"ถ้าพวกแกกล้าก้าวเท้าเข้ามาเหยียบธรณีประตูบ้านหลังนี้อีกก้าวเดียว ฉันจะเอาด้ามจอบฟันขาพวกแกให้ขาดจริงๆ ด้วย!"
เสียงตะโกนอันกร้าวแกร่งและเต็มไปด้วยโทสะของป้าสะใภ้ใหญ่ 'หลี่ว์ชุนฮวา' ดังแผดลั่นจนฝูงนกกระจอกที่เกาะอยู่บนกิ่งไม้หน้าบ้านหลังน้อยถึงกับบินหนีเตลิด เสียงทุบประตูไม้เก่าๆ ดังปังๆ สะท้อนก้องไปทั่วลานบ้าน
ภายในห้องครัวที่อบอวลไปด้วยไอความร้อนจากเตาฟืน ภัทรยืนนิ่งสงบ สองมือถือตะหลิวไม้กำลังผัดหมูสามชั้นหั่นเต๋าชิ้นโตในกระทะเหล็กหล่อ กลิ่นหอมฟุ้งของซีอิ๊วดำ น้ำตาลกรวด และเครื่องเทศจีนที่เคี่ยวจนงวดเข้าเนื้อ ส่งกลิ่นเย้ายวนชวนน้ำลายสอทะลุผ่านช่องหน้าต่างไม้ไผ่ ลอยออกไปปะทะจมูกของคนที่กำลังอาละวาดอยู่ด้านนอก ยิ่งทำให้พวกมันคลุ้มคลั่งยิ่งกว่าเดิม
"นังตัวดี! เปิดประตูเดี๋ยวนี้! แกรวยฟ้าฟาดทำหมูตุ๋นกลิ่นหอมฟุ้งไปครึ่งหมู่บ้าน แต่ปล่อยให้ลุงกับป้าต้องทนอดอยากอยู่บ้านโน้นเหรอ!" เสียงแหลมสูงของหลี่ว์ชุนฮวาแผดแผดเผาเข้ามาอีกระลอก ตามด้วยเสียงทุบประตูดังสนั่นหวั่นไหว ลุงใหญ่ 'จางเฉิงกั๋ว' สามีของนางยืนอยู่ข้างๆ ส่งเสียงคำรามฮึ่มฮั่มสมทบ พร้อมกับใช้เท้าถีบประตูไม้เก่าๆ จนมันสั่นสะเทือน
ภัทรชำเลืองสายตาไปยังประตูหน้าเล็กน้อย นัยน์ตาคมกริบฉายแววเยียบเย็นราวกับคมมีดผ่าตัด อดีตศัลยแพทย์ผู้ผ่านความเป็นความตายมานับไม่ถ้วนอย่างเขาหรือจะสะทกสะท้านกับเสียงเห่าหอนของสุนัขข้างถนนเหล่านี้ ในชาติก่อน ญาติฝั่งพ่อและแม่สามีจอมสูบพวกนี้เคยรีดไถและเหยียบย่ำเขาและจางหย่งจนแทบจมดิน แต่ในชาตินี้... ประตูบ้านหลังนี้ไม่มีเศษอาหารเหลือไว้ให้พวกเหลือบไรแม้แต่หยดเดียว
"ภัทร..." เสียงทุบประตูเงียบลงชั่วขณะเมื่อจางหย่งเดินเข้ามาในครัว ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อแจ็คเก็ตกันหนาวสีเขียวขี้ม้าเข้มขมวดคิ้วมุ่น นัยน์ตาคมดุฉายประกายอำมหิตจนน่ากลัว เขาวางฟืนลงข้างเตาก่อนจะเดินตรงมาหาภัทร "ปล่อยให้ฉันออกไปจัดการพวกมันเอง เธออยู่ในนี้เถอะ อย่าให้ความสกปรกของคนพวกนั้นมาเปื้อนมือเธอเลย"
ภัทรหันกลับมาสบตากับสามี มุมปากยกยิ้มบางเบาแต่เต็มไปด้วยพลังอันหนักแน่น เขาวางตะหลิวลง หยิบผ้าสะอาดมาเช็ดมืออย่างใจเย็น ก่อนจะเอื้อมมือไปแตะแขนแกร่งของจางหย่งเบาๆ เป็นเชิงห้ามปราม
"จัดการน่ะต้องจัดการแน่ครับจางหย่ง แต่ไม่ใช่การใช้กำลังไล่ตีเหมือนหมูเหมือนหมา" ภัทรกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เด็ดขาด "คนพวกนี้ถ้าไม่ทำให้หน้าแตกจนไม่กล้าเอาหน้ามาซอยนี้อีก พวกมันก็จะมาเกาะแกะไม่เลิกรา... ตามผมมาครับ วันนี้ผมจะทำให้พวกมันรู้ซึ้งเองว่า 'ข้าวทุกเมล็ด น้ำทุกหยด' ในบ้านหลังนี้ มีเจ้าของที่ชอบทวงหนี้เลือด"
จางหย่งมองรอยยิ้มของภรรยาแล้วพลอยรู้สึกอุ่นวาบในอก แม้ภัทรจะดูบอบบางและงดงามราวกับคุณหนูในเมืองใหญ่ แต่แววตาคู่นั้นกลับเฉียบคมและทรงพลังเสียยิ่งกว่านายทหารปลดประจำการอย่างเขาเสียอีก เขาพยักหน้าช้าๆ ยอมเดินตามหลังภรรยาออกไปที่หน้าบ้าน
แอด... เสียงประตูไม้เปิดออกอย่างช้าๆ
แสงแดดยาดบ่ายส่องกระทบใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโลภของหลี่ว์ชุนฮวาและจางเฉิงกั๋ว ทันทีที่ประตูเปิด ทั้งสองคนทำท่าจะพุ่งพรวดเข้ามาในบ้านราวกับฝูงตั๊กแตนปาทานที่หิวกระหาย แต่ทว่า... ปลายกระบอกไม้ไผ่ขนาดยาวที่จางหย่งถือขวางกั้นไว้ พร้อมกับสายตาดุจพญายมราชที่จ้องเขม็ง ทำให้ทั้งคู่ต้องชะงักกึก ถอยหลังกรูดด้วยความหวาดกลัว
"ไอ้... ไอ้หลานเนรคุณ! แกกล้าเอาไม้ขวางทางลุงกับป้าเรอะ!" จางเฉิงกั๋วหน้าดำคร่ำเครือ ชี้หน้าด่าด้วยความโมโห "พวกเราเป็นญาติผู้ใหญ่ของแกนะ! บ้านหลังนี้เดิมทีก็เป็นสมบัติของตระกูลจาง แกแต่งงานเข้ามาเป็นสะใภ้ มีสิทธิ์อะไรมาผูกขาดกินอยู่กันตามลำพัง อาหารในหม้อนั้นส่งกลิ่นหอมไปสามบ้านแปดบ้าน ตักมาครึ่งหม้อเดี๋ยวนี้! ไม่งั้นฉันจะไปฟ้องหัวหน้าหมู่บ้านว่าพวกแกอกตัญญูไม่เลี้ยงดูญาติผู้ใหญ่!"
หลี่ว์ชุนฮวรีบเสริมทัพ นางแกล้งบีบน้ำตา ยกชายเสื้อขึ้นซับหางตาที่ไร้หยดน้ำตา "ดูสิๆ ฟ้าดินมีตา สะใภ้คนนี้ใจดำอำมหิตเสียจริง ผัวก็เป็นแค่ทหารปลดประจำการพิการ ส่วนเมียก็เป็นคนนอกแต่กลับมากินทิ้งกินขว้าง ข้าวสารในยุ้งฉางพวกแกต้องแบ่งครึ่งหนึ่งมาให้ตระกูลจางฝั่งเรา เพราะพวกเรามีบุญคุณช่วยดูแลมาตั้งแต่เล็ก!"
ความหน้าด้านหน้าทนระดับปรมาจารย์เช่นนี้ ทำให้ภัทรถึงกับหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่เจือด้วยความเย้ยหยันนั้นทำเอาสองสามีภรรยาตระกูลจางชะงักไปชั่วขณะ
"บุญคุณ?" ภัทรทวนคำ น้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลัง เขาค่อยๆ ก้าวเท้าก้าวออกมาจากด้านหลังของจางหย่ง ยืนเผชิญหน้ากับคนทั้งสองอย่างไม่เกรงกลัว "ป้าใหญ่ครับ จำได้ไหมครับว่าปีที่แล้ว ตอนที่จางหย่งบาดเจ็บกลับมาจากชายแดนแล้วไม่มีเงินรักษาตัว พวกท่านทำอย่างไร? ขับไล่พวกเราออกจากบ้านใหญ่ให้มาซุกหัวนอนในกระท่อมร้างหลังนี้โดยไม่ให้ข้าวสารแม้แต่เมล็ดเดียว แถมยังบอกว่าพวกเราเป็น 'ตัวซวย' ที่จะพาความหายนะมาสู่ตระกูล"
ใบหน้าของหลี่ว์ชุนฮวาเผือดสีลงเล็กน้อย นางอ้าปากพะงาบๆ จะเถียงแต่ภัทรไม่เปิดโอกาสให้พูด
"และเมื่อสามเดือนก่อน ตอนที่ผมป่วยหนักเกือบตายเพราะพิษไข้ พวกท่านมายืนด่าทอหน้าบ้านเราว่า 'เมื่อไหร่จะตายๆ ไปเสียที จะได้ไม่ต้องเปลืองข้าวชาวบ้าน' คำพูดพวกนั้น ผมยังจำฝังใจทุกคำครับ... แล้ววันนี้ หน้าด้านหน้าทนหน้าไหน ถึงกล้ามาอ้างคำว่า 'ญาติผู้ใหญ่' และมาทวงส่วนแบ่งอาหารจากบ้านที่พวกท่านเคยเหยียบย่ำ?"
"แก... นังปากดี!" จางเฉิงกั๋วหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธจัดที่ถูกแฉกลางหมู่บ้าน ชาวบ้านเริ่มทยอยเดินมามุงดูเหตุการณ์ส่งเสียงซุบซิบกันหนาหูขึ้น "แกมันก็แค่คนนอก! อย่ามาปากเก่งแถวนี้ ส่งอาหารมาซไม่งั้นฉันจะ..."
"จะทำไมหรือครับ?" เสียงทุบกระทะและเสียงตะหลิวเมื่อครู่หายไป แทนที่ด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบของภัทรที่แย้มขึ้นที่มุมปากอย่างงดงามแต่น่าขนลุก "อยากกินอาหารในบ้านผมมากใช่ไหมครับ? ได้สิครับ คนตระกูลจางอย่างพวกท่าน มีหรือที่ผมจะใจดำใจคอแล้งน้ำใจ... จางหย่ง ไปเอา 'สิ่งนั้น' ออกมาต้อนรับแขกผู้มีเกียรติของพวกเราหน่อยครับ"
จางหย่งชะงักไปนิดเมื่อเห็นประกายตาเจ้าเล่ห์ของภรรยา แต่เขาก็พยักหน้ารับอย่างรู้ใจ เดินหายเข้าไปในครัวชั่วครู่ ก่อนจะเดินกลับออกมาพร้อมกับถังไม้เก่าๆ ใบหนึ่ง
กลิ่นฉุนรุนแรงของน้ำซาวข้าวบูดผสมกับเศษผักเน่าและมูลไก่ที่หมักไว้สำหรับทำปุ๋ยอินทรีย์ในฟาร์ม ส่งกลิ่นตลบอบอวลไปทั่วบริเวณทันทีที่ฝาถังถูกเปิดออก!
หลี่ว์ชุนฮวาและจางเฉิงกั๋วถึงกับผงะ ถอยหลังกรูด ยกมือขึ้นปิดจมูกแทบไม่ทัน
"นี่... นี่มันอะไรวะ!" จางเฉิงกั๋วตะคอกลั่น หน้าตาบิดเบี้ยวด้วยความขยะแขยง
ภัทรแย้มยิ้มอย่างสุภาพเรียบร้อย น้ำเสียงนุ่มนวลราวกับหมอใจดีกำลังจ่ายยาให้คนไข้
"ก็อาหารต้อนรับสำหรับญาติผู้ใหญ่ไงครับ อาหารดีๆ อย่างหมูตุ๋นขุนศึกในบ้านผม มีไว้ให้คนที่มีความเป็นคนกินเท่านั้นครับ ส่วนหมาหมู่ที่เที่ยวมาขอส่วนบุญและเที่ยวรังควานชาวบ้านอย่างพวกท่าน... เหมาะกับ 'อาหารเสริมบำรุงดิน' ถังนี้ที่สุดแล้วครับ!"
สิ้นคำพูดของภัทร จางหย่งก็ไม่รอช้า สองแขนกำยำยกถังไม้บรรจุของเสียส่งกลิ่นหละหลวมนั้นขึ้นทันที ก่อนจะสาดโครมลงไปที่พื้นตรงหน้าของจางเฉิงกั๋วและหลี่ว์ชุนฮวาเต็มแรง!
เปรอะเปื้อน! น้ำปุ๋ยหมักส่งกลิ่นเหม็นหึ่งสาดกระเซ็นโดนปลายรองเท้าและชายกางเกงของสองสามีภรรยาจางจนเปียกโชก เสียงกรีดร้องโหยหวนของหลี่ว์ชุนฮวาดังลั่นราวกับหมูถูกเชือด ขณะที่จางเฉิงกั๋วยืนอึ้งหน้าซีดเผือดด้วยความอับอายขายขี้หน้า ท่ามกลางเสียงหัวเราะเยาะของชาวบ้านที่มุงดูอยู่รอบๆ
ภัทรยืนมองผลงานด้วยความพึงพอใจ เขากอดอก สบตากับร่างทหารหนุ่มข้างกายที่กำลังโอบไหล่เขาไว้หลวมๆ อย่างปกป้อง
แต่ทว่า ในวินาทีที่ความสะใจกำลังพีกถึงขีดสุด สายตาของภัทรก็เหลือบไปเห็นเงาร่างหนึ่งที่ยืนอยู่หลังพุ่มไม้ใหญ่ท้ายหมู่บ้าน—ร่างสูงโปรดของชายแปลกหน้าในชุดสูทสากลเรียบร้อย มือถือเอกสารราชการลับ และกำลังจ้องมองมาที่เขาด้วยรอยยิ้มแปลกประหลาด รอยยิ้มที่ทำให้สัญชาตญาณแพทย์เตือนภัยสีแดงฉานขึ้นในหัวทันที...
ชายคนนั้นไม่ใช่ชาวบ้านในชุมชนนี้ และที่สำคัญ... ในมือของเขากำลังถือแฟ้มประวัติส่วนตัวของภัทรในชาติก่อนที่ถูกเผาทำลายไปแล้ว!
---
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางย้อนเวลาและเติบโตไปพร้อมกับตัวละครด้วยกันนะครับ หมอภัทรแก้ไขชะตา
คุณหมอผู้เยียวยาอดีตกับฟาร์มเกษตรหลังยุคปฏิวัติ•ตอนที่ 3
อย่าหวังจะได้กินฟรี
ผลงานโดย หมอภัทรแก้ไขชะตา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอภัทรแก้ไขชะตา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอผู้เยียวยาอดีตกับฟาร์มเกษตรหลังยุคปฏิวัติ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
