แสงไฟนีออนจากหน้าจอแล็ปท็อปสาดกระทบใบหน้าคมคายของเรย์จนเกิดเงาสีจัดจ้านในความมืด ร่างโปร่งนั่งขัดสมาธิอยู่บนโซฟาหนังสีเข้มในเซฟเฮาส์ นิ้วเรียวกดเลื่อนเมาส์ผ่านหน้าต่างไฟล์เอกสารเก่าคร่ำครึนับร้อยไฟล์ที่ถูกดึงมาจากฐานข้อมูลลับของสำนักข่าว กลิ่นกาแฟดำที่เย็นชืดจนหมดรสชาติวางอยู่ข้างมือ แต่เจ้าตัวไม่มีแก่ใจจะสนใจมันแม้แต่น้อย เมื่อดวงตากลมโตคู่สวยกวาดมองตัวอักษรบนหน้าจอซ้ำแล้วซ้ำเล่าราวกับไม่เชื่อสายตาตัวเอง
แฟ้มคดีฆาตกรรมอำพรางเมื่อหี่ปีก่อน... คดีที่ตำรวจปิดฉากลงอย่างลวก ๆ ว่าเป็นการปล้นชิงทรัพย์และฆ่าตัดตอน แต่วันนี้ หน้าประวัติศาสตร์มืดมนนั้นกลับปรากฏชื่อของบุคคลที่เขากำลังใช้ชีวิตอยู่ร่วมชายคาเดียวกัน
"คีย์..."
เรย์พึมพำชื่อนั้นออกมาเบาหวิว ราวกับเกรงว่าเสียงของตัวเองจะไปปลุกปีศาจที่หลับใหลอยู่ในความมืดให้ตื่นขึ้น ภาพในเอกสารรายงานการสืบสวนระบุรูปถ่ายขาวดำเบลอ ๆ ของชายสวมฮู้ดสีดำคนหนึ่งในที่เกิดเหตุ แม้ใบหน้าจะถูกเงากลืนกินไปครึ่งหนึ่ง แต่โครงสันรากฐานของกรามและรอยแผลเป็นจาง ๆ ที่มุมปากขวา... มันคือพิมพ์เขียวเดียวกันกับผู้ชายที่เพิ่งวางแก้วน้ำลงบนโต๊ะข้าง ๆ เขาเมื่อสิบนาทีที่แล้วไม่มีผิดเพี้ยน
"นั่งหลังขดหลังแข็งจ้องหน้าจอจนดึกดื่นแบบนี้ คิดจะเปลี่ยนอาชีพไปเป็นแฮกเกอร์ใต้ดินหรือยังไงครับคุณช่างภาพ"
เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบดังขึ้นจากทางด้านหลัง พร้อมกับสัมผัสอุ่นจัดของผ้าขนหนูผืนเล็กที่ถูกโยะลงบนศีรษะของเรย์อย่างไร้ความปรานี เรย์สะดุ้งสุดตัว หัวใจกระโจนขึ้นมาจุกที่ลำคอโดยอัตโนมัติ เขารีบปิดฝาแล็ปท็อปลงอย่างรวดเร็วจนเกิดเสียงดัง *พับ* สนั่นห้อง แต่ดูเหมือนจะช้าไปเสียแล้วเมื่อคีย์ก้าวเข้ามาประชิดตัวตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
เรย์หันขวับกลับไปมอง มือบางเผลอดันแผงอกกว้างของอีกฝ่ายให้ออกจากพื้นที่ส่วนตัวตามสัญชาตญาณ ปากอิ่มเม้มเข้าหากันแน่นจนเป็นเส้นตรง ดวงตาคู่สวยฉายแววระแวดระวังและสั่นไหวอย่างปิดไม่มิด
"นายมาตั้งแต่เมื่อไหร่" เรย์ถาม เสียงหอบหายใจถี่กระชั้นอย่างควบคุมไม่ได้
คีย์หรี่ตามองปฏิกิริยาผิดปกติของคนตรงหน้า นัยน์ตาสีเข้มดุจนักล่ากวาดมองท่าทีตื่นตระหนกนั้นด้วยความสงสัย มือหนาที่ถือแก้วน้ำอยู่ชะงักไปเล็กน้อย บรรยากาศรอบตัวของอดีตนักฆ่าเปลี่ยนเป็นความกดดันที่แผ่ซ่านออกมาช้า ๆ จนอากาศในห้องเริ่มเบาบางลง
"ผมเพิ่งมาถึง... และคิดว่าคุณคงไม่ได้กำลังแอบดูรูปโป๊เกย์อยู่หรอกใช่ไหม ถึงได้ลนลานปิดจอแทบไม่ทันขนาดนั้น" คีย์เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง เอ่ยแซوةด้วยน้ำเสียงติดตลกเพื่อผ่อนคลายสถานการณ์ ทว่าดวงตากลับไม่ยิ้มตามเลยแม้แต่น้อย
"เลิกเล่นลิ้นสักวันจะได้ไหมคีย์!" เรย์ตวาดกลับเสียงกร้าว พยายามซ่อนความสั่นเครือไว้ภายใต้หน้ากากความเกรี้ยวกราด "บอกความจริงฉันมา... นายเคยเหยียบไปทำอะไรที่โกดังร้างแถวท่าเรือซอยเจ็ด เมื่อหี่ปีก่อนหรือเปล่า"
สิ้นคำถามนั้น รอยยิ้มมุมปากของคีย์ก็มลายหายไปในพริบตา ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องนั่งเล่นทันที ราวกับเวลาถูกหยุดไว้ด้วยมนต์สะกด แววตาของบอดี้การ์ดหนุ่มที่เคยมีความอบอุ่นเจือจางอยู่บ้าง บัดนี้กลับเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก ความตึงเครียดพุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุดจนแทบจะได้ยินเสียงกระแสเลือดสูบฉีดใน4ห้องหัวใจ
คีย์ค่อย ๆ วางแก้วน้ำลงบนโต๊ะอย่างช้า ๆ ท่าทางคุกคามโดยธรรมชาติทำให้เรย์ต้องเอนหลังหนีตามสัญชาตญาณการเอาตัวรอด แต่แผ่นหลังกลับชนเข้ากับพนักโซฟาจนมุมอับ
"คุณไปเอาเรื่องนี้มาจากไหน" เสียงของคีย์เปลี่ยนเป็นเยียบเย็นและจริงจังอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน มันไม่ใช่คำถามเพื่อปฏิเสธ แต่เป็นการยอมรับกลาย ๆ ผ่านน้ำเสียงกดดัน
"ตอบฉันมาคีย์!" เรย์กัดฟันกรวด น้ำตาคลอเบ้าด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งโกรธ ผิดหวัง และหวาดกลัว "นายคือคนที่อยู่ในสำนวนคดีนั้นใช่ไหม? นายเป็นคนฆ่าพยานคนสำคัญในคดีทุจริตของพวกจิน... แล้วทำไม? ทำไมคนที่เคยมือเปื้อนเลือดถึงมาอยู่ตรงนี้ ทำไมถึงต้องเข้ามาพัวพันกับฉัน!"
คีย์ขยับเข้ามาประชิดจนแทบไม่มีช่องว่าง ร่างสูงใหญ่ก้มลงใช้มือข้างหนึ่งยันพนักโซฟาไว้ กักขังเรย์ให้อยู่ในอ้อมกอดกลาย ๆ ใบหน้าคมคายโน้มลงมาจนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันในระยะประชิด แต่นัยน์ตาสีเข้มคู่นั้นกลับไร้ซึ่งความหวาดหวั่น มีเพียงความร้าวรานลึกซึ้งที่ซ่อนอยู่ภายใต้เปลือกนอกอันแข็งกระด้าง
"ถ้าผมบอกว่า... ทุกอย่างที่ผมทำในอดีต มันมีเหตุผลล่ะเรย์" คีย์กระซิบเสียงพร่าข้างใบหู น้ำเสียงทุ้มต่ำสั่นเครือเล็กน้อยจนคนฟังใจกระตุก "และถ้าผมบอกว่า... การที่ผมเข้ามาปกป้องคุณในตอนนี้ มันไม่ใช่เพราะคำสั่งของใคร แต่มันคือการไถ่บาปในสิ่งที่ผมเคยติดค้างไว้กับคุณล่ะ คุณจะเชื่อไหม"
เรย์ชะงักงัน ลมหายใจสะดุดกึก ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเมื่อสมองประมวลผลคำว่า *'ติดค้างไว้กับคุณ'* ความทรงจำสีเทาในอดีตเริ่มตีรวนเข้ามาในหัว
"หมายความว่ายังไง... ติดค้างอะไรฉัน?"
ก่อนที่คีย์จะได้เอ่ยปากอธิบายความจริงทั้งหมด เสียงฝีเท้าหนัก ๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นที่หน้าประตูเซฟเฮาส์ พร้อมกับเสียงโลหะกระทบกันดัง *กริ๊ก* และแสงไฟฉายสว่างวาบที่ส่องลอดผ่านช่องกระจกเข้ามา
*ปัง!*
ประตูห้องถูกถีบกระเด็นหลุดจากวงกบด้วยแรงมหาศาล พร้อมกับร่างของชายชุดดำติดอาวุธครบมือไม่ต่ำกว่าห้าคนกรูเข้ามาล้อมวงเล็งปากกระบอกปืนมาที่พวกเขาทั้งคู่ ท่ามกลางความชุลมุนนั้น ร่างสูงสง่าของ 'จิน' มาเฟียผู้ทรงอิทธิพลก้าวเท้าเหยียบเข้ามาในห้องด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมบนใบหน้า
"สวัสดีครับคุณช่างภาพคนเก่ง... ดูท่าทางพวกคุณกำลังเคลียร์ใจกันเรื่องสนุกเลยสินะครับ" จินเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น พลางกวาดสายตามองเรย์และคีย์ที่ยังอยู่ในท่าทางแนบชิดกันบนโซฟา "น่าเสียดายจริงๆ ที่ความลับคงไม่มีวันตาย... และพวกคุณสองคน ก็คงไม่มีโอกาสได้ฟังคำสารภาพจนจบหรอครับ"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความสัมพันธ์ที่เดิมพันด้วยชีวิตในตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
เซฟเฮาส์คลั่งรักของนักฆ่ากับนายช่างภาพสายลุย•ตอนที่ 13
ภาพจำในคืนนั้น
ผลงานโดย ดาร์กไนท์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาร์กไนท์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์คลั่งรักของนักฆ่ากับนายช่างภาพสายลุย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!