เปลวเพลิงสีส้มฉานที่โหมกระหน่ำทะลักผ่านกรอบหน้าต่างกระจกนิรภัย คือคำตอบเดียวที่วินเซนต์ฝากไว้ให้เราสองคน
"ยินดีด้วยกับคืนอันเร่าร้อนนะ, คาร์ลอส… แต่ศพของพวกแกสองคน คงจะต้องถูกพบในกองเพลิงนี้แล้วล่ะ"
เสียงหัวเราะเยาะเย้ยผ่านเครื่องรับส่งสัญญาณวิทยุดับลงพร้อมกับสัญญาณที่ถูกตัดขาดอย่างเลือดเย็น อุณหภูมิภายในห้องวีไอพีของเรือสำราญพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว กลิ่นควันไฟที่ผสมผสานกับกลิ่นอายความยั่วยวนจากบทรักเมื่อครู่สร้างบรรยากาศที่บีบคั้นหัวใจจนแทบหยุดหายใจ เศษกระจกแตกกระจายเกลื่อนพื้น รินรดาหอบหายใจสะท้าน ร่างเปลือยเปล่าของเธอแนบชิดอยู่กับแผงอกกำยำของคาร์ลอสที่ไวกว่ากระชากเธอหลบวิถีกระสุนนัดแรกที่เจาะทะลุกระจกเข้ามาได้อย่างเฉียดฉิว
"ไอ้สารเลววินเซนต์..." คาร์ลอสคำรามต่ำในลำคอ ดวงตาคมกริบสีนิลฉายแววดุดันราวกับซาตานที่ถูกปลุกให้ตื่นจากการจำศีล ร่างกายเต็มไปด้วยมัดกล้ามและรอยข่วนจากการร่วมรักเมื่อครู่ยิ่งขับเน้นความดิบเถื่อนอันตรายให้เด่นชัดขึ้น มือหนาคว้าปืนพกเซมิออโตเมติก Beretta PX4 Storm ที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียงขึ้นมาปลดล็อกไกปืนอย่างคล่องแคล่วในเสี้ยววินาที
"เราไม่มีเวลามาสบถหรอกนะครับ, คาร์ลอส" รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่พยายามบังคับให้ราบเรียบ แม้หัวใจจะเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะ ความเยือกเย็นและหัวไวของเธอถูกปลุกเร้าขึ้นมาแทนที่ความวาบหวามเมื่อครู่ เธอดันตัวเองออกจากอ้อมแขนของเขาอย่างเด็ดเดี่ยว แม้ว่าผิวเนื้อจะยังคงร้อนผ่าวจากสัมผัสเมื่อครู่ก็ตาม "ทางหนีไฟหลักถูกแรงระเบิดปิดตายไปแล้ว ระบบระบายอากาศด้านบนคือทางเดียวที่พอจะรอดออกไปได้"
คาร์ลอสหรี่ตามองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความทึ่ง แม้ในสถานการณ์ความเป็นความตาย รินรดากลับไม่มีน้ำตาแม้แต่หยดเดียว มีเพียงประกายตาที่เฉียบคมและเต็มไปด้วยสัญชาตญาณการเอาตัวรอด ความฉลาดที่ท้าทายอำนาจของเขาเช่นนี้แหละที่ทำให้เขารุ่มหลงจนแทบคลั่ง
"ฉลาดมาก... ผู้หญิงของผม" คาร์ลอสกระิบเสียงพร่าข้างใบหูของเธอ พร้อมกับใช้มืออีกข้างรวบเอวบางเข้าหาตัวแล้วกดจูบหนักหน่วงที่ริมฝีปากอิ่มอย่างเอาแต่ใจครั้งหนึ่ง ก่อนจะปล่อยให้เธอได้ขยับตัว
เสียงฝีเท้าหนักๆ ของลูกน้องวินเซนต์กำลังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ พร้อมกับเสียงปืนที่ดังสนั่นเป็นระยะเพื่อเคลียร์ทางเข้ามายังห้องนี้ คาร์ลอสไม่รอช้า เขายกปืนขึ้นเล็งไปที่ประตูทางเข้าแล้วลั่นไกสวนออกไปสามนัดซ้อน เสียงร้องโหยหวนดังทะลุบานประตูไม้เนื้อแข็งเข้ามาทันที บ่งบอกว่ากระสุนแต่ละนัดแม่นยำและไร้ความปรานีเพียงใด
"ขึ้นไปก่อน" คาร์ลอสสั่งเสียงเข้ม พร้อมกับดันร่างระหงให้ปีนขึ้นไปบนเก้าอี้เพื่อเอื้อมมือไปผลักฝาเพดานช่องระบายอากาศที่ถูกแรงสั่นสะเทือนจนหลวม รินรดากัดฟันกรอด ใช้เรี่ยวแรงเฮือกสุดท้ายดันแผ่นโลหะหนักอึ้งนั้นออกจนหลุดร่วงลงมา เสียงโลหะกระทบพื้นดังสนท่ามกลางเสียงปืนที่ประทุขึ้นอีกระลอก
"คุณล่ะ?" รินรดาหันกลับมามองมาเฟียหนุ่มที่ยืนคุมเชิงอยู่เบื้องล่าง กระสุนปืนของฝ่ายตรงข้ามเริ่มเจาะทะลุเข้ามาในห้องจนข้าวของกระจัดกระจาย
"ตามขึ้นไป... อย่าดื้อกับผม รินรดา" คาร์ลอสออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดที่ไม่อาจปฏิเสธได้ มือหนาช่วยดันสะโพกอวบอัดของเธอให้พุ่งตัวขึ้นไปบนช่องแคบเบื้องบนได้อย่างรวดเร็ว
รินรดาลอดผ่านความมืดของช่องระบายอากาศ กลิ่นอับชื้นและฝุ่นละอองคละคลุ้งจนเธอต้องไอออกมาเบาๆ แต่สัญชาตญาณบังคับให้เธอต้องคลานไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว เสียงปืนและเสียงระเบิดดังไล่หลังมาติดๆ เธอกัดฟันฝ่าความกลัว คลำทางไปตามโครงสร้างโลหะจนกระทั่งพบกับแสงสว่างรางๆ จากช่องระบายอากาศอีกด้านที่ทอดตัวออกสู่ดาดฟ้าเรือสำราญ
ทันทีที่เธอผลักฝาปิดด้านนอกออก ลมทะเลอันหนาวเหน็บก็ปะทะเข้ากับผิวเนื้อที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อและคราบไคลจากการร่วมรัก รินรดากระโจนออกมาสู่พื้นที่โล่งแจ้งของดาดฟ้าเรือ ลมหายใจหอบถี่จนหน้าอกกระเพื่อมไหว เธอหันกลับไปมองช่องทางที่เพิ่งคลานออกมาด้วยความลุ้นระทึก
ร่างสูงใหญ่ของคาร์ลอสตามขึ้นมาติดๆ เขากลิ้งตัวหลบวิถีกระสุนที่เจาะทะลุกระจกช่องระบายอากาศตามหลังมาอย่างหวุดหวิด ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มือแกร่งกระชับปืนในมือมั่น ดวงตาดุดันกราดมองรอบตัวเพื่อประเมินสถานการณ์
ดาดฟ้าเรือยามนี้มืดสนิท มีเพียงแสงไฟจากเปลวเพลิงที่กำลังลุกลามมาจากตัวเรือด้านล่างสาดส่องขึ้นมาเป็นสีแดงฉาน บรรยากาศรอบตัวตึงเครียดและเงียบงัดจนได้ยินเสียงคลื่นซัดกระทบตัวเรือและเสียงลมหวีดหวิว
"คิดว่าจะหนีพ้นเหรอครับ, คาร์ลอส?"
เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยดังขึ้นจากเงาดาดฟ้าอีกฝั่ง วินเซนต์ก้าวออกมาจากความมืด พร้อมกับลูกสมุนติดอาวุธครบมืออีกเกือบสิบคนที่ยกปืนขึ้นเล็งตรงมายังพวกเขาทั้งสองคน รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมประดับอยู่บนใบหน้าของคู่แข่งทางธุรกิจผู้กระหายอำนาจ ในมือของวินเซนต์ถือรีโมทคอนโทรลบางอย่างที่มีไฟกะพริบสีแดงถี่ๆ
คาร์ลอสดึงร่างของรินรดามาหลบอยู่ด้านหลังแผงกำบังเหล็กกล้าอย่างรวดเร็ว ร่างกายของเขายังคงแผ่ซ่านความดุดันและพร้อมจะแหลกลาญทุกคนที่กล้าแตะต้องผู้หญิงของเขา สายตาสองคู่ประสานกันอย่างท้าทาย ท่ามกลางกลิ่นอายความตายที่ลอยอบอวลอยู่ในอากาศ
วินเซนต์หัวเราะในลำคออย่างผู้กำชัยชนะ "เรือลำนี้ถูกวางระเบิดไว้ทุกจุดแล้ว... อีกไม่ถึงสิบนาที มันจะกลายเป็นสุสานกลางทะเลสำหรับพวกแกสองคน มรดกและของประมูลทั้งหมดจะเป็นของฉัน!"
รินรดาสบตากับคาร์ลอสโดยไม่ต้องเอื้อนเอ่ยคำใด เธอเห็นรอยยิ้มมุมปากที่แฝงไปด้วยความเหี้ยมเกรียมและแผนการร้ายกาจบางอย่างปรากฏขึ้นบนใบหน้าของมาเฟียหนุ่ม มือหนาเอื้อมมาสัมผัสปลายนิ้วของเธอเบาๆ ก่อนจะกระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงที่ทำให้ขนลุกซู่ไปทั้งร่าง
"จับผมไว้ให้แน่นๆ นะครับ... เพราะเรากำลังจะกระโดดลงนรกไปด้วยกัน"
สิ้นคำพูดนั้น คาร์ลอสก็ไม่รอให้วินเซนต์ได้กดชนวนระเบิด เขากระชากตัวรินรดาให้พุ่งทะยานออกไปยังขอบดาดฟ้าเรือที่เบื้องล่างคือมหาสมุทรอันมืดมิดและเชี่ยวกราก ท่ามกลางเสียงปืนที่คำรามสนั่นไล่หลังมาพร้อมกับแรงระเบิดครั้งใหญ่ที่เริ่มสั่นสะเทือนไปทั้งลำเรือ!
...
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมลุ้นไปกับความเดือดดาลนี้นะครับ
ดีลเดือดในห้องประมูลพราย•ตอนที่ 9
รอยจูบที่เปื้อนเลือด
ผลงานโดย วริศร์วิสกี้
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วริศร์วิสกี้)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลเดือดในห้องประมูลพราย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!