"สนุกกันพอหรือยังครับ... ท่านมาเฟีย"
เสียงทุ้มต่ำและเย็นยะเยือกเอ่ยขึ้นอย่างเย้ยหยัน "ถ้าเสร็จกิจแล้ว ช่วยหันมาคุยกับผมหน่อย... วินเซนต์คนนี้รอนานจนเบื่อแล้ว"
ความเงียบงันชั่วขณะเข้าปกคลุมห้องประมูลชั้นใต้ดินที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของคาวเลือดและหยาดเหงื่อ คาร์ลอสไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ร่างสูงใหญ่ในสูทสีเข้มยังคงยืนค้ำยันอยู่เบื้องหลังรินรดา ฝ่ามือหนายังคงตรึงเอวบางของเธอไว้แนบชิด สะโพกสอบไหวระริกตามแรงอารมณ์ที่ยังค้างคา ลมหายใจของมาเฟียหนุ่มร้อนผ่าวเป่ารดต้นคอระหง ขณะที่ดวงตาสคมดุราวกับสัตว์ป่ากวาดมองไปยังเงาดำที่เคลื่อนตัวออกมาจากมุมมืด
รินรดากัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ความอับอายและตื่นตระหนกตีรวนขึ้นมาในอก ร่างกายของเธอยังคงสั่นสะท้านจากบทรักอันดุเดือดที่เพิ่งผ่านพ้นไปเมื่อครู่ ทว่าสมองกลับต้องรีบประมวลผลสถานการณ์เบื้องหน้าอย่างรวดเร็ว วินเซนต์ปรากฏตัวพร้อมกับลูกน้องติดอาวุธครบมือ แสดงว่าเส้นทางการหลบหนีถูกปิดตายแล้ว
"แกตาไวไม่เบานี่ วินเซนต์..." คาร์ลอสแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นต่ำทุ้มและเปี่ยมไปด้วยอันตราย มือหนาละจากการกอบกุมเอวบาง เปลี่ยนมาคว้าข้อมือของรินรดากระชากให้มาหลบอยู่ด้านหลังของตนเองอย่างปกป้องโดยสัญชาตญาณ แม้ในยามวิกฤต ความเป็นเจ้าEgoของมาเฟียหนุ่มก็ยังไม่ลดน้อยลง "คิดว่าขนคนมาแค่นี้ จะกล้าต่อกรกับฉันในถิ่นของพรายงั้นหรือ"
"ถิ่นของแกเหรอ?" วินเซนต์แย้มยิ้มเยาะ ดวงตาคมปลาบกวาดมองสภาพอันยุ่งเหยิงของทั้งคู่ด้วยแววตาสสมเพชแกมริษยา "น่าเสียดายนะคาร์ลอส ของเล่นราคาแพงของแก... คงไม่มีโอกาสได้ใช้งานต่อหรอก เพราะวันนี้ ทั้งชีวิตของแกและข้อมูลลับในเซฟของนายหน้าพราย จะต้องตกเป็นของฉัน"
แสงไฟสลัวจากโคมระย้าสะท้อนกับคมกระบอกปืนนับสิบกระบอกที่ถูกยกขึ้นเล็งตรงมายังพวกเขา รินรดากำชายเสื้อของคาร์ลอสแน่น หัวใจเต้นรัวระส่ำด้วยความหวาดกลัว ทว่าท่าทีของมาเฟียหนุ่มกลับนิ่งสนิท ราวกับสถานการณ์ทั้งหมดนี้อยู่ในความคาดหมายของเขาอยู่แล้ว
"แกมั่นใจเกินไปหน่อยนะ... วินเซนต์" คาร์ลอสเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าแฝงไว้ด้วยรอยยิ้มเยือกเย็นที่ชวนให้สันหลังวาบ "คนที่มั่นใจมักจะมองข้ามอะไรบางอย่างไปเสมอ... ตัวอย่างเช่น หนอนบ่อนไส้ที่คอยคาบข่าวให้แกไงล่ะ"
สิ้นคำพูดนั้น รอยยิ้มบนใบหน้าของวินเซนต์ก็ชะงักค้างไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบฉายแววไหววูบเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะกลับมาควบคุมสีหน้าได้อย่างรวดเร็ว
"แกพูดเรื่องอะไร... อย่ามาเบี่ยงเบนประเด็น" วินเซนต์เสียงเข้มขึ้นเล็กน้อย
"เบี่ยงเบนงั้นรึ?" คาร์ลอสแค่นเสียงหัวเราะ หยิบรีโมทคอนโทรลขนาดเล็กในกระเป๋าเสื้อขึ้นมากดเบาๆ ทันใดนั้น หน้าจอโปรเจคเตอร์ขนาดใหญ่ที่ซ่อนอยู่หลังผนังกระจกใสก็สว่างวาบขึ้น เผยให้เห็นภาพวิดีโอวงจรปิดจากห้องควบคุมหลัก ภาพที่ปรากฏคือร่างของชายคนหนึ่งกำลังสอดแฟลชไดรฟ์ลงในคอมพิวเตอร์แม่ข่ายเพื่อขโมยรหัสผ่านการประมูล
รินรดาเบิกตากว้างเมื่อเห็นใบหน้าของคนในจอชัดเจน "นั่นมัน... มาร์ค!"
มาร์ค มือขวาคนสนิทที่คอยติดตามรับใช้คาร์ลอสมานานนับปี ภาพที่ปรากฏคือหลักฐานมัดตัวอย่างแน่นหนาว่าใครคือผู้ทรยศที่คอยส่งข่าววงในให้วินเซนต์มาโดยตลอด
"ไงล่ะวินเซนต์..." คาร์ลอสขยับตัวก้าวไปข้างหน้าร่างบาง บังเธอไว้มิดชิด รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกจากร่างหนาจนบรรยากาศในห้องลดฮวบลงจนหนาวเหน็บ "หมาตัวโปรดที่แกเลี้ยงไว้ มันขายความลับให้ฉันตั้งแต่คืนแรกที่มันเหยียบเข้ามาในอาณาจักรของฉันแล้ว ทุกย่างก้าวที่แกเดินเข้ามาที่นี่... แกไม่ได้มาเพื่อฮุบสมบัติ แต่แกกำลังเดินเข้าสู่หลุมศพที่ฉันขุดรอไว้ต่างหาก"
วินเซนต์หน้าซีดเผือด แววตาฉายความตื่นตระหนกอย่างปิดไม่มิด เขาหันขวับไปมองรอบตัว ทว่าลูกน้องคนสนิทบางคนเริ่มขยับถอยห่างจากเขาด้วยความหวาดระแวง
"แก... แกหลอกใช้ฉัน!" วินเซนต์คำรามลั่นด้วยความโกรธเกรี้ยว ยกปืนขึ้นเล็งตรงมาที่ศีรษะของคาร์ลอสทันที "ถ้าฉันต้องตาย แกก็ต้องตายไปกับฉันเหมือนกัน!"
เปรี้ยง!
เสียงปืนนัดแรกดังสนั่นหวั่นไหว ทว่าไม่ใช่กระสุนจากปืนของวินเซนต์ คาร์ลอสไวกว่า เขายกปืนเก็บเสียงที่ซบอยู่ข้างเอวขึ้นยิงสวนกลับไปอย่างแม่นยำ กระสุนเจาะเข้าที่หัวไหล่ของวินเซนต์จนร่างทรุดฮวباتลงไปกองกับพื้น เลือดสีสดไหลทะลักนองพื้นหินอ่อน
ความชุลมุนวุ่นวายบังเกิดขึ้นในพริบตา ลูกน้องของวินเซนต์พยายามจะยิงตอบโต้ แต่ถูกกองกำลังลับของคาร์ลอสที่ซุ่มอยู่รอบด้านระดมยิงกดดันจนต้องทิ้งอาวุธและคุกเข่าอมพะเน้าขอยอมจำนน
ในความโกลาหลนั้น คาร์ลอสไม่สนใจศัตรูที่กำลังพ่ายแพ้ ร่างสูงใหญ่หมุนตัวกลับมาหารินรดาที่ยังคงยืนพิงกำแพงด้วยความตกค้างทางอารมณ์ มือหนารorยประคองใบหน้าหวานขึ้นมา บังคับให้เธอมองสบตาเขา ดวงตาคมกริบพราวระยับด้วยไฟปรารถนาที่ยังมอดไหม้ไม่หมดสิ้น
"กลัวไหมครับ... คนสวยของผม" เสียงทุ้มกระซิบชิดริมฝีปาก ร้อนรุ่มจนรินรดารู้สึกซ่านไปทั้งร่าง
"คุณ... รู้มาตลอดเลยสินะคะ ว่ามีหนอนบ่อนไส้" เธอกัดฟันถาม เสียงสั่นพร่า
"เกมธุรกิจ มันต้องมีเหยื่อล่อถึงจะสนุก..." คาร์ลอสโน้มใบหน้าลงมา ริมฝีปากหยักลึกกกจูบซับที่เปลือกตา ปัดเป่าความหวาดกลัวออกไปจนหมดสิ้น ลมหายใจร้อนระอุเปรแปรเปลี่ยนบรรยากาศรอบตัวให้กลับมาเร่าร้อนและบีบคั้นหัวใจอีกครั้ง "แต่ตอนนี้... แมลงวันที่น่ารำคาญก็ถูกกำจัดไปหมดแล้ว... เรามาเคลียร์บัญชีของเราต่อให้จบดีกว่าไหมครับ"
ฝ่ามือหนาเริ่มลูบไล้สะโพกกลมกลึงภายใต้ชุดราตรีที่ยับยู่ยี่ แรงดึงดูดระหว่างพวกเขารุนแรงเสียจนรินรดารู้สึกราวกับร่างกายกำลังจะหลอมละลาย ทว่าในวินาทีที่ริมฝีปากหนากำลังจะทาบทับลงมาอีกครั้ง เสียงฝีเท้าฝ่าความมืดของใครบางคนก็ดังขึ้นจากทางลับด้านหลัง
"นายครับ... เรารับสัญญาณฉุกเฉินจากภายนอก... มีคนกำลังพังประตูเข้ามาทางอุโมงค์ทิศใต้... ไม่ใช่คนของวินเซนต์ครับ!"
คาร์ลอสดึงสติกลับมาทันที แววตาคมดุแปรเปลี่ยนเป็นความเฉียบคมดุดัน เขาละริมฝีปากออกจากรินรดาช้าๆ ก่อนจะหันไปมองความมืดเบื้องหลังด้วยสายตาที่คาดไม่ถึง
รินรดาลอบกลืนน้ำลายลงคอ หัวใจเต้นระรัวด้วยความหวาดระแวงระลอกใหม่ เมื่อเงาร่างของบุคคลปริศนาคนใหม่ก้าวพ้นความมืดออกมาภายใต้แสงไฟสลัว พร้อมกับรอยยิ้มเยือกเย็นที่เธอไม่มีวันลืม...
**************************************************
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและคอยสนับสนุนนิยายเรื่องนี้ด้วยดีเสมอมาครับ วริศร์วิสกี้สัญญาว่าจะพาทุกท่านไปดิ่งลึกกับความเร่าร้อนและเกมอำนาจที่เข้มข้นยิ่งกว่าเดิมในตอนหน้าครับ
ดีลเดือดในห้องประมูลพราย•ตอนที่ 15
ผู้ทรยศในเงามืด
ผลงานโดย วริศร์วิสกี้
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วริศร์วิสกี้)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลเดือดในห้องประมูลพราย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!