"ถ้าคุณยังขยับเข้ามาใกล้กว่านี้อีกเซนเดียว ผมจะถือว่าคุณฉวยโอกาส และต่อให้เราต้องหนีตายไปด้วยกัน ผมก็จะซัดหน้าคุณสักทีให้หายหมั่นไส้ครับ"
เสียงกระซิบที่ลอดไรฟันของเรย์ไม่ได้ช่วยให้ระยะห่างระหว่างใบหน้าของเขากับคีย์ลดน้อยลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม ลมหายใจอุ่นร้อนที่ปะทะกันอยู่รำไรกลับทำให้บรรยากาศในห้องพักแคบๆ ของเซฟเฮาส์หลังเก่าครุกกรุ่นไปด้วยกระแสไฟฟ้าที่อันตรายยิ่งกว่ากระสุนปืน
ปลายจมูกโด่งเป็นสันของอดีตนักฆ่าฝีมือพระกาฬยังคงคลอเคลียอยู่ข้างแก้มใส ไร้ทีท่าว่าจะถอยห่าง ดวงตาคมกริบคู่นั้นทอดมองริมฝีปากที่กำลังเม้มเข้าหากันแน่นด้วยความประหม่า ก่อนที่มุมปากหยักลึกจะยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่เรย์เกลียดนักเกลียดหนา—รอยยิ้มของคนที่ถือไพ่เหนือกว่าในทุกสถานการณ์
"ปากเก่งจังนะครับ... ทั้งที่หัวใจคุณเต้นดังจนผมได้ยินมันทะลุกระดูกซี่โครงมาถึงนี่แล้วเนี่ยนะ เรย์"
คีย์จงใจกดเสียงต่ำลง กระซิบชิดใบหูจนคนฟังสะท้านเฮือก เรย์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ รีบยกมือขึ้นดันแผงอกแกร่งเอาไว้สุดแรง แม้เนื้อตัวจะสั่นเทาด้วยความตื่นตระหนกแต่ก็ยังไม่วายส่งเสียงฮึดฮัดในลำคอ
"หลบไปเลยนะ! ผมไม่ได้ตื่นเต้นเพราะกลัวคุณหรอก... ผมแค่รำคาญคนฉวยโอกาสต่างหากเล่า!"
"อ๋อเหรอครับ..." คีย์หัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างนึกสนุก แต่ในวินาทีต่อมา ประואהประกย์ตาคมปลาบก็เปลี่ยนเป็นความจริงจังเฉียบคม ร่างสูงผละตัวออกห่างจากเรย์อย่างรวดเร็วราวกับเสือชีตาร์ที่ได้ยินเสียงฝีเท้าเหยื่อ สัญชาตญาณนักฆ่าถูกปลุกเร้าเต็มพิกัดเมื่อเสียงฝีเท้าหนักๆ ที่ดังแว่วมาจากตรอกด้านล่างผสมผสานกับเสียงกุกกักบริเวณหน้าต่างชั้นล่างดังขึ้น
เซฟเฮาส์หลังนี้... ไม่ปลอดภัยอีกต่อไปแล้ว
เรย์หน้าถอดสี รีบกวาดสายตามองกล้องถ่ายรูปและอุปกรณ์คู่ใจที่วางกองอยู่บนโต๊ะทันที "พวกมันตามมาเจอแล้วเหรอ?"
"เร็วกว่าที่คิด..." คีย์พึมพำเสียงเครียด มือหนาคว้ากระเป๋าเป้ใบโตโยนใส่เรย์อย่างแม่นยำ "เช็คอุปกรณ์ของคุณให้พร้อม เรามีเวลาไม่ถึงสามนาที ถ้าไม่อยากเอาชีวิตมาทิ้งไว้ที่นี่เพราะความดื้อรั้นของคุณ เตรียมตัววิ่งตามผมให้ทันก็พอครับ"
"ผมไม่ได้ดื้อนะ!" เรย์เถียงคอเป็นเอ็น แม้จะรีบสะพายเป้ขึ้นบ่าอย่างคล่องแคล่วก็ตาม "แล้วเราจะหนีไปทางไหน หน้าต่างข้างล่างมีคนดักอยู่ ประตูหน้าก็เสี่ยงเกินไป"
"ทางหนีทีไล่... ผมสำรวจไว้หมดแล้วตั้งแต่ก้าวเข้ามาเหยียบที่นี่ครับ"
คีย์พูดเสียงเรียบแต่นัยน์ตาดุดันจริงจัง มือหนึ่งคว้าปืนพกสีดำสนิทขึ้นมาปลดเซฟด้วยความรวดเร็ว เสียงเหล็กกระทบกันดังคลิกเบาๆ แต่มันกลับดังชัดเจนในความเงียบงันของห้องที่ถูกคุกคาม เรย์มองแผ่นหลังกว้างของอีกฝ่ายที่ก้าวเข้ามาประชิดตัวเพื่อช่วยตรวจเช็คความเรียบร้อยของเสื้อผ้าและกระเป๋า แม้สถานการณ์จะคับขันและชวนให้หัวใจวายตาย แต่ความอบอุ่นแปลกประหลาดที่แผ่ซ่านมาจากฝ่ามือหนาซึ่งแตะลงบนไหล่เพื่อจัดสายกระเป๋าให้เข้าที่ ก็ทำให้ช่างภาพหนุ่มเผลอกลั้นหายใจไปชั่วขณะ
"จำไว้นะเรย์..." คีย์ก้มลงกระซิบย้ำด้วยน้ำเสียงที่ทรงพลังและจริงจังจนเรย์ต้องเงยหน้าขึ้นสบตา "ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ห้ามปล่อยมือจากผมเด็ดขาด เข้าใจไหมครับ?"
คำสั่งนั้นไม่ใช่การขอร้อง แต่มันคือประกาศิตที่ทำให้เรย์พยักหน้ารับอย่างเสียไม่ได้ แม้ปากจะอยากเถียงกลับสักคำสองคำ แต่สถานการณ์บีบบังคับเกินกว่าจะมาต่อปากต่อคำ ร่างสูงของอดีตนักฆ่าพังประตูกระจกบานเกล็ดด้านหลังออกไปยังระเบียงแคบๆ ที่เชื่อมต่อกับบันไดหนีไฟขึ้นดาดฟ้า ลมยามค่ำคืนปะทะเข้ากับใบหน้าจนชาหนึบ เสียงปืนนัดแรกดังขึ้นแว่วๆ จากชั้นล่าง เป็นสัญญาณเตือนว่าเวลาหมดลงแล้ว
"ทางนี้!"
คีย์คว้าข้อมือของเรย์ไว้แน่น ออกแรงดึงให้วิ่งตามขึ้นบันไดเหล็กขึ้นไปสู่ความมืดมิดของดาดฟ้าตึกสูง ร่างของทั้งคู่พุ่งทะยานผ่านกองลังไม้และถังขยะอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางเสียงตะโกนโวยวายของลูกน้องของจินที่พังประตูห้องเข้ามาด้านล่าง เรย์หอบหายใจจนตัวโยน ขายาวก้าวฉับๆ ตามแรงดึงของคนตัวโตกว่า ความหวาดกลัวถูกแทนที่ด้วยความอะดรีนาลีนที่หลั่งพล่านในกระแสเลือด
ทว่า... เมื่อวิ่งมาถึงสุดขอบดาดฟ้าของตึก ฝีเท้าของคีย์ก็ชะงักกุนกะทันหันจนเรย์เกือบพุ่งชนแผ่นหลังแกร่ง
"ทำไมไม่วิ่งต่อล่ะ? ข้างล่างพวกมันกำลังตามขึ้นมานะ!" เรย์ร้องท้วงเสียงหลง ใบหน้าหวานชุ่มไปด้วยเหงื่อ
คีย์ไม่ได้ตอบคำถาม แต่สายตากลับกวาดมองไปเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกเย็นวาบที่สันหลัง ทางหนีทีไล่ที่เคยคำนวณไว้... บัดนี้ถูกปิดตายด้วยเครนก่อสร้างขนาดใหญ่ที่ล้มขวางทางเชื่อมระหว่างตึก แถมยังมีกลุ่มชายฉกรรจ์ไม่ต่ำกว่าห้าคนยืนดักรออยู่ตรงบันไดทางลงฝั่งตรงข้ามแล้วเรียบร้อย
พวกมันดักหน้าดักหลัง... และต้อนพวกเขาจนมุมบนดาดฟ้าไร้ทางหนี
เรย์หน้าซีดเผือดเมื่อเห็นเงาตะคุ่มของชายหลายคนเดินถือปืนพุ่งขึ้นมาจากบันไดทางขึ้นด้านหลัง เสียงฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาใกล้เรื่อยๆ พร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะเย้ยของศัตรูที่ดังแทรกสายลม
"หมดทางหนีแล้วล่ะคุณบอดี้การ์ด" เรย์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่พยายามคุมให้มั่นคง แม้ขาจะเริ่มสั่น "ดูท่าทางเราคงต้องงัดกับพวกมันตรงนี้สินะครับ"
คีย์ไม่ตอบ มือหนากระชับปืนในมือแน่น ดวงตาคมกริบกวาดมองรอบตัวด้วยความเร็วสูงเพื่อประเมินสถานการณ์ ก่อนจะหันมามองเรย์ที่ยืนกัดฟันกรอดด้วยความโกรธปนหวาดกลัว แววตาของอดีตนักฆ่าไหววูบไปชั่วขณะ—ไม่ใช่ความกลัวตาย แต่เป็นความกังวลที่ฉายชัดอยู่ก้นบึ้งของดวงตาคู่นั้น
"เรย์..." คีย์เอ่ยเรียกเสียงพร่า มือหนาเอื้อมไปคว้ามือบางของเรย์มากำไว้แน่น ถ่ายทอดความอบอุ่นและความเด็ดเดี่ยวผ่านฝ่ามือ "ถ้าผมบอกให้กระโดด คุณจะเชื่อใจผมไหมครับ?"
เรย์เบิกตากว้าง หันไปมองหน้าผากสอบที่ชื้นเหงื่อสลับกับช่องว่างกว้างเกือบสามเมตรที่คั่นระหว่างดาดฟ้าตึกนี้กับตึกระฟ้าฝั่งตรงข้ามที่มีความสูงต่ำกว่าเล็กน้อย เบื้องล่างคือความมืดมิดและถนนคอนกรีตที่ลึกราวนรก
"คุณบ้าไปแล้วรึไง! ระยะทางตั้งขนาดนั้น จะให้กระโดดข้ามไปเนี่ยนะ!?" เรย์อุทานเสียงหลง หัวใจแทบกระเด็นหลุดออกจากอก
"เชื่อผม..." คีย์ย้ำเสียงหนักแน่น สายตาจริงจังไร้ซึ่งความลังเลใดๆ พร้อมกับเสียงฝีเท้าของศัตรูที่ก้าวพ้นขอบประตูเหล็กดาดฟ้าขึ้นมาประชิดตัว พร้อมเสียงขึ้นลำกล้องปืนที่ดังชัดเจนท่ามกลางความมืด
"ถอยไปไหนไม่ได้แล้ว! จับมือผมไว้แน่นๆ นะครับเรย์!"
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและลุ้นระทึกไปกับพวกเขานะครับ
--- ดาร์กไนท์ ---
เซฟเฮาส์คลั่งรักของนักฆ่ากับนายช่างภาพสายลุย•ตอนที่ 8
ทางหนีทีไล่
ผลงานโดย ดาร์กไนท์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาร์กไนท์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์คลั่งรักของนักฆ่ากับนายช่างภาพสายลุย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!