เสียงหัวเราะเยาะหยันที่ดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องฝึกซ้อมส่วนตัวระดับเอลิสต์ ไม่ได้ทำให้เรย์สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย ชายหนุ่มยังคงยืนนิ่งสงบ สายตาสีเทาเข้มจ้องมองหน้าจอสีฟ้าโปร่งแสงที่ยังคงกะพริบเตือนด้วยอักษรสีแดงฉานจากประกาศิตวิกฤตเมื่อครู่
*(คำเตือนระดับวิกฤตสูงสุด! ตรวจพบการตื่น ฯ ของ 'บอสต้นกำเนิด' นอกเหนือจากฐานข้อมูลระบบ!)*
*(เป้าหมาย: กวาดล้างสิ่งมีชีวิตทั้งหมดในรัศมี 10 กิโลเมตรทันที!)*
*(เงื่อนไขเอาชีวิตรอด: เลือกพันธมิตรคนสุดท้ายของคุณ... ก่อนที่ความมืดจะกลืนกินทุกสิ่ง!)*
ข้อความเหล่านั้นยังคงลอยเด่นอยู่เหนือหัว ท่ามกลางบรรยากาศที่เริ่มหนทึบขึ้นเรื่อยๆ ราวกับอากาศภายในห้องฝึกซ้อมถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น แต่ก่อนที่เรย์จะได้ประเมินทางเลือกจากระบบสุ่มบั๊ก เสียงฝีเท้าหนักหน่วงพร้อมกับแรงกดดันทางเวทมนตร์ระดับสูงก็พุ่งเข้ากระแทกประตูกระจกนิรภัยจนแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ
"แกคิดว่าตัวเองเป็นใครกัน... ไอ้สวะไร้ค่าที่บังอาจไต่เต้าขึ้นมาเหยียบย่ำหน้าตระกูลวาล렌ซ์ในรอบสอบคัดเลือก?"
เจ้าของเสียงคือ 'คาร์ลอส วาล렌ซ์' บุตรชายคนรองแห่งตระกูลขุนนางฮันเตอร์ผู้ทรงอิทธิพล เส้นผมสีบลอนด์เงินสะท้อนกับแสงไฟนีออน ดวงตาสีฟ้าคมกริบฉายแววดูแคลนและเกลียดชังอย่างปิดไม่มิด ด้านหลังของเขาคือผู้ติดตามระดับกึ่งอีลิทอีกสี่นายที่แผ่จิตสังหารออกมาราวกับจะกดให้เรย์คุกเข่าลงกับพื้น
ลิซ่าจำได้ดีว่าในโครงสร้างอำนาจของเมืองหลวงแห่งนี้ ตระกูลวาล렌ซ์กุมผูกขาดสิทธิ์การเข้าถึงดันเจี้ยนระดับสูงเกือบครึ่งหนึ่ง การที่เรย์ เด็กหนุ่มผู้ไม่มีหัวนอนปลายเท้าสามารถปลุกพลังและใช้บั๊กแปลกประหลาดเอาชนะการทดสอบมาได้ ย่อมสร้างความกระอักกระอ่วนใจให้แก่ขั้วอำนาจเก่าเหล่านี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
เรย์ค่อยๆ ลดมือลงจากการแตะอากาศ ปิดหน้าต่างแจ้งเตือนระบบชั่วคราว เขามองคาร์ลอสด้วยแววตาเรียบเฉย ราวกับกำลังมองฝุ่นละอองที่เกาะอยู่บนเสื้อสูทราคาแพง
"ถ้าเวลาอันมีค่าของนายน้อยคาร์ลอส ถูกใช้ไปกับการมายืนเห่าหอนในห้องฝึกซ้อมของคนอื่น เพื่อหาเศษเสี้ยวความมั่นใจที่หล่นหายไป... ฉันเกรงว่าตำแหน่งหัวหน่วยสำรวจรุ่นถัดไป คงจะเป็นภาระที่หนักหน่วงเกินกว่าสมองอันน้อยนิดของนายจะรับไหวแล้วล่ะมั้งคะ"
คำพูดที่เรียบเรื่อยแต่เชือดเฉือนทุกอณูประสาท ทำให้ใบหน้าของคาร์ลอสบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด
"ปากดีนักนะ! แกคิดว่ามีดีอะไร ถึงได้กล้าอาจหาญต่อปากต่อคำกับฉัน? แกมันก็แค่ฮันเตอร์เกรด F ที่บังเอิญเก็บเศษเดนไอเทมบั๊กได้จากซากปรักหักพังเท่านั้นแหละ!" คาร์ลอสคำรามลั่น พร้อมกับสะบัดมือเรียกหอกเวทมนตร์อัคคีพุ่งตรงเข้าใส่ลำตัวของเรย์ด้วยความเร็วสูง
ในเสี้ยววินาทีที่ความตายพุ่งเข้ามา เรย์ไม่ได้ขยับเขยื้อnหนี ดวงตาของเขาหรี่ลงเล็กน้อยสมกับที่เป็นอดีตนักวิเคราะห์ข้อมูล สมองประมวลผลความเร็ว วิถีโค้ง และอุณหภูมิของเปลวไฟในเสี้ยวพริบตา
*ตึ้ง!*
กำแพงเวทมนตร์สีครามโปร่งใสถูกกางขึ้นรับคมหอกอัคคีเอาไว้ได้อย่างเฉียดฉิว แรงปะทะทำให้เกิดคลื่นกระแทกสั่นสะเทือนไปทั่วห้องฝึกซ้อม ร่างของเอลาร่าก้าวเดินออกมาจากมุมมืดของห้อง ใบหน้าเรียบเนียนดุจตุ๊กตากระเบื้องเคลือบประดับด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบที่ไม่มีความอบอุ่นอยู่เลยแม้แต่น้อย
"การบุกรุกพื้นที่ฝึกซ้อมส่วนบุคคล และพยายามทำร้ายฮันเตอร์ในสังกัดสมาคมโดยไม่มีคำสั่งศาล... ดูเหมือนว่าตระกูลวาล렌ซ์จะเริ่มลืมกฎเหล็กของสมาคมฮันเตอร์ไปเสียแล้วกระมังคะ นายน้อยคาร์ลอส?"
เสียงหวานใสแต่ทรงอำนาจของอาจารย์สาวลึกลับ ทำให้คาร์ลอสชะงักไปชั่วขณะ เขากัดฟันกรอดเมื่อเห็นว่าเป็นเอลาร่า แม้ตระกูลวาล렌ซ์จะมีอิทธิพลมากเพียงใด แต่การปะทะตรงๆ กับผู้เชี่ยวชาญเวทมนตร์โบราณที่สมาคมส่งมาจับตาดูอย่างเอลาร่าย่อมไม่ใช่เรื่องฉลาด
"อาจารย์เอลาร่า... นี่ไม่ใช่เรื่องของท่าน! เด็กนี่มันขโมยความลับทางเวทมนตร์ของตระกูลเรา!" คาร์ลอสหาข้ออ้างน้ำขุ่นๆ
"ความลับ? ของตระกูลที่แม้แต่สูตรคำนวณมานาพื้นฐานยังต้องให้เด็กเกรด F มาช่วยแก้ปัญหาให้เนี่ยนะคะ?" เอลาร่าแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะปรายตามองเรย์ที่กำลังยืนกอดอกดูเหตุการณ์ด้วยท่าทีผ่อนคลายเกินกว่าสถานการณ์จะเอื้ออำนวย
เรย์ส่งยิ้มจางๆ ให้เอลาร่า เป็นการขอบคุณในจังหวะเวลาที่พอเหมาะพอดี แต่ในขณะเดียวกัน หัวใจของเขาก็กลับเต้นรัวด้วยความตึงเครียดเมื่อหางตาเหลือบไปเห็นตัวเลขถอยหลังบนหน้าจอระบบที่ปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง
*(เวลาคงเหลือก่อนการกวาดล้าง: 03 นาที 42 วินาที)*
*(คำเตือนซ้ำ: ตรวจพบการเคลื่อนไหวของ 'บอสต้นกำเนิด' ทะลุกำแพงมิติเข้ามาในเขตเมืองแล้ว!)*
บรรยากาศภายนอกหน้าต่างกระจกบานใหญ่ของตึกฝึกซ้อมเริ่มเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทอย่างไร้สาเหตุ เสียงกรีดร้องโหยหวนจากท้องถนนด้านล่างดังแว่วขึ้นมาผสมปนเปกับเสียงไซเรนเตือนภัยระดับฉุกเฉิน ท้องฟ้าที่ควรจะเป็นยามบ่ายถูกกลืนกินด้วยม่านหมอกสีชาดที่แผ่ขยายตัวด้วยความเร็วสูง
คาร์ลอสและผู้ติดตามชะงักงัน พวกเขาหันไปมองนอกหน้าต่างด้วยความตื่นตระหนก ความโกรธแค้นเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความหวาดกลัวที่เกาะกุมขั้วหัวใจอย่างกะทันหัน
"น...นั่นมันปรากฏการณ์อะไรกัน? เบรกเกอร์มิติแตกงั้นเหรอ?" คาร์ลอสพึมพำเสียงสั่น
เรย์สูดลมหายใจเข้าลึกๆ เขารู้ดีว่านี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ และไม่ใช่ความผิดพลาดของระบบทั่วไป บอสต้นกำเนิดตนนี้กำลังพุ่งเป้ามาที่เขาโดยเฉพาะ เนื่องจากความผิดปกติจากการใช้บั๊กเมื่อบทที่แล้ว
มือเรียวของเรย์เอื้อมไปคว้าข้อมือของเอลาร่าไว้แน่น สายตาคมกราบมองอาจารย์สาวลึกลับด้วยความจริงจังขั้นสุดยอดจนเอลาร่าต้องสะดุ้ง
"เอลาร่า... เราต้องไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้" เรย์กล่าวเสียงเครียด
"แต่ว่า... ข้างนอกนั่น..."
"ไม่มีเวลาแล้วค่ะ" เรย์ตัดบท ดวงตาสีเทาเข้มสะท้อนภาพเงาของสัตว์ประหลาดมหึมาที่มีดวงตาสีแดงฉานนับร้อยคู่กำลังพังทลายกำแพงเวทมนตร์คุ้ม
กันเมืองเข้ามาใกล้ทุกที "เลือกพันธมิตรคนสุดท้าย... ระบบบังคับให้ผมต้องตัดสินใจเดี๋ยวนี้แล้วค่ะ!"
ทันทีที่สิ้นคำพูดของเรย์ หน้าจอสีฟ้าตรงหน้าก็ระเบิดแสงวาบสีทองอร่าม พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนจากระบบที่ดังขึ้นในหัวอย่างเฉียบขาด—
*(ยืนยันการเลือกพันธมิตร: เอลาร่า (ความเข้ากันได้ 98.5%))*
*(ปลดล็อกสกิลลับขั้นสูงสุด: [ประสานจิตศาสตราอสูรบรรพกาล])*
*(และ... ผู้บุกรุกตัวจริงที่ยืนอยู่หลังคาร์ลอสได้เปิดเผยตัวตนแล้ว—)*
รอยยิ้มอันเย็นเยียบของเงาดำที่สวมฮู้ดซึ่งยืนปะปนอยู่กับกลุ่มผู้ติดตามของคาร์ลอสค่อยๆ ฉีกกว้างขึ้น พร้อมกับคมดาบอาบยาพิษที่พุ่งตรงแทงทะลุหัวใจของคาร์ลอสจากด้านหลังอย่างเลือดเย็น!
---
*(ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับ "การ์ดมาสเตอร์ลิซ่า" นะคะ)*
ระบบสุ่มบั๊ก พลิกสถานะฮันเตอร์ไร้ค่าให้เป็นตัวตึง•ตอนที่ 11
ศัตรูคนแรกที่เปิดเผยตัว
ผลงานโดย การ์ดมาสเตอร์ลิซ่า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (การ์ดมาสเตอร์ลิซ่า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบสุ่มบั๊ก พลิกสถานะฮันเตอร์ไร้ค่าให้เป็นตัวตึง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!