"ถ้ามึงก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียว กระสุนนัดนี้จะฝังเข้าไปในกะโหลกของไอ้ช่างภาพปากจัดนี่ทันที... วางปืนลงซะ คีย์!"
เสียงตะคอกแหบพร่าด้วยความเร้าร้อนดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องโถงมืดทึบของโกดังร้างริมอ่าว ท่ามกลางกลิ่นอับชื้นของสนิมเหล็กและกลิ่นคาวเลือดจางๆ บรรยากาศรอบตัวถูกบีบอัดจนแทบหายใจไม่ออก เรย์ถูกกระชากตัวเข้าประชิดด้วยท่อนแขนแข็งกร้าวของลูกน้องจิน ปลายกระบอกปืนเย็นเฉียบจ่อติดขมับขวาจนผิวเนื้อขึ้นรอยแดง แต่อันที่จริง สิ่งที่ทำให้เรย์เจ็บใจยิ่งกว่าความตายตรงหน้า คือความจริงที่ว่า... เขากลายเป็นตัวถ่วงให้คีย์ต้องตกหลุมพรางที่ไอ้สารเลวจินขุดรอไว้
คีย์ยืนนิ่งสนิทอยู่กลางแสงไฟสลัวที่ลอดผ่านรอยแตกของหลังคา ลมหายใจของอดีตนักฆ่าผ่อนเข้าออกอย่างสม่ำเสมอ ทว่าดวงตาคมกริบกลับดุดันรากับพญามารที่พร้อมฉีกกระชากเป้าหมายเป็นชิ้นๆ ในมือหนากำปريสстоล Glock 19 ไว้มั่น นิ้วชี้วางทาบอยู่นอกโกร่งไกอย่างระมัดระวัง แต่ทุกเส้นเลือดที่ปูดโปนบริเวณขมับและลำคอ ล้วนตะโกนบอกให้รู้ว่าความอดทนของเขาได้ขาดผึ่งลงแล้ว
"ปล่อยเรย์ซะ แล้วกูจะไว้ชีวิตมึง... จิน" คีย์เอ่ยเสียงต่ำลอดไรฟัน น้ำเสียงราบเรียบแต่เต็มไปด้วยแรงกดดันมหาศาลที่ทำให้อากาศรอบตัวลดอุณหภูมิลดลงอย่างฮวบฮาบ
จากมุมมืดของมุมห้อง ร่างโปร่งในชุดสูทสั่งตัดราคาแพงก้าวออกมาพร้อมรอยยิ้มเย็นชา จินส่งเสียงหัวเราะในลำคอเบาๆ มือข้างหนึ่งควงมีดพกสั้นเล่นอย่างใจเย็น ดวงตาคมกริบที่เต็มไปด้วยความริษยาและกระหายชัยชนะกวาดมองคนทั้งคู่สลับกันไปมา
"ไว้ชีวิตฉันงั้นเหรอ? ฮึ... คีย์ นายยังเข้าใจสถานการณ์ผิดไปไกลนะ" จินหยุดเดินห่างออกไปราวห้าเมตร สายตาคมจ้องมองคีย์ด้วยความสมเพชเวทนา "นายคิดจริงๆ เหรอว่าคนอย่างฉัน จะยอมปล่อยให้หลักฐานชิ้นนั้นหลุดรอดไปได้ ภาพถ่ายในเมมโมรี่การ์ดที่ไอ้ช่างภาพบ้านี่ถืออยู่... มันคือกุญแจที่จะลากฉันลงนรกทั้งเป็น นายคิดว่าฉันจะยอมปล่อยพวกนายเดินออกไปจากที่นี่ทั้งเป็นอย่างนั้นเหรอ?"
เรย์กัดฟันกรอด รสเค็มปร่าของเลือดไหลซึมออกจากมุมปากที่โดนกระแทกก่อนหน้านี้ เขากวาดสายตามองหน้าจินด้วยความเกลียดชัง แม้ความตายจะอยู่ห่างแค่เอื้อม แต่ศักดิ์ศรีและปากหมาๆ ของเรย์ไม่เคยคิดจะยอมจำนน
"แกมันก็แค่หมาลอบกัด... จิน" เรย์เค้นเสียงหัวเราะเยาะหยัน แม้ปลายกระบอกปืนจะจ่อขมับอยู่ "ใช้ฉันเป็นเหรียญต่อรอง มันน่าภูมิใจนักหรือวะ? หรือเพราะปัญญาของแกมันหาทางเอาชนะคีย์ด้วยวิธีแฟร์ๆ ไม่ได้ ถึงต้องเล่นสกปรกจับตัวประกันแบบนี้!"
*ผวะ!*
"หุบปากไปซะไอ้ช่างภาพเฮงซวย!" ลูกน้องที่ล็อกตัวเรย์อยู่ฟาดพับเข้าที่โหนกแก้มของเขาจนหน้าหัน รสชาติคาวเลือดคละคลุ้งในโพรงปากทันที
"ไอ้สาสสส!" คีย์คำรามลั่น ดวงตาดำมืดวาวโรจน์ด้วยความโกรธเกรี้ยว สัญชาตญาณนักฆ่าที่ถูกกดทับไว้ด้วยคราบของบอดี้การ์ดระเบิดออกมาในเสี้ยววินาที ร่างสูงพุ่งเข้าหาทิศทางของเรย์ด้วยความเร็วดุจพายุ ทว่าจินกลับยกมือขึ้นเป็นสัญญาณพร้อมตะโกนลั่น
"ถ้ายกก้าวเดียว หัวเพื่อนรักของนายกระจายคาที่แน่ คีย์! หยุดอยู่ตรงนั้น!"
คีย์เบรกฝ่าเท้าอย่างกะทันหัน ร่างหนาสั่นเทิ้มด้วยแรงอารมณ์ ปลายกระบอกปืนในมือสั่นระริกไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความกลัวที่จะสูญเสียคนตรงหน้าไปตลอดกาล สายตาสองคู่ประสานกันในความมืด คีย์มองเห็นความเจ็บปวด ความรู้สึกผิด และประกายความห่วงใยที่ฉายชัดอยู่ในดวงตาคู่สวยของเรย์ แม้ในสถานการณ์ที่เฉียดตาย เรย์ยังคงส่งสายตาปรามเขาไม่ให้ทำอะไรบุ่มบ่าม
"อย่า... คีย์" เรย์ขยับริมฝีปากพูดโดยไม่มีเสียง น้ำตาคลอหน่วยเล็กน้อยด้วยความอัดอั้น "อย่าแลก... กับไอ้พวกเวรนี่"
จินยิ้มเยาะ เดินเข้ามาใกล้เรย์เรื่อยๆ จนกระทั่งมือเรียวยื่นไปจับปลายกระบอกปืนที่จ่อหัวเรย์อยู่จากลูกน้อง ก่อนจะหันมามองคีย์ด้วยแววตาสมเพช
"ซึ้งกินใจชิบหาย... คู่รักกู้โลกดีเด่น" จินหัวเราะเยาะในลำคอ "เอาล่ะ คีย์ นายมีเวลาตัดสินใจแค่สามวินาที วางปืนลง คุกเข่าลง แล้วเอาโซ่ล่ามตัวเองซะ ไม่อย่างนั้น... ฉันจะให้มันเป่าสมองไอ้ช่างภาพนี่ทิ้งซะเดี๋ยวนี้"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมโกดังร้างชั่วขณะ มีเพียงเสียงหยดน้ำจากหลังคารั่วที่ดังติ๋งๆ แข่งกับเสียงหัวใจที่เต้นรัวเร่งของเรย์ คีย์มองหน้าจิน สลับกับมองเรย์ที่กำลังส่ายหัวปฏิเสธอย่างสุดชีวิต
สาม... สอง...
จินเริ่มนับถอยหลัง รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏขึ้นบนใบหน้า
คีย์สูดหายใจเข้าลึกจนสุดปอด ดวงตาที่เคยดุดันกลับแปรเปลี่ยนเป็นความว่างเปล่าที่น่ากลัว ร่างสูงค่อยๆ ย่อตัวลงช้าๆ เหมือนคนกำลังจำนนต่อโชคชะตา ปืนในมือร่วงหล่นกระทบพื้นคอนกรีตเสียงดัง *เคร้ง!*
เรย์เบิกตากว้าง หัวใจกระตุกวูบจนแทบหยุดเต้น "คีย์! นายบ้าไปแล้วรึไงวะ! หยิบปืนขึ้นมาสิไอ้งั่ง!"
"ฉันยอมแล้ว..." คีย์เอ่ยเสียงเรียบ เงยหน้าขึ้นสบตาจินโดยไม่มีความหวาดกลัวหลงเหลืออยู่เลย "ปล่อยเรย์ไป ซะ แล้วฉันจะเป็นตัวประกันให้แกเอง"
"หึ ฉลาดนี่... แต่เสียใจด้วยนะคีย์ ฉันไม่ได้บอกว่าจะปล่อยมันไปสักหน่อย" จินยิ้มเหี้ยม สะบัดมือส่งสัญญาณให้ลูกน้องเหนี่ยวไก
ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นตายที่เวลาแทบจะหยุดเดิน เรย์ตัดสินใจใช้แรงทั้งหมดที่มี กระแทกศอกเข้าที่สีข้างของคนที่ล็อกตัวอยู่เต็มแรงจนอีกฝ่ายร้องจ๊ากและเสียหลัก เซถอยหลังไปครึ่งก้าว ปลายปืนเบี่ยงเบนออกไปจากขมับอย่างเฉียดฉิว!
"ไอ้เวรเอ๊ย!" ลูกน้องจินสบถลั่น นิ้วเหนี่ยวไกกระชากลั่นเสียงดังสนั่น
*ปัง!*
กระสุนเฉียดหัวไหล่เรย์ไปเพียงไม่กี่เซนติเมตร แรงระเบิดของดินปืนแผดเผาเสื้อผ้าจนไหม้เกรียม ทว่าในจังหวะนั้นเอง คีย์ที่แสร้งทำเป็นจำนนกลับดีดตัวขึ้นจากพื้นด้วยความเร็วเหนือมนุษย์ มือแกร่งคว้ามีดพกที่ซ่อนไว้ที่ข้อเท้าซัดออกไปปักเข้าที่ข้อมือของมือปืนจนปืนหลุดจากมืออย่างแม่นยำ!
แต่ทว่า... เหตุการณ์ไม่ได้จบแค่นั้น เมื่อจินที่ยืนอยู่ด้านหลัง ชักปืนพกของตัวเองขึ้นมาเล็งตรงมาที่กลางอกของคีย์ในระยะเผาขน โดยมีเรย์ที่พยายามพุ่งเข้าไปขวางไว้ด้วยสัญชาตญาณ!
*ปัง! ปัง!*
เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวสะท้อนก้องไปทั่วโกดัง ร่างของใครบางคนเซถอยหลังไปตามแรงกระแทกของกระสุน เลือดสีแดงฉานสาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนพื้นซีเมนต์สีเทา ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกฝ่ายที่มองภาพเบื้องหน้าด้วยความระทึกจนแทบไม่กล้าหายใจ
เรย์เบิกตากว้างค้างเติ่ง ร่างโปร่งทรุดฮวบลงอ้อมแขนของใครบางคนที่มีลมหายใจหอบกระชั้นชิดติดข้างหู
"เรย์...!" เสียงทุ้มต่ำที่เคยนิ่งสงบ กลับสั่นเครือจนแทบขาดใจดังขึ้น พร้อมกับหยาดน้ำตาหยดแรกที่ร่วงหล่นกระทบแก้มของเขา...
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามและลุ้นไปกับตัวละครของเรานะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
เซฟเฮาส์คลั่งรักของนักฆ่ากับนายช่างภาพสายลุย•ตอนที่ 14
ระเบิดเวลา
ผลงานโดย ดาร์กไนท์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาร์กไนท์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์คลั่งรักของนักฆ่ากับนายช่างภาพสายลุย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!