“นายคิดจะโง่แบบนี้ไปถึงไหน เรย์”
เสียงทุ้มต่ำที่ลอดผ่านไรฟันของคีย์ ไม่ได้เจือความนุ่มนวลเลยสักนิด ในทางกลับกัน มันคือเสียงคำรามของสัตว์ป่าที่กำลังจนตรอก และความโกรธขึงนั้นก็กำลังพุ่งเป้ามาที่ช่างภาพตัวแสบอย่างผมที่ยืนอยู่ตรงหน้า
กลุ่มควันสีเทาจางลงพร้อมกับเศษซากคอนกรีตที่ยังคงร่วงหล่นลงมาเป็นระยะจากแรงระเบิดเมื่อครู่ แสงไฟสีส้มจากเพลิงไหม้ย่อมๆ สาดส่องกระทบใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยคราบเขม่าควันของอดีตนักฆ่า ดวงตาคมกริบของคีย์ในยามนี้ไม่ได้มองผมด้วยความรู้สึกเอ็นดูเหมือนอย่างเคย แต่มันเต็มไปด้วยความระอุของอโทสะและความลับที่ถูกกระชากหน้ากากออกจนหมดสิ้น
ในมือของผม—ช่างภาพอิสระที่บังเอิญรู้มากเกินไป—กำลังสั่นระริกด้วยความโกรธปนสมเพช แฟ้มเอกสารลับที่ซ่อนอยู่ใต้พื้นไม้ของเซฟเฮาส์หลังนี้ถูกเปิดออกแล้ว และสิ่งที่ปรากฏอยู่บนกระดาษแผ่นนั้นไม่ใช่แค่หลักฐานคดีฆาตกรรมทั่วไป แต่มันคือชื่อของ "คีย์" ที่ปรากฏหราในฐานะมือปืนรับจ้างผู้ลงมือสังหารพ่อแม่ของจินเมื่อสี่ปีก่อน... จุดเริ่มต้นของหายนะทั้งหมดที่ทำให้เราต้องมาวิ่งหนีตายกันหัวซุกหัวซุนในตอนนี้
“นายหลอกฉันมาตลอดเหรอ คีย์” ผมเค้นเสียงลอดไรฟัน ถามออกไปทั้งที่หัวใจมันชาดิ่งราวกับถูกน้ำแข็งกัด “ไอ้เรื่องที่นายบอกว่าตัวเองเป็นแค่บอดี้การ์ดอิสระ... ไอ้เรื่องที่บอกว่าไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับเครือข่ายของจิน... ทุกอย่างมันคือเรื่องโกหกทั้งหมดสินะ!”
คีย์ก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวผมด้วยความเร็วระดับที่นักล่าใช้ตะครุบเหยื่อ มือหนาคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนของผม บีบแน่นจนเนื้อตัวแทบช้ำ แต่ผมไม่คิดจะสะบัดหนี ผมเงยหน้าขึ้นสบตากับเขาอย่างไร้ความเกรงกลัว แม้ว่าข้างในอกมันจะกำลังปวดหนึบราวกับถูกบีบด้วยคีมเหล็กก็ตาม
“ฟังฉันให้ดีนะ เรย์” คีย์กัดฟันกรอด ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับพวงแก้มของผม “โลกใบนี้มันไม่ได้มีแค่ขาวกับดำ นายไม่เข้าใจหรอกว่าฉันต้องแลกกับอะไรบ้างเพื่อให้มีชีวิตรอดจนถึงวันนี้”
“ใช่! ฉันมันก็แค่คนนอก เป็นไอ้งั่งที่วิ่งตามก้นนายเพื่อถ่ายรูปบ้าๆ พวกนั้นโดยที่ไม่รู้เลยว่ากำลังเดินอยู่บนกองศพที่นายเป็นคนสร้างขึ้นมาเองกับมือ!” ผมตอกกลับเสียงดังลั่น แขُนที่ถูกจับพยายามกระชากออกจากการเกาะกุม แม้แรงของผมจะเทียบกับอดีตนักฆ่าไม่ได้เลยก็ตาม “ปล่อยฉัน! ถ้านายรังเกียจที่จะต้องมาปั้นหน้าโกหกใส่ฉันนัก ทำไมไม่ปล่อยให้ฉันตายไปตั้งแต่แรกที่โกดังร้างนั่นล่ะ!”
“เพราะฉันไม่ได้โกหกทุกเรื่อง!”
คีย์ตะคอกกลับเสียงดังลั่นจนห้องทั้งห้องเงียบกริบ ดวงตาคมเข้มคู่นั้นแดงก่ำด้วยอารมณ์ที่ตีรันกันจนยุ่งเหยิง ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงสะเก็ดไฟที่ยังคงปะทุเบาๆ จากมุมห้อง
“เรื่องเดียวที่ฉันไม่เคยโกหก... คือความรู้สึกที่ฉันมีให้นาย” คีย์พูดด้วยน้ำเสียงที่เบาลง แต่กลับหนักแน่นจนคนฟังอย่างผมสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ
ผมชะงัก ลมหายใจสะดุดกึก ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน สายตาของเราประสานกันนิ่ง ท่ามกลางความพินาศย่อยับของเซฟเฮาส์และความพังทลายของความเชื่อใจที่สั่งสมมานาน คีย์โน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกของเราเกือบจะชนกัน ไอร้อนจากตัวเขากลบกลิ่นควันไฟจนหมดสิ้น หัวใจเจ้ากรรมที่ควรจะเต้นระส่ำด้วยความโกรธ กลับทรยศด้วยการเต้นรำอย่างบ้าคลั่งในอกซ้าย
“นายมันคนเห็นแก่ตัว คีย์...” ผมกระซิบเสียงสั่น เปลือกตาปิดลงชั่วพริบตาเพื่อซ่อนความอ่อนแอที่กำลังตีตื้นขึ้นมา “นายทำลายทุกอย่าง... แม้กระทั่งความเชื่อใจที่ฉันเคยมีให้นาย”
“งั้นก็เกลียดฉันให้พอสิ เรย์” คีย์เอ่ยเสียงพร่า มือที่เคยบีบต้นแขนเปลี่ยนเป็นเลื่อนมากุมรอบเอวสอบของผมไว้แน่น รั้งร่างของเราให้แนบชิดกันจนแทบไม่มีช่องว่าง “เกลียดให้พอ... แล้วอยู่กับฉันตรงนี้ อย่าคิดหนีไปไหนอีกเด็ดขาด”
ริมฝีปากหยักลึกเคลื่อนเข้ามาใกล้จนเกือบจะแนบชิด แรงดึงดูดระหว่างเรามันรุนแรงเสียจนผมแทบจะลืมหายใจ สมองส่วนหนึ่งร่ำร้องให้ผลักเขาออกไปให้พ้นทาง แต่ร่างกายและหัวใจกลับซื่อตรงต่อความรู้สึก ยอมจำนนต่อสัมผัสอันคุ้นเคยและอันตรายนี้อย่างน่าสมเพช
แต่ทว่า... ก่อนที่ริมฝีปากของเราจะได้สัมผัสกัน เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นจากทางด้านนอก พร้อมกับเสียงพังประตูเหล็กของเซฟเฮาส์ที่ถูกถีบจนกระเด็นหลุดจากวงกบ!
*ปัง!*
คีย์ผลักผมไปหลบด้านหลังของเขาในเสี้ยววินาที พร้อมกับชักปืนพกสั้นขึ้นมาเล็งตรงไปยังประตูทางเข้าอย่างรวดเร็ว สีหน้าของเขาแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและดุดันไร้ความปรานีทันที
กลุ่มชายชุดดำไม่ต่ำกว่าห้าคนก้าวเข้ามาพร้อมอาวุธครบมือ และคนที่เดินนำหน้าสุดด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ยบนใบหน้าคมคาย ก็คือ "จิน" มาเฟียผู้ทรงอิทธิพลที่จ้องจะเอาชีวิตเรา
“โอ้โห ภาพบาดตาบาดใจอะไรอย่างนี้ล่ะเนี่ย” จินปรบมือช้าๆ สองสามครั้ง รอยยิ้มของเขาดูน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าอาวุธในมือ “ไม่นึกเลยนะว่ามือปืนระดับตำนานอย่างแก จะมาตายน้ำตื้นเพราะเด็กถือกล้องกระจอกๆ คนเดียว... และที่สำคัญที่สุด ของที่ฉันตามหา มันก็คงอยู่แถวนี้สินะ”
จินกวาดสายตามองมาที่ผม ดวงตาคู่คมมีความกระหายใคร่รู้ฉายชัดเจน คีย์ขยับตัวบังผมมิดชิด ร่างกายของเขาเกร็งเครียดพร้อมลั่นไกได้ทุกเมื่อ
ทว่า... ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด จินก็ยกย่องมุมปากขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของผมและคีย์เย็นเฉียบลงพร้อมๆ กัน
“ไม่ต้องเหนื่อยหาหรอกคีย์... เพราะเอกสารฉบับจริงน่ะ ตอนนี้ไม่ได้อยู่กับแก หรือไอ้เด็กนี่หรอก...” จินหัวเราะในลำคออย่างชอบใจ “...แต่มันอยู่ในมือของคนที่แกไว้ใจที่สุดต่างหากล่ะ”
คีย์เบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจ หันขวับกลับมามองหน้าผมทันที ขณะที่ผมเองก็ยืนอึ้ง สมองขาวโพลนเมื่อตระหนักได้ถึงความจริงอันน่าสะพรึงกลัวที่เพิ่งถูกเปิดเผย
—ไม่ใช่แค่คีย์ที่โกหกผม... แต่ยังมีใครอีกคนที่หักหลังเราทั้งคู่ตั้งแต่เริ่มต้นเกมนี้!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความดาร์กและคลั่งรักในตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าครับ
เซฟเฮาส์คลั่งรักของนักฆ่ากับนายช่างภาพสายลุย•ตอนที่ 19
รอยร้าวของความเชื่อใจ
ผลงานโดย ดาร์กไนท์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาร์กไนท์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์คลั่งรักของนักฆ่ากับนายช่างภาพสายลุย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!