนๆ และกลิ่นคาวเลือดจางๆ จากแผล ปะปนกันจนกลายเป็นความเร้าใจประหลาดที่ทำให้เรย์หัวใจเต้นผิดจังหวะ
"อย่าดื้อน่า เรย์" คีย์เอ่ยเสียงพร่า มือหนาเอื้อมมาแตะที่ปลายคางมนของช่างภาพหนุ่มเบาๆ บังคับให้อีกฝ่ายหันมาสบตา "บาดแผลที่แขนคุณ... ไหนเอามาดูซิว่าโดนสะเก็ดระเบิดหรือเปล่า"
"ผมดูแลตัวเองได้... อ๊ะ!"
เรย์ร้องอุทานเบาๆ เมื่อมือหนาของคีย์ไม่ได้หยุดแค่ที่คาง แต่เลื่อนต่ำลงมาสัมผัสที่หัวไหล่และต้นแขนที่เปียกชื้นของเขา ความใกล้ชิดในระยะประชิดตัว ท่ามกลางบรรยากาศที่ถูกตัดขาดจากโลกภายนอกด้วยพายุฝนกระหน่ำ ทำให้พื้นที่ในรถคันเล็กแคบลงถนัดตา อุณหภูมิรอบตัวราวกับสูงขึ้นจนน่าประหลาด
ดวงตาสองคู่ประสานกันในความสลัว คีย์มองลึกลงไปในดวงตาคู่สวยที่ไหวระริก ริมฝีปากบางเฉียบที่มักจะใช้เถียงเขาฉอดๆ ตอนนี้เผยอขึ้นเล็กน้อยอย่างคนหายใจไม่ทั่วท้อง ความรู้สึกบางอย่างที่ถูกกดทับไว้ภายใต้ความสัมพันธ์แบบ "คู่กัดจำเป็น" เริ่มปะทุขึ้นราวกับเปลวไฟที่โดนน้ำมันราด
"คุณมองอะไร..." เรย์กระซิบเสียงแผ่ว ความมั่นใจทั้งหมดที่มีมลายหายไปสิ้นเมื่อปลายนิ้วอุ่นจัดของคีย์ไล้ผ่านผิวเนื้อชื้นฝนบริเวณต้นคอ
"มองคนปากเก่ง... ที่ตอนนี้หน้าแดงจนลามไปถึงหูแล้วครับ" คีย์กระซิบตอบ เสียงนุ่มทุ้มชวนขนลุก แววตาดุดันในยามปกติเวลานี้กลับพราวระยับด้วยประกายความปรารถนาที่ยากจะปิดบัง
"ผมไม่ได้... อื๊อ!"
คำปฏิเสธถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อคีย์ฉวยโอกาสรวบเอวบางเข้าหาตัว บดริมฝีปากลงมาทาบทับอย่างรวดเร็วและหนักหน่วง เรย์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ มือเรียวพยายามจะผลักไสแผงอกกว้างออก แต่แรงกดดันที่แนบแน่นและสัมผัสวาบหวามที่ค่อยๆ แทรกซึมเข้ามา กลับทำให้เรย์รู้สึกเหมือนแรงที่มีระเหิดหายไปหมดสิ้น
รสจูบครั้งนี้ไม่ใช่ความรุนแรงแบบการเอาตัวรอดจากสนามรบ แต่มันคือความเร่าร้อนที่ถูกกักเก็บไว้ภายใต้ความตึงเครียดมาหลายวัน คีย์ขบเม้มริมฝีปากนุ่มของช่างภาพหนุ่มอย่างเอาแต่ใจ ลิ้นร้อนลุกล้ำเข้าไปกวาดต้อนความหวานภายในโพรงปากจนเรย์ต้องส่งเสียงครางประท้วงในลำคอ มือหนาอีกข้างเลื่อนขึ้นมาประคองท้ายทอยบังคับให้อีกฝ่ายรับสัมผัสที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
เรย์หลับตาลงปล่อยตัวปล่อยใจไปกับสัมผัสเร้าใจ ปลายนิ้วจิกเกร็งลงบนเสื้อแจ็คเก็ตหนังของอีกฝ่ายเพื่อหาที่ยึดเหนี่ยว ท่ามกลางเสียงสายฝนที่ยังคงกระหน่ำซัดสาดใส่ตัวรถอย่างบ้าคลั่ง อุณหภูมิในรถพุ่งสูงขึ้นจนกระจกเริ่มขึ้นฝ้า
แต่แล้ว... ในวินาทีที่เรย์กำลังจะจมดิ่งลงไปในห้วงอารมณ์ที่คีย์เป็นคนจุดไฟขึ้นมานั้น
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะกระจกประตูด้านคนขับดังขึ้นอย่างกะทันหัน ท่ามกลางเสียงพายุฝน!
เรย์สะดุ้งสุดตัว ผลักร่างของคีย์ออกอย่างแรงด้วยความตกใจ ใบหน้าหวานแดงก่ำหอบหายใจหนักหน่วง คีย์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิด ดวงตาดุดันหันขวับไปมองนอกหน้าต่างทันทีด้วยสัญชาตญาณนักฆ่า
แสงแฟลชจากฟ้าผ่าสว่างวาบขึ้นอีกครั้ง เผยให้เห็นเงาร่างของใครบางคนยืนอยู่ท่ามกลางสายฝน รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏบนใบหน้าของคนที่เคาะกระจก... และสิ่งนั้นทำให้เลือดในกายของคีย์เย็นเฉียบในพริบตา
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะเวียนมาสัมผัสความระทึกและฟินไปด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
เซฟเฮาส์คลั่งรักของนักฆ่ากับนายช่างภาพสายลุย•ตอนที่ 9
ท่ามกลางพายุฝน
ผลงานโดย ดาร์กไนท์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาร์กไนท์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์คลั่งรักของนักฆ่ากับนายช่างภาพสายลุย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!