กลิ่นอับของเศษฟางชื้นแฉะและกลิ่นคาวเลือดที่ติดตรึงอยู่ในโพรงจมูก คือสิ่งแรกที่ดึงสติของนายแพทย์ภัทรให้หลุดพ้นจากความมืดมิดอันยาวนาน
ความเจ็บแปลบราถูกเหล็กเผาไฟทิ่มแทงแล่นพล่านไปตามกระดูกสันหลัง
"ตื่นแล้วหรือวะ ไอ้หมอหน้าโง่! แกคิดว่าแกล้งตายแล้วโฉนดที่ดินผืนนั้นจะรอดมือพวกฉันไปได้งั้นรึ!"
เสียงตะคอกแหบพร่าด้วยความโลภดังขึ้นเหนือหัว พร้อมกับแรงกระชากที่คอเสื้อจนร่างของภัทรเซถลาไปกระแทกกับผนังไม้ผุๆ ของห้องเช่าซอมซ่อ หยดเลือดสีคล้ำไหลย้อยจากขมับลงมาอาบแก้ม
ดวงตาสีเข้มที่เคยราบเรียบและเยือกเย็นยามจับมีดผ่าตัด ค่อยๆ ลืมขึ้นช้าๆ
ภาพตรงหน้าไม่ใช่ห้องไอซียูโรงพยาบาลเอกชนอันทันสมัยในศตวรรษที่ 21 แต่เป็นผนังดินปะปนฟางข้าว หน้าต่างกระดาษสาขาดวิ่น และแสงแดดสลัวที่ลอดผ่านรอยโหว่ของหลังคาสังกะสีเข้ามาสะท้อนฝุ่นละอองที่ลอยเค្វ้งคว้าง
ปี 1978... ยุคสมัยแห่งความแห้งแล้ง ความยากจนข้นแค้น และการแย่งชิงทรัพยากรเพื่อความอยู่รอด
ความทรงจำมหาศาลทะลักเข้าสู่สมองราวกับเขื่อนแตก ภัทรในวัยยี่สิบห้าปี ศัลยแพทย์อัจฉริยะผู้ถูกวางยาพิษและปล่อยให้ตายอย่างโดดเดี่ยวในโรงนาเก่า
เบื้องหลังความตายอันน่าอนาถนี้คือ "ลุงใหญ่" และ "ป้าสะใภ้" จอมหน้าเลือดตระกูลจาง ที่วางแผนฮุบเงินชดเชยการปลดประจำการของสามีเขา รวมถึงที่ดินมรดกชิ้นสุดท้ายที่พ่อแม่ทิ้งไว้ให้
พวกมันหลอกลวง บังคับขู่เข็ญ และสุดท้ายก็วางยาพิษฆ่าเขา เพื่อเอาชื่อไปโอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน ทิ้งให้เขาตายอย่างทรมานในห้องเช่าแคบๆ แห่งนี้
"มองหน้าอะไรวะ! อยากกินลูกปืนหรือไง!" ลุงใหญ่ตระกูลจางสะบัดหน้าอย่างหงุดหงิด มือหยาบกร้านตบลงบนโต๊ะไม้เสียงดังสนั่น เพื่อข่มขวัญ "เซ็นชื่อลงในเอกสารโอนกรรมสิทธิ์ซะ แล้วไสหัวไปจากหมู่บ้านหงซานนี้ซะ! ถือว่าแกไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับตระกูลจางอีกต่อไป!"
เอกสารแผ่นเหลืองกรอบถูกโยนลงตรงหน้า พร้อมกับปากกาหมึกซึมเก่าๆ ที่หัวปากกาแห้งกรัง
ป้าสะใภี้ยืนกอดอกมองด้วยสายตารังเกียจเดียดฉันท์ริมฝีปากหยิกหยองพ่นคำพูดจิกกัดออกมาไม่หยุด "ก็แค่หมออนามัยตกงาน สามีก็เป็นแค่ทหารพิการปลดประจำการที่ไร้ประโยชน์ จะเอาที่ดินผืนนั้นไว้ทำซากอะไร สู้เอามาให้ลูกชายฉันเอาไปขายเอาเงินสดมาตั้งตัวไม่ดีกว่ารึ หน้าด้านเกาะตระกูลเรากินมานาน ถึงเวลาต้องชดใช้บ้างแล้ว!"
ภัทรแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ
เสียงหัวเราะทุ้มต่ำแต่เย็นเยียบจนคนฟังต้องขนลุกซู่ รอยยิ้มที่ปรากฏบนริมฝีปากซีดเซียวไม่ได้มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม มันเต็มไปด้วยความเหยียดหยามและอำนาจมืดที่กดดันจนบรรยากาศในห้องอุณหภูมิลดฮวบลงทันที
"ขดลวดความโลภของพวกท่าน... คงทำงานหนักเกินไปสินะครับ ถึงได้คิดแผนการตื้นๆ เช่นนี้ขึ้นมาได้"
ภัทรค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นยืน แม้ร่างกายจะยังอ่อนล้า แต่แววตานั้นกลับคมกริบราวกับใบมีดผ่าตัดที่พร้อมจะกรีดลงบนเนื้อร้าย
ลุงใหญ่ชะงักไปชั่วครู่ รู้สึกเหมือนถูกเด็กหนุ่มที่เคยอ่อนแอและหวาดกลัวผู้นี้กดขี่ข่มขู่ด้วยสายตา "แก... แกกล้าดียังไงมาพูดจาสามหาวกับฉัน!"
"สามหาวหรือครับ?" ภัทรขยับตัวเข้าใกล้ก้าวหนึ่ง ร่างสูงโปร่งแม้จะผอมบางแต่กลับแผ่รังสีคุกคามอย่างประหลาด "การปลอมแปลงลายมือชื่อ การข่มขู่กรรโชกทรัพย์ และการพยายามฆ่าผู้อื่นเพื่อให้ได้มาซึ่งทรัพย์สิน... โทษทัณฑ์ในยุคนี้ ถึงขั้นเข้าคุกปฏิรูปแรงงานไม่ก็เป้าประสงค์กระสุนนัดเดียวนะครับ ลุงใหญ่"
น้ำเสียงนุ่มนวลแต่เด็ดขาดราวกับพิพากษา ทำให้สองสามีภรรยาตระกูลจางหน้าถอดสี
ทว่าความโลภยังคงบังตา ป้าสะใภ้แผดเสียงแหลมปรี๊ดขึ้นมาทันที "ไอ้เด็กเนรคุณ! แกขู่ใคร ห๊ะ! ใครจะเชื่อคำพูดของแก หลักฐานการโอนก็อยู่ตรงนี้ ถ้าแกไม่เซ็น วันนี้แกไม่ได้ออกไปจากที่นี่แน่!"
มือหนาหยาบของลุงใหญ่เอื้อมคว้าคอเสื้อของภัทรหมายจะบังคับกดมือให้เซ็นลงไปให้ได้
*ตึง!*
จังหวะนั้นเอง ประตูไม้เก่าๆ ที่ลงกลอนไว้ก็ถูกกระแทกเปิดผางด้วยพละกำลังมหาศาล แรงปะทะทำให้บานประตูหลุดออกจากวงกบกระเด็นไปกระแทกผนังห้องจนเศษฝุ่นตลบอบอวล!
ร่างสูงใหญ่กำยำในชุดเสื้อโค้ททหารสีเขียวเข้มซีดจางก้าวเข้ามาในห้อง ความสูงตระหง่านและไหล่กว้างราวกำแพงเหล็กทำให้ห้องเช่าแคบๆ ดูคับแคบลงทันตาเห็น ใบหน้าคมคายดุดันราวกับรูปสลัก ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวทอดมองเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยประกายตาดุดันที่พร้อมจะฉีกกระชากทุกคนเป็นชิ้นๆ
จางหย่ง... สามีผู้เงียบขรึมและถูกตราหน้าว่าเป็น "ทหารพิการไร้ค่า" กลับมายืนตระหง่านอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว
มือหนาใหญ่ที่ผ่านการสู้รบมาโชคโชนเอื้อมไปคว้าข้อมือของลุงใหญ่ที่กำลังกำคอเสื้อภัทรไว้ บีบเพียงนิดเดียวเสียงกระดูกลั่นก็ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ!
"อ๊ากกก! มือฉัน! มือฉันหัก!" ลุงใหญ่ร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดทรมาน ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น
จางหย่งปัดมือคู่นั้นทิ้งราวกับรังเกียจเศษขยะ ดวงตาคมกริบกวาดมองภรรยาที่ยังมีคราบเลือดติดอยู่บนใบหน้า ก่อนที่ออร่าความเย็นยะเยือกและสังหารหมู่จะระเบิดออกมาจากร่างของอดีตทหารผ่านศึกจนคนในห้องแทบหยุดหายใจ
"ใครกล้าแตะต้องภรรยาฉัน..."
น้ำเสียงทุ้มต่ำดังก้องกังวานราวกับเสียงคำรามของพยัคฆ์ร้ายในป่าลึก ทำให้ตระกูลจางถึงกับตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวสุดขีด
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงประหลาดบางอย่างก็ดังขึ้นในโสตประสาทของภัทร พร้อมกับหน้าจอโฮโลแกรมใสแจ๋วที่ปรากฏขึ้นเบื้องสายตา มีเพียงเขาเท่านั้นที่มองเห็น
[ติ๊ง! ระบบคลินิกและฟาร์มเกษตรมิติที่ 5 ทำการเชื่อมต่อสำเร็จ]
[ตรวจพบสถานะร่างกายเจ้าของร่าง: บอบช้ำขั้นวิกฤต]
[ปลดล็อกคลังยารักษาขั้นสูง และเมล็ดพันธุ์พืชหายากยุคศตวรรษที่ 22]
[ภารกิจแรกเริ่ม: ขับไล่พวกปล้นชิง ทวงคืนความยุติธรรม และสร้างอาณาจักรฟาร์มเกษตรอันอุดมสมบูรณ์]
ภัทรยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย มือเรียวยาวเอื้อมไปจับมือหนาของจางหย่งที่กำลังกำหมัดแน่นไว้เบาๆ เป็นเชิงห้ามปราม
ดวงตาสองคู่ประสานกัน ท่ามกลางความตึงเครียดและจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงชะตากรรมทั้งหมด
ทว่า... ก่อนที่ภัทรจะได้เอื้อนเอ่ยสิ่งใดออกไป เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงตะโกนโวยวายของคนกลุ่มใหญ่ก็ดังขึ้นจากหน้าทางเดินแคบๆ ของตึกเช่า
"เกิดอะไรขึ้นวะ เสียงเอะอะโวยวายอะไรกัน... เฮ้ย! นั่นมันหัวหน้าคอมมิวนิตี้ประจำเขตไม่ใช่รึ!"
บุคคลที่ไม่คาดฝันก้าวเข้ามาหยุดยืนที่หน้าประตูห้อง พร้อมกับสายตาคมปลาบที่กวาดมองสภาพความเสียหายภายในห้องเช่า และเอกสารโอนที่ดินที่ยังคงตกอยู่บนพื้น!
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางย้อนเวลามา ณ ที่นี้นะครับ
คุณหมอผู้เยียวยาอดีตกับฟาร์มเกษตรหลังยุคปฏิวัติ•ตอนที่ 1
ฟื้นจากความตายในปี 1978
ผลงานโดย หมอภัทรแก้ไขชะตา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอภัทรแก้ไขชะตา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอผู้เยียวยาอดีตกับฟาร์มเกษตรหลังยุคปฏิวัติ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
