เสียงชัตเตอร์รัวลั่นติดต่อกันสามครั้งในความมืด เป็นจังหวะเดียวกับที่กระสุนปืนเก็บเสียงนัดหนึ่งเจาะทะลุกระจกหน้าต่างห้องฝั่งตรงข้าม แตกกระจายกลายเป็นเศษแก้วคมกริบปลิวว่อนตกลงมากระทบพื้นคอนกรีตด้านล่าง
เรย์สะดุ้งสุดตัว สัญชาตญาณดิบกระชากให้ร่างโปร่งทิ้งตัวลงหมอบราบกับพื้นระเบียงทันที เลนส์เทเลโฟโต้ราคาแพงในมือเกือบหลุดร่วง หากปลายนิ้วเรียวยังคงกำมันไว้แน่นราวกับหวงแหนชีวิตยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด หัวใจของช่างภาพอิสระเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุกระดูกซี่โครง เมื่อครู่... เขาไม่ได้ตาฝาด เลนส์ซูมกำลังขยาย 600 มิติลเมตรของเขาบันทึกภาพใบหน้าของชายชุดสูทที่เหนี่ยวไกสังหารเหยื่ออย่างเลือดเย็นไว้ได้ชัดเจนทุกรูขุมขน และที่แย่ยิ่งกว่านั้นคือ... คนๆ นั้นหันขวับมามองตรงจุดที่เขากำลังซ่อนตัวอยู่พอดี
"ซวยชibหาย..."
เรย์สบถลอดไรฟัน ร่างกายเคลื่อนไหวไวกว่าความคิด เขาคว้าขาตั้งกล้องแล้วมุดตัวต่ำคลานเข้าสู่ตัวห้องนอนอย่างทุลักทุเล มือสั่นเทาเล็กน้อยไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความตื่นเต้นเร้าใจที่สูบฉีดพลุ่งพล่านจนอะดรีนาลีนหลั่งทะลัก ภาพบนจอ LCD ของกล้องยังคงสว่างวาบ มันคือภาพถ่ายหลักฐานชิ้นสำคัญที่สามารถส่งมาเฟียระดับประเทศเข้าตารางได้ตลอดชีวิต... และแน่นอนว่ามันก็สามารถส่งเขาลงไปนอนคุยกับรากมะม่วงได้เร็วขึ้นเป็นกองเช่นกัน
ครืด...
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงดังแว่วมาจากทางบันไดหนีไฟของตึกฝั่งตรงข้าม ไม่ส... มันกำลังข้ามมาตึกนี้แล้ว เสียงรองเท้าหนังเหยียบย่ำลงบนพื้นปูนดังก้องกังวานท่ามกลางความเงียบสงัดของตีสองครึ่ง เรย์กลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือน สมองประมวลผลอย่างรวดเร็ว ทางออกหลักถูกล็อกตายด้วยระบบคีย์การ์ดที่ตอนนี้มีเสียงสัญญาณเตือนภัยดังแผ่วๆ จากการที่เซ็นเซอร์ตรวจจับความร้อนทำงาน ทางระเบียงถูกปิดตายด้วยเงากระสุน... เหลือแค่ทางเดียว ตู้เสื้อผ้าบิวต์อินขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่มุมห้อง
ตึง!
เสียงพังประตูห้องพักข้างเคียงดังสนั่นหวั่นไหว แรงกระแทกนั้นรุนแรงพอจะทำให้ผนังห้องสั่นสะเทือน เรย์ไม่รอช้า เขาดีดตัวลุกขึ้นวิ่งไปที่ตู้เสื้อผ้า เปิดมันออกกวาดเสื้อผ้าลงมากองกับพื้นอย่างไร้ความเสียดาย แล้วมุดตัวเข้าไปซ่อนพร้อมกับกล้องคู่ใจในอ้อมอก ปิดประตูตู้ให้เหลือร่องแคบๆ พอให้สายตาคมกริบมองลอดออกไปข้างนอกได้
เสียงฝีเท้าหยุดลงที่หน้าห้องของเขา...
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ เป็นความเงียบที่กดดันจนแทบได้ยินเสียงเลือดสูบฉีดในหู เรย์กลั้นหายใจ มือข้างหนึ่งกระชับบอดี้กล้องแน่น เตรียมพร้อมทำลายการ์ดความจำทิ้งทันทีหากพวกมันพังประตูเข้ามา
แกร๊ก...
ลูกบิดประตูห้องหมุนช้าๆ ประตูห้องที่ควรจะล็อกสนิทกลับถูกเปิดออกด้วยอุปกรณ์บางอย่างอย่างไร้เสียง ฝีเท้าเงียบกริบย่างกรายเข้ามาในห้อง ความรู้สึกกดดันแผ่ซ่านเข้ามาในอากาศจนเรย์ต้องหลับตาลงตั้งสติ กลิ่นอายอันตรายลอยมาแตะจมูก เป็นกลิ่นเฉพาะตัวของคนที่อาศัยอยู่กับความตาย... กลิ่นอายของดินปืนและหยาดเหงื่อ
ชายปริศนาก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่หน้าตู้เสื้อผ้าพอดี เงาสูงใหญ่ทาบทับลงบนบานไม้ผ่านแสงจันทร์ที่ส่องลอดผ้าม่านเข้ามา เรย์แทบไม่กล้าขยับตัว เขารู้สึกได้ถึงไอเย็นยะเยือกที่แผ่ออกมาจากร่างสูงโปร่งแต่น่าเกรงขามนอกตู้
แต่แล้ว... เสียงฝีเท้าอีกชุดก็ดังขึ้นจากทางระเบียงด้านนอก
"เฮ้ย! ทางนี้เรียบร้อยไหม?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามขึ้นเบาๆ เป็นภาษากลุ่มก้อนอิทธิพลที่เรย์เคยได้ยินในข่าวอาชญากรรม
ชายคนที่ยืนอยู่หน้าตู้เสื้อผ้าชะงักฝีเท้า เขาไม่ได้ตอบคำถามทันที แต่กลับยื่นมือหนาออกมาผลักบานตู้เสื้อผ้าให้เปิดกว้างขึ้นด้วยความรวดเร็ว!
พึ่บ!
เรย์เบิกตากว้าง สัญชาตญาณบังคับให้เขาพุ่งตัวสวนออกไปพร้อมกับเหวี่ยงขาตั้งกล้องฟาดเข้าใส่เป้าหมายทันทีอย่างไม่ยอมตกเป็นเหยื่อฝ่ายเดียว!
"ไอ้โรคจิต!" เรย์คำรามลั่น
หมัดหนักๆ ซัดสวนกลับมากลางอากาศอย่างแม่นยำ แต่มือหนากลับคว้าข้อมือของเรย์ไว้ได้ทันก่อนที่ขาตั้งกล้องจะกระทบใบหน้า แรงมหาศาลบีบเข้าที่ข้อมือจนเรย์นิหน้าด้วยความเจ็บปวด ก่อนที่ร่างของเขาจะถูกกระชากลอยละลิ่วตามแรงเหวี่ยง แล้วถูกกดอัดเข้ากับบานตู้เสื้อผ้าด้านหลังอย่างแรงจนจุกแอ่ก
ลมหายใจร้อนผ่าวปะทะกันในระยะประชิด เรย์เงີยหน้าขึ้นหมายจะด่ากราดให้สมอารมณ์หมาย แต่คำพูดทั้งหมดกลับติดอยู่ที่ลำคอ เมื่อดวงตาสองคู่ประสานกันท่ามกลางความมืด
นัยน์ตาคมกริบทรงพลังดุจพญาอินทรีคู่นั้นไม่ได้ฉายแววฆาตกรโรคจิตอย่างที่คิด ตรงกันข้าม... มันคือนัยน์ตาของอดีตมือปราบหรือทหารรับจ้างที่ผ่านสมรภูมิมาอย่างโชกโชกโชน ใบหน้าหล่อเหลาได้รูปสลักคมเข้มจนน่ามอง แม้จะมีรอยแผลเป็นจางๆ ที่มุมปากแต่มันกลับเพิ่มเสน่ห์ดิบเถื่อนให้อีกฝ่ายอย่างเหลือเชื่อ
และที่สำคัญที่สุด... มือหนาที่ตรึงข้อมือเขาไว้ กำลังสวมนาฬิกาข้อมือยี่ห้อและรุ่นเดียวกันกับที่เขาเห็นในกล้องวงจรปิดของตึกเมื่อสัปดาห์ก่อน... เป๊ะๆ
"ถ้าไม่อยากตายคาอกฉัน... ก็หุบปากแล้วเงียบซะ"
เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมหู ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอจนเรย์ขนลุกซู่ไปทั้งร่าง ไม่ใช่เพราะความกลัว... แต่เป็นเพราะสัมผัสแนบชิดและน้ำเสียงทรงอำนาจที่จงใจกดดันให้เขาหัวใจเต้นผิดจังหวะอย่างน่าหงุดหงิด
ก่อนที่เรย์จะได้อ้าปากเถียงหรือสะบัดข้อมือหนี เสียงฝีเท้าฝูงใหญ่ก็กรูเข้ามาใกล้ประตูห้องพักมากขึ้น พร้อมกับเสียงตะโกนลั่นของลูกน้องจินที่ดังแทรกเข้ามาในความมืด
"บอสสั่งมา! ค้นทุกซอกทุกมุม อย่าให้ไอ้ช่างภาพเวรนั่นหนีไปได้!"
คีย์หรี่ตาลงเล็กน้อย แววตาคมกริบมองลึกเข้ามาในดวงตาของเรย์ที่กำลังจ้องตอบอย่างไม่ยอมแพ้ มือหนาที่ตรึงข้อมือเปลี่ยนเป็นคว้าเอวบางเข้ามาชิดแนบลำตัวอย่างรวดเร็ว พร้อมกับใช้มืออีกข้างปิดปากเรย์ไว้แน่นไม่ให้เล็ดลอดแม้แต่เสียงลมหายใจ ขณะที่ประตูห้องกำลังถูกถีบกระเด็นเปิดผางด้วยฝีมือของกลุ่มมือสังหารด้านนอก!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและสนับสนุนผลงานของดาร์กไนท์เสมอนะครับ
เซฟเฮาส์คลั่งรักของนักฆ่ากับนายช่างภาพสายลุย•ตอนที่ 1
ชัตเตอร์ลั่น ในจังหวะนรก
ผลงานโดย ดาร์กไนท์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาร์กไนท์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์คลั่งรักของนักฆ่ากับนายช่างภาพสายลุย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!