"ถ้าคุณก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียว เอกสารแผ่นนั้นจะกลายเป็นแค่เศษกระดาษไร้ค่า"
น้ำเสียงของภัทรไม่ได้สั่นเครือเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม มันเยือกเย็นและราบเรียบราวกับผิวน้ำในบึงลึกที่ไร้แรงลมพัดผ่าน ดวงตาคู่คมของอดีตศัลยแพทย์ตวัดขึ้นสบกับดวงตาคมกริบของ "จางหย่ง" อดีตทหารผ่านศึกร่างสูงใหญ่ที่ยืนขวางประตูอยู่
บรรยากาศในห้องเช่าแคบๆ อับชื้นกลิ่นฝนและกลิ่นอับของกระดาษเก่า กลับตึงเครียดขึ้นมาจนแทบหายใจไม่ออก เอกสารโอนที่ดินมรดกที่ลุงกับป้าจอมสูบเลือดเนื้อพยายามยัดเยียดให้เขาเซ็นเมื่อครู่ ยังคงนอนนิ่งอยู่บนพื้นไม้กระดานที่ผุพัง
จางหย่งกวาดสายตาคมปลาบมองรอยเปื้อนคราบน้ำตาบนแก้มของภัทร แวบหนึ่ง ประกายความดุดันที่หลงเหลือจากสนามรบไหววูบในดวงตาคู่นั้น เขารู้ดีว่าภรรยาของเขาไม่ใช่คนอ่อนแอ แต่ความใจดีและภาระหน้าที่ในครอบครัวที่จอมปลอมเคยพันธนาการคนตรงหน้าไว้ ทำให้ภัทรต้องทนทุกข์ทรมานมานานเท่าใด
ชายหนุ่มร่างสูงไม่พูดพร่ำทำเพลง เขาก้าวขายาวๆ เข้ามาในห้อง ปลายรองเท้าบูทหนังของเขาเหยียบลงบนมุมกระดาษแผ่นนั้นพอดี ก่อนจะก้มลงเก็บมันขึ้นมาด้วยมือข้างเดียว แล้วฉีกมันออกเป็นสองส่วนต่อหน้าต่อตาอย่างไม่ลังเล
"เอกสารขยะแบบนี้... เก็บไว้รกบ้านเปล่าๆ ครับ" จางหย่งเอמהเสียงทุ้มต่ำ กวาดสายตามองเอกสารที่ขาดวิ่นในมือด้วยความรังเกียจ ก่อนจะโยนมันลงในถังขยะมุมห้องราวกับมันเป็นสิ่งปฏิกูล
ภัทรชะงักไปเล็กน้อย หัวใจที่เคยด้านชาจากการต่อสู้เพียงลำพังในอดีตชาติกลับรู้สึกอุ่นวาบขึ้นมาอย่างประหลาด ในโลกยุค 70 ที่เต็มไปด้วยความแหงแล้งและความอดอยาก ผู้ชายคนนี้คือสามีที่ทางการจัดสรรให้เขาตามใบสมรสทางการเมือง แต่ใครเล่าจะคาดคิดว่า ทหารหนุ่มผู้เย็นชาคนนี้จะกลายเป็นเกราะกำบังที่แข็งแกร่งที่สุดในยามที่เขาต้องเผชิญหน้ากับฝייแร้งแร้งทึ้งในตระกูล
"คุณ..." ภัทรเอ่ยเสียงแผ่ว พยายามปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติ "ทำไมถึงกลับมาเวลานี้ล่ะครับ ไหนว่าต้องไปเคลียร์งานที่กองอำนวยการเขตไม่ใช่หรือ"
จางหย่งหันกลับมามองภัทร แววตาที่เคยแข็งกร้าวอ่อนแสงลงอย่างเห็นได้ชัด เขายื่นมือหนาหยาบกร้านจากการจับอาวุธและงานหนักมาแตะที่ไหล่บางเบา "ผมได้ยินข่าวลือว่าพวกญาติฝ่ายแม่ของคุณมารวมตัวกันที่นี่... ผมเป็นห่วงคุณ กลัวว่าคุณจะใจอ่อนยอมเซ็นให้อีก"
"ผมไม่ใช่คนเดิมอีกแล้วครับจางหย่ง" ภัทรระบายยิ้มบางๆ รอยยิ้มที่ทำให้ใบหน้าคมคายนั้นดูงดงามราวกับภาพวาดโบราณ "คนพวกนั้นเอาเปรียบเรามามากพอแล้ว ต่อให้ต้องแลกด้วยอะไร ผมก็จะไม่ยอมให้ใครมาเหยียบย่ำอีกเด็ดขาด"
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังผ่อนคลายลง ความผิดปกติบางอย่างก็เกิดขึ้นกับร่างกายของภัทร
จู่ๆ หน้าอกข้างซ้ายของเขาก็ร้อนผ่าวขึ้นมา ราวกับมีถ่านไฟร้อนจัดถูกวางแนบไว้ใต้ผิวหนัง อาการเจ็บแปลบที่คุ้นเคยแล่นริ้วไปทั่วกระดูกสันหลัง ความรู้สึกนี้... มันคือสัญญาณเตือนแบบเดียวกับตอนที่เขายังเป็นศัลยแพทย์มือหนึ่งในโรงพยาบาลใหญ่ก่อนที่เขาจะข้ามมิติมายังยุคนี้!
"ภัทร! คุณเป็นอะไรไป หน้าซีดมาก!" จางหย่งสังเกตเห็นความผิดปกติทันที เขารีบเข้ามาประคองร่างของภัทรที่เซถลาลงไปพิงกับขอบโต๊ะทำงานไม้เก่าๆ
"ผม... ผมไม่เป็นไรครับ..." ภัทรสูดหายใจเข้าลึก
ในห้วงความคิดของเขาเวลานี้ เสียงสัญญาณเตือนภัยดิจิทัลที่คุ้นเคยกำลังดังขึ้นในหัว *ติ๊ด... ติ๊ด... ติ๊ด...* พร้อมกับแสงสีฟ้าจางๆ ที่สว่างวาบขึ้นในม่านตา ทว่ามันไม่ใช่โรงพยาบาลสมัยใหม่ แต่มันคือ...
ภายในจิตสำนึกของภัทร ภาพห้องสี่เหลี่ยมสีขาวสะอาดตาปรากฏขึ้น มันคือ "คลังยาฉุกเฉินระดับสูง" และห้องเก็บเวชภัณฑ์ส่วนตัวที่เขาเคยใช้สมัยเรียนแพทย์และทำงานในศตวรรษที่ 21 แต่สิ่งที่ไม่น่าเชื่อก็คือ เมื่อเขาเพ่งสมาธิผ่านม่านตาที่พร่ามัว ภาพนั้นไม่ได้เป็นเพียงแค่ความทรงจำ ทว่ามันเชื่อมโยงกับพื้นที่ว่างเปล่าแห่งหนึ่ง—พื้นที่ดินอุดมสมบูรณ์สีดำสนิทสุดลูกหูลูกตาที่ล้อมรอบด้วยหมอกหนา!
นี่คือ... มิติฟาร์มเกษตรกรรมที่ผสานเข้ากับคลังยาในอดีตชาติอย่างนั้นหรือ?
ภัทรเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ในโลกยุค 70 ที่ขาดแคลนทั้งยารักษาโรค อาหาร และความเจริญ การที่เขามีคลังยาศัลยกรรมพร้อมระบบจ่ายยาอัตโนมัติ และฟาร์มดินดำที่สามารถเพาะปลูกพืชผลโตไวในมิติเวลาที่เร็วกว่าโลกภายนอกถึงสิบเท่า... นั่นหมายความว่า เขาสามารถพลิกชะตาชีวิตของตัวเองและจางหย่งได้อย่างง่ายดาย!
"ภัทร คุณหายใจเข้าลึกๆ มองหน้าผม!" จางหย่งกระชับอ้อมแขนให้แน่นขึ้น ความร้อนรนฉายชัดในแววตาของสามีหนุ่มผู้ไม่เคยแสดงความอ่อนแอให้ใครเห็น
ภัทรเงยหน้าขึ้นสบตากับจางหย่ง ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันเล็กน้อยเพื่อข่มความตื่นเต้น เขากำลังจะอธิบายเรื่องมหัศจรรย์นี้ให้สามีฟัง เพื่อที่พวกเขาจะได้ร่วมมือกันสร้างเนื้อสร้างตัวและตบหน้าบรรดาญาติจอมสูบให้ราบคาบ
แต่ทว่า... ก่อนที่ภัทรจะได้เอ่ยปากพูดอะไรออกไป
*ก๊อก ก๊อก ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างรุนแรงและไร้มารยาท ตามด้วยเสียงแหลมสูงของ "ป้าสะใภ้ใหญ่" ที่ตะโกนแว้ดเข้ามาในห้องทันทีโดยไม่รอให้เจ้าของบ้านอนุญาต
"ไอ้หลานอกตัญญู! แกคิดว่าซ่อนตัวอยู่ในนั้นแล้วจะหนีพ้นรึไง! เปิดประตูเดี๋ยวนี้! ถ้าแกไม่ยอมเซ็นโอนที่ดินวันนี้ แกก็เตรียมตัวเป็นคนจัญไรที่ญาติพี่น้องตัดออกจากตระกูลได้เลย!"
จางหย่งหน้าตาถมึงทึงขึ้นมาทันที รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกจากร่างของอดีตทหารผ่านศึกจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลง เขากำหมัดแน่นเตรียมจะเดินไปกระชากประตูออกไปจัดการให้สาสม
ทว่า ภัทรกลับยื่นมือเรียวยาวไปจับแขนของจางหย่งไว้เบาๆ
ดวงตาคู่นคมของอภินิหารแพทย์หนุ่มฉายแววเจ้าเล่ห์และเยือกเย็นขึ้นมาวับหนึ่ง—ในเมื่อพวกมันกล้าเดินเข้ามาหาความพินาศถึงที่เอง... ก็อย่าหาว่าเขาใจร้ายก็แล้วกัน
ภัทรสูดหายใจเข้าลึก รับรู้ได้ถึงพลังอุ่นวาบของคลังยาในมิติที่พร้อมใช้งานได้ทันที เขายกยิ้มมุมปากเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยกระซิบเบาๆ ข้างหูจางหย่งด้วยน้ำเสียงที่ทำให้สามีหนุ่มถึงกับนิ่งงันไป
"ใจเย็นก่อนครับ... เปิดประตูให้พวกเขาเข้ามาเถอะครับ วันนี้แหละ... ผมจะทำให้พวกมันรู้ซึ้งถึงคำว่า 'หมดตัว' เป็นอย่างไร"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางย้อนเวลาและเติบโตไปพร้อมกับตัวละครด้วยกันนะครับ หมอภัทรแก้ไขชะตา
คุณหมอผู้เยียวยาอดีตกับฟาร์มเกษตรหลังยุคปฏิวัติ•ตอนที่ 2
มิติลึกลับในคลังยา
ผลงานโดย หมอภัทรแก้ไขชะตา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอภัทรแก้ไขชะตา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอผู้เยียวยาอดีตกับฟาร์มเกษตรหลังยุคปฏิวัติ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
