เซฟเฮาส์คลั่งรักของนักฆ่ากับนายช่างภาพสายลุย•ตอนที่ 2

บอดี้การ์ดหน้าตาย

ผลงานโดย ดาร์กไนท์
กลิ่นดินปืนจางๆ ผสมกับกลิ่นอับของห้องเช่าราคาถูกในย่านเสื่อมโทรม มันไม่ใช่กลิ่นที่ชวนให้รื่นรมย์ แต่สำหรับเรย์ มันคือกลิ่นของความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามาทักทายถึงเตียงนอน เสียงไม้แตกละเอียดดังกึกก้องไปทั่วห้องเมื่อประตูถูกถีบจนบานพับหลุดกระเด็น ฝุ่นผงคละคลุ้งในอากาศที่ดูเหมือนจะหยุดนิ่งไปชั่วขณะ ทว่าร่างกายของเรย์กลับถูกกระชากด้วยแรงมหาศาลจากวงแขนแกร่งของ 'คีย์' ที่รั้งเขาให้จมหายเข้าไปในมุมมืดหลังตู้เสื้อผ้าไม้เก่าๆ “อยู่นิ่งๆ ถ้าไม่อยากให้สมองกระจายติดผนังห้อง” เสียงกระซิบแหบต่ำของคีย์ชิดใบหู มันไม่ใช่คำขู่ แต่มันคือคำสั่งที่เรย์สัมผัสได้ถึงความจริงจัง เรย์พยายามจะบิดข้อมือออก แต่คีย์กลับกดร่างเขาแน่นขึ้น มือหนาที่ปิดปากเขาไว้นั้นหยาบกร้านและเต็มไปด้วยรอยแผลเป็น บ่งบอกถึงชีวิตที่โชกโชนด้วยการต่อสู้ แววตาของคีย์ในความมืดนั้นดุดันราวกับสัตว์ป่าที่กำลังล่าเหยื่อ เขาไม่ได้มองมาที่เรย์ แต่มองผ่านช่องว่างของตู้ไปที่กลุ่มชายฉกรรจ์ในชุดสูทสีดำสนิทที่ก้าวเข้ามาในห้องด้วยอาวุธครบมือ “ไอ้ช่างภาพนั่นอยู่ที่ไหน!” หนึ่งในชายฉกรรจ์ตะโกนก้อง กวาดกระบอกปืนเก็บเสียงไปทั่วห้อง เรย์มองแผ่นหลังกว้างของคนที่กำลังปกป้องเขาอยู่ ความโกรธเคืองที่อีกฝ่ายบังคับเขาเมื่อครู่จางหายไปเล็กน้อย เหลือเพียงความสงสัยที่อัดแน่นอยู่ในอก ผู้ชายคนนี้คือใคร? แล้วทำไมต้องเอาชีวิตมาเสี่ยงกับหลักฐานชิ้นสำคัญในกล้องของเขา? คีย์ค่อยๆ ปล่อยมือจากปากเรย์ แต่ยังคงตรึงเขาไว้ด้วยแขนข้างหนึ่ง อีกข้างเลื่อนไปหยิบมีดสั้นที่ซ่อนอยู่ข้างเอวอย่างเงียบเชียบ จังหวะการหายใจของคีย์สม่ำเสมอจนน่าเหลือเชื่อ ทั้งที่สถานการณ์คับขันถึงขีดสุด เขาหันมาสบตาเรย์ ดวงตาคมกริบคู่นั้นวาวโรจน์ราวกับจะบอกว่า 'อย่าได้ส่งเสียงแม้แต่คำเดียว' “ไอ้จินมันให้ค่าหัวไอ้นั่นเท่าไหร่กูไม่สน แต่ใครที่ขวางทางกู... ตาย” ชายชุดดำอีกคนแสยะยิ้มพลางเตะเก้าอี้ไม้จนหักกระจาย คีย์ขยับตัวออกไปจากเงามืดราวกับวิญญาณ เขาไม่ได้ใช้ปืน แต่ใช้ความเร็วที่เหนือชั้นพุ่งเข้าหาชายคนแรกที่อยู่ใกล้ที่สุด เสียงกระดูกลั่นกรอบท่ามกลางเสียงอุทานด้วยความเจ็บปวด ก่อนจะตามด้วยเสียงตบเท้าที่พุ่งเข้าใส่คีย์เป็นกลุ่ม เรย์กัดริมฝีปากแน่น มือคว้ากล้องถ่ายรูปตัวเก่งไว้มั่น เขาไม่ได้มีอาวุธ แต่เขามีสิ่งที่พวกนั้นต้องการ... หลักฐานที่อาจทำให้มาเฟียอย่างจินล่มจม การต่อสู้เบื้องหน้าเกิดขึ้นและจบลงอย่างรวดเร็วจนเรย์แทบมองตามไม่ทัน คีย์เคลื่อนไหวราวกับนักล่าผู้ช่ำชอง ทุกการฟาดฟันและทุกการเข้าทำรุนแรงและแม่นยำ เลือดหยดหนึ่งกระเด็นมาโดนแก้มของเรย์ที่แอบมองอยู่หลังตู้ มันร้อนผ่าวและเตือนให้รู้ว่านี่ไม่ใช่การถ่ายทำภาพยนตร์ แต่มันคือความจริงที่เดิมพันด้วยลมหายใจ เมื่อร่างสุดท้ายล้มลงกองกับพื้นห้องที่เละเทะ คีย์ยืนหอบหายใจเพียงเล็กน้อย เขาหันกลับมามองเรย์ที่ก้าวออกมาจากมุมมืด สายตาของคีย์เปลี่ยนจากความดุดันเมื่อครู่เป็นความเย็นชาที่น่าหวั่นใจ “คุณมันบ้า” เรย์เอ่ยขึ้น น้ำเสียงสั่นเครือแต่ยังคงความหยิ่งทะนง “ทำไมต้องช่วยผม?” คีย์สาวเท้าเข้ามาหาช้าๆ แววตาคมกริบนั้นจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเรย์ มือที่เปื้อนเลือดคว้าเข้าที่ปกเสื้อของเรย์แล้วกระชากให้เข้ามาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน “อย่าสำคัญตัวผิด” คีย์กดเสียงต่ำ “ที่ฉันช่วย เพราะกล้องในมือคุณมันคือ 'ตั๋วรอดตาย' ใบเดียวของฉัน... อย่าได้คิดจะทำตัวเป็นฮีโร่ในหนัง เพราะถ้าคุณก้าวพลาดแม้แต่ก้าวเดียว ผมนี่แหละจะเป็นคนแรกที่หักคอคุณทิ้งเสียเอง” เรย์มองลึกเข้าไปในดวงตาของอดีตนักฆ่าคนนี้ เขาเห็นความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความแข็งกร้าว มันเป็นแววตาของคนที่แบกรับอะไรบางอย่างไว้จนหนักอึ้ง “คุณไม่ได้แค่ต้องการตั๋วรอดตายหรอก” เรย์สวนกลับด้วยน้ำเสียงท้าทาย “คุณกำลังหนี... หนีจากคนอย่างจินเหมือนกับผม” คีย์ชะงักไปเล็กน้อย แรงที่กำปกเสื้อผ่อนลง แต่แววตายังคงแข็งกร้าว เขากำลังจะเอ่ยอะไรบางอย่าง ทว่าเสียงไซเรนรถตำรวจที่ดังมาจากระยะไกล และเสียงรองเท้าบูทอีกนับสิบคู่ที่กำลังกรูขึ้นบันไดมาทางนี้ทำให้ทั้งคู่ต้องชะงัก คีย์ปล่อยมือจากเสื้อเรย์ แล้วคว้าข้อมือเขาไว้แน่น “ตำรวจมา... ถ้าไม่อยากติดคุกฐานสมคบคิดกับมาเฟีย ก็หุบปากแล้ววิ่งตามผมมา!” เขาลากเรย์ไปที่หน้าต่างห้องพักที่มองเห็นเส้นทางหนีไฟด้านหลังตึก คีย์ถีบหน้าต่างจนแตกละเอียดก่อนจะส่งสัญญาณให้เรย์กระโดดออกไป แต่ในวินาทีที่เรย์กำลังจะก้าวข้ามขอบหน้าต่างนั้นเอง แสงไฟฉายสว่างวาบจากทางเดินหน้าห้องก็ส่องเข้ามา พร้อมกับเสียงปืนที่ดังลั่นทะลุผ่านประตูเข้ามา! คีย์ผลักเรย์ให้หมอบลงกับพื้นทันที แล้วร่างสูงใหญ่ของเขาก็พุ่งเข้าครอบครองร่างของเรย์ไว้ใต้ตัว ความใกล้ชิดที่บีบคั้นหัวใจและกลิ่นกายเข้มๆ ของคีย์ที่อบอวลอยู่รอบตัวเรย์ทำให้เขารู้สึกเหมือนโลกกำลังหมุนคว้าง “เงยหน้าขึ้นมาทำไม!” คีย์ตวาดเสียงดุในความมืด ก่อนจะกระซิบคำสั่งที่ทำให้เรย์ใจหายวาบ “ฟังนะ... ถ้าเราออกไปจากที่นี่ไม่ได้ สิ่งที่อยู่ในกล้องของคุณจะถูกทำลาย และเราสองคนก็ไม่มีวันได้เห็นตะวันขึ้นในวันพรุ่งนี้” เรย์สบตากับคีย์ในความมืดที่สั่นไหวด้วยแสงไฟฉายจากภายนอก “คุณรู้เรื่องเกี่ยวกับภาพพวกนี้... มากกว่าที่ผมคิดใช่ไหม?” คีย์นิ่งไปอึดใจหนึ่ง ก่อนจะเลื่อนมือขึ้นมาทาบที่ใบหน้าของเรย์ สัมผัสที่แผ่วเบาแต่หนักแน่นเกินความคาดหมาย “เรื่องนั้นเอาไว้คุยกันตอนที่พวกเรายังไม่ตาย... ตอนนี้จับมือผมไว้ให้แน่น ถ้าไม่อยากตายในที่อัปยศแบบนี้!” มือแกร่งของคีย์รั้งมือของเรย์ไว้แน่นจนรู้สึกถึงชีพจรที่เต้นถี่รัว ก่อนที่คีย์จะลุกขึ้นแล้วพุ่งตัวออกไปทางหน้าต่างพร้อมกับลากเรย์ให้ตามไปท่ามกลางกระสุนที่สาดซัดเข้ามาไม่ยั้ง! ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับผมในบทที่เข้มข้นนี้นะครับ ดาร์กไนท์จะรอทุกคนในตอนถัดไปครับ!
สารจากนักเขียน (ดาร์กไนท์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์คลั่งรักของนักฆ่ากับนายช่างภาพสายลุย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%