“ถ้าคุณคิดจะใช้แผนตื้นๆ เพื่อเอาตัวรอดจากวินเซนต์ด้วยการเดินเข้าไปหาเขาตามลำพังอีกครั้ง... ผมคงต้องหา ‘โซ่’ ดีๆ สักเส้นมาล่ามคุณไว้จริงๆ แล้วล่ะครับ รินรดา”
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือไปด้วยความกริ้วโกรธระคนปรารถนา ดังก้องขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องทำงานส่วนตัวที่ถูกปิดตายจากโลกภายนอก คาร์ลอสไม่ได้ตะคอก แต่น้ำเสียงที่กดต่ำจนเกือบเป็นกระซิบนั้นกลับทรงพลังและกดดันยิ่งกว่าเสียงคำรามของพายุร้าย ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า ห่างจากโต๊ะทำงานเพียงไม่กี่คืบ แววตาคมกริบดั่งนักล่าจ้องมองหญิงสาวราวกับจะกลืนกินเธอกลับเข้าไปในร่าง
รินรดายืนนิ่ง ขยับตัวหนีไม่ได้ ปลายเท้าของเธอชิดติดกับขอบโต๊ะทำงานไม้เนื้อแข็ง ด้านหลังคือความว่างเปล่า ด้านหน้าคืออ้อมแขนกว้างที่กักขังเธอไว้ในพื้นที่แคบๆ เธอยังคงเชิดหน้าขึ้นสู้ แม้หัวใจจะเต้นรัวระส่ำด้วยความหวาดหวั่นปนระทึกกับแรงดึงดูดอันดิบเถื่อนที่แผ่ออกมาจากตัวเขา
“ฉันไม่ได้ทำเพื่อเอาตัวรอดคนเดียว... คาร์ลอส” เธอกล่าวสวนกลับด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น พยายามปกปิดความสั่นพร่าในน้ำเสียง “เอกสารชุดนั้นในห้องประมูลพรายคือหลักฐานเดียวที่จะลากคอมินเซนต์ลงมาได้ ถ้าฉันไม่เสี่ยงเข้าไปเจรจา ป่านนี้ดีลทั้งหมดก็คงพังไม่เป็นท่า”
“แต่คุณเกือบเอาชีวิตไปทิ้ง!” คาร์ลอสคำรามลอดไรฟัน ก้าวเข้าไปประชิดตัวเธออย่างไร้ช่องว่างจนหน้าอกแกร่งแทบแนบชิดกับเนินอกอิ่ม ฝ่ามือใหญ่ข้างหนึ่งยกขึ้นกระชากข้อมือเรียวบางของเธอไว้ด้วยแรงที่มากพอจะทำให้กระดูกแหลกสลายได้ แต่เขากลับยั้งมือไว้ไม่ให้เธอเจ็บเกินกว่าจะตื่นตัว รอยพิมพ์นิ้วมือของเขาบนผิวเนื้อนุ่มเริ่มขึ้นสีจางๆ กลายเป็นเครื่องหมายแสดงความเป็นเจ้าของที่เด่นชัด “จำใส่สมองอันชาญฉลาดของคุณเอาไว้ซะ รินรดา... ผู้หญิงคนเดียวที่มีสิทธิ์กำหนดเกมนี้ และมีสิทธิ์เดินเกมบนกระดานของผม ก็คือคุณ... ในฐานะ ‘คนของผม’ เท่านั้น!”
แรงบีบที่ข้อมือไม่ได้ทำให้เธอเจ็บปวดเท่ากับความหมายที่ซ่อนอยู่หลังแววตาคู่นั้น มันคือความหลงใหลที่บิดเบี้ยว รุนแรง และกระหายจะครอบครองเธอไว้ทั้งตัวและวิญญาณ รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก กลิ่นกายหอมกรุ่นปนกลิ่นบุหรี่ราคาแพงและอะดรีนาลีนจากตัวเขากำลังมอมเมาสติของเธอทีละน้อย
“ฉันไม่ใช่สมบัติที่คุณจะเอามาล่ามโซ่ไว้ตามอำเภอใจนะ...” เธอยังคงพยายามรักษาศักดิ์ศรีและกำแพงป้องกันสุดท้ายเอาไว้ แม้ลมหายใจเริ่มติดขัดเมื่อปลายนิ้วหยาบกร้านของเขาเคลื่อนจากการกุมข้อมือ มาไล้แผ่วเบาขึ้นตามเรียวแขน ลากผ่านลาดไหล่เปลือยเปล่าที่โผล่พ้นชุดเดรสสั่งตัด ก่อนจะหยุดอยู่ที่ลำคอระหงซึ่งกำลังเต้นตุบตามจังหวะชีพจรที่รัวเร็ว
“งั้นเหรอครับ?” คาร์ลอสโน้มใบหน้าลงมาใกล้ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดผิวแก้มเนียนจนเธอต้องหลับตาลงชั่วขณะ “ถ้าคุณไม่ใช่สมบัติของผม ทำไมร่างกายของคุณถึงสั่นสะท้านทุกครั้งที่ผมเข้าใกล้ล่ะครับ รินรดา... หืม?”
คำถามท้าทายที่กระซิบอยู่ข้างใบหูทำเอาเลือดในกายของเธор้อนฉ่าขึ้นมาทันที ความโกรธและความปรารถนาหลอมรวมกันจนแยกไม่ออก รินรดาลืมตาขึ้นจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่คมที่เต็มไปด้วยไฟปรารถนา ก่อนที่มืออีกข้างของเธอจะยกขึ้นหมายจะผลักอกแกร่งออกไป แต่กลับถูกเขาคว้าหมับแล้วตรึงข้อมือทั้งสองข้างไว้เหนือศีรษะด้วยมือเพียงข้างเดียวอย่างง่ายดาย
แรงปะทะทางกายทำให้ระยะห่างระหว่างทั้งคู่มลายหายไป สัมผัสจากร่างกายที่แนบชิดทำให้รับรู้ถึงความร้อนรุ่มที่แผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้า คาร์ลอสโน้มริมฝีปากลงมาครอบครองเรียวปากอิ่มทันทีโดยไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ทันตั้งตัว
รสจูบครั้งนี้ไม่ใช่ความอ่อนโยนหรือการเกี้ยวพาราสี แต่มันคือการประกาศิตและการลงทัณฑ์อันเร่าร้อน ริมฝีปากหนาบดขยี้เรียวปากนุ่มด้วยความดุดันและเอาแต่ใจ เรียลิสติกและลึกซึ้งจนลมหายใจของรินรดากระเจิดกระเจิง สมองที่เคยฉลาดเป็นกรดและวางแผนมานับร้อยขั้นตอนกลับขาวโพลนว่างเปล่าในพริบตา รสชาติของความดื้อรั้นถูกกลืนหายไปในโพรงปาก เมื่อลิ้นร้อนรุกรานเข้ามาตักตวงความหวานล้ำอย่างตะกละตะกลาม มือแกร่งที่เคยตรึงข้อมือเธอไว้เปลี่ยนมาโอบกระชับเอวคอดกิ่วให้แนบสนิทเข้าหาร่างกายหนาจนแทบหลอมรวมเป็นร่างเดียวกัน
รินรดาพยายามจะขัดขืนด้วยการเม้มริมฝีปากแน่น แต่ความพ่ายแพ้ต่อสัมผัสอันชำนาญศึกและแรงดึงดูดที่ทรงพลังทำให้กำแพงของเธอนิ่มยวบลงอย่างรวดเร็ว ปลายนิ้วของเขาที่สอดแทรกเข้าไปใต้เรือนผมยาวสลวยเพื่อตรึงท้ายทอยของเธอไว้บังคับให้รับองศาการจูบที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น เสียงครางประท้วงในลำคอของหญิงสาวถูกกลืนหายไปกับริมฝีปากของเขา ร่างกายของเธออ่อนปวกเปียกจนต้องทิ้งน้ำหนักพึ่งพิงแผงอกแกร่งของมาเฟียหนุ่มอย่างไม่รู้ตัว
ความเร่าร้อนดำเนินไปเนิ่นนานท่ามกลางความมืดมิดในห้องทำงาน คาร์ลอสถอนริมฝีปากออกช้าๆ อย่างเสียดาย ปล่อยให้รินรดาได้หอบหายใจโกกาศเข้าปอดอย่างกระหาย ขณะที่ดวงตาคู่สวยฉ่ำเยิ้มไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งอารมณ์ที่พุ่งพล่าน ผิวแก้มนวลแดงก่ำตัดกับชุดเดรสสีเข้มยิ่งขับเน้นความเย้ายวนให้เด่นชัดขึ้นในสายตาของเขา
“จำไว้... ว่าไม่มีใครบนโลกใบนี้ที่มีสิทธิ์แตะต้องแม้แต่ปลายนิ้วของคุณ นอกจากผม” คาร์ลอสกระซิบชิดริมฝีปากที่ยังคงบวมเจ่อจากการจูบ ปลายจมูกโด่งคลอเคลียอยู่กับแก้มเนียนอย่างหลงใหล “แม้แต่วินเซนต์... มันก็ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะมอง”
รินรดายังไม่ทันได้เอ่ยปากโต้แย้งคำประกาศิตนั้น เสียงเคาะประตูรัวเร็วและเสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นจากด้านนอกห้องทำงาน ตามด้วยเสียงของบอดี้การ์ดคนสนิทที่เปิดประตูพรวดเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
“นายครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ... โกดังเก็บวัตถุโบราณล็อตใหญ่ที่สุดที่เราเพิ่งประมูลมาเมื่อคืน ถูกลอบวางเพลิง และ... และสายของเราแจ้งว่า วินเซนต์กำลังนำกำลังคนบุกเข้ามาล้อมตึกนี้ไว้หมดแล้วครับ!”
คาร์ลอสชะงัก รอยยิ้มเยือกเย็นผุดขึ้นที่มุมปากทันที ดวงตาคู่คมฉายแววดุร้ายราวมัจจุราชที่พร้อมจะคร่าชีวิตทุกคนที่ขวางทาง เขาก้มลงมองหญิงสาวในอ้อมแขนอีกครั้ง ก่อนจะกระซิบประโยคสุดท้ายข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงที่ทำให้ขนลุกซู่ไปทั้งร่าง
“ดูเหมือนศัตรูของคุณ... จะเลือกเวลาตายได้เหมาะเจาะกับเวลาที่เรายังเคลียร์กันไม่เสร็จพอดีเลยนะครับ, ที่รัก”
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามอ่านและร่วมอินไปกับความดาร์กเร่าร้อนนี้นะครับ
ดีลเดือดในห้องประมูลพราย•ตอนที่ 10
พันธนาการที่ไร้โซ่ตรวน
ผลงานโดย วริศร์วิสกี้
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วริศร์วิสกี้)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลเดือดในห้องประมูลพราย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!