กลิ่นอานนท์จางๆ ของกระดาษปา피รุสเคลือบเวทมนตร์ยังไม่ทันจางหายจากปลายนิ้ว ร่างโปร่งแสงสีฟ้าครามของหน้าต่างระบบก็ดีดตัวขึ้นกลางอากาศด้วยความเร็วสูงจนเกิดเสียงหวิวเบาๆ
*ติ๊ง! ติ๊ง!*
[คำเตือนจากระบบ: ตรวจพบร่องรอยการสะกดรอยระดับสูง ระยะห่าง 300 เมตร ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ]
[เป้าหมาย: บุคลากรจากกิลด์เถื่อน ‘เงาโลหิต’ จำนวน 4 นาย ระดับพลัง คลาส C ขั้นสูง]
[สถานะ: ถูกล็อกเป้าด้วยเวทมนตร์ตรวจจับอัตลักษณ์ ห้ามหลบหนี]
เรย์หรี่ตาลงเล็กน้อย แววตาคมกริบสะท้อนแสงเรืองรองจากหน้าต่างระบบ เขาไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย สมองส่วนวิเคราะห์ข้อมูลที่ผ่านการฝึกฝนอย่างโชกโชนในโลกเก่าและโลกนี้เริ่มคำนวณความเป็นไปได้ทั้งหมดภายในเสี้ยววินาที กิลด์เถื่อน ‘เงาโลหิต’ ขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยมและรับงานสกปรกใต้ดิน การที่พวกมันโผล่มากลางเขตปลอดภัยระดับสองได้ ย่อมหมายความว่าข้อมูลลับเรื่อง ‘บั๊กของระบบดันเจี้ยนชั้นที่เจ็ด’ ที่เขาเพิ่งขุดคุ้ยเจอเมื่อวานนี้ ได้รั่วไหลไปถึงหูของเบื้องบนขั้วอำนาจมืดเสียแล้ว
“ดูเหมือนว่าความลับที่เราถือครอง จะมีมูลค่ามากกว่าที่คาดไว้นะคะ เรย์”
เสียงกระซิบแผ่วเบาแต่เต็มไปด้วยความเยือกเย็นดังขึ้นจากด้านหลัง เอลาร่าก้าวออกมาจากเงาไม้ใหญ่ ท่าทางของเธอยังคงสง่างามไร้ที่ติ แม้ปลายนิ้วเรียวยาวจะกำลังควงคายเวทมนตร์วงแหวนสีม่วงเข้มที่พร้อมระเบิดพลังทำลายล้างได้ทุกเมื่อ ดวงตาคู่สวยกวาดมองไปรอบตัวอย่างพินิจพิเคราะห์
“พวกเขาไม่ได้มาเพื่อเจรจาแน่ค่ะ อาจารย์” เรย์เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ขณะที่มือขวายื่นออกไปเบื้องหน้าเพื่อเรียกใช้งานการ์ดเวทมนตร์ระดับแรร์ที่เพิ่งสุ่มได้จากภาระกิจย่อยเมื่อชั่วโมงก่อน “กลิ่นอายมานาที่ปะปนมากับสายลมบ่งบอกชัดเจนว่า พวกมันเตรียม ‘เขตอาคมปิดกั้นการหลบหนี’ เอาไว้แล้ว แปลว่าพวกมันต้องการปิดปากเราอย่างถาวร”
“ช่างกล้าเสียจริง…” มุมปากของเอลาร่ายกย่องขึ้นนิดๆ รอยยิ้มนั้นงดงามแต่กลับเยือกเย็นจนน่าขนลุก “การจะฆ่าแมลงที่บังเอิญไต่เข้ามาในเขตหวงห้าม อาจารย์เข้าใจได้... แต่การส่งแมลงสาบกลุ่มนี้มาเพื่อลอบสังกัดนักวิเคราะห์แถวหน้าของสมาคมฮันเตอร์ ถือเป็นการดูแคลนสติปัญญาของเราเกินไปหน่อยนะคะ”
ในขณะที่ทั้งสองกำลังประเมินสถานการณ์ พุ่มไม้หนาทึบเบื้องหน้าก็ไหววูบ ร่างในชุดคลุมสีดำสนิทสี่ร่างพุ่งทะยานออกมาด้วยความเร็วสูง แฝงไว้ด้วยจิตสังหารอันเข้มข้นที่แผ่พุ่งจนอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงอย่างฉับพลัน หนึ่งในนั้นซึ่งสวมหน้ากากโลหะครึ่งซีกก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำ เขาหัวเราะในลำคอด้วยเสียงแหบพร่าราวกับกระดาษทรายถูกับพื้นหิน
“ฮ่าๆๆ! ฉลาดนักนะ เจ้าหนูเรย์! เสียดายที่ความรู้และข้อมูลพวกนั้นมันอันตรายเกินกว่าที่ฮันเตอร์ไร้ค่าอย่างแกจะเก็บไว้ครอบครอง ส่งบันทึกเวทมนตร์นั่นมาซะดีๆ แล้วพวกข้าจะเมตตาสงเคราะห์ความตายที่ไร้ความเจ็บปวดให้... ทั้งแกและอาจารย์สาวคนสวยของแกด้วย!”
เรย์ไม่ตอบโต้ด้วยวาจา เขากลับยกมือซ้ายขึ้นดีดนิ้วเบาๆ
*พรึบ!*
การ์ดสีทองแดงในมือแปรสภาพเป็นกลุ่มแสงสว่างวาบ ก่อนจะขยายตัวกลายเป็นตาข่ายพลังงานโปร่งใสครอบคลุมพื้นที่รัศมีสิบเมตรไว้ทั้งหมด นี่คือทักษะ ‘การสกัดกั้นเชิงพื้นที่’ ที่เขาเพิ่งอัปเกรดด้วยแต้มสะสมจากระบบเมื่อคืนนี้เอง ตาข่ายพลังงานนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อโจมตี แต่มีไว้เพื่อบิดเบือนสัญญาณมานา ทำให้พวกมันไม่สามารถส่งข่าวกรองออกไปข้างนอกได้
“พวกคุณประเมินค่าความสามารถของฉันต่ำเกินไปนะคะ” เรย์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงไปด้วยอำนาจบางอย่างที่ทำให้มือสังหารทั้งสี่ชะงักไปชั่วขณะ “การที่พวกคุณรู้ว่าฉันอยู่ที่นี่ หมายความว่ามีหนอนกระ่อนอยู่ในสมาคม... และฉันก็คาดเดาไว้แล้วว่าต้องเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น”
มือสังหารสวมหน้ากากโลหะสะดุ้งโหย่ง “แก... แกหมายความว่ายังไง?”
“หมายความว่า... พวกคุณตกหลุมพรางของฉันตั้งแต่ก้าวเท้าเข้ามาในเขตอาคมนี้แล้วค่ะ”
สิ้นเสียงของเรย์ พื้นดินใต้เท้าของมือสังหารทั้งสี่ก็เรืองแสงสีแดงฉานขึ้นมาพร้อมกัน อักขระโบราณนับร้อยตัวผุดขึ้นจากใต้ดินราวกับเถาวัลย์มีชีวิต พันธนาการข้อเท้าของพวกมันไว้แน่นหนาจนขยับเขยื้อนไม่ได้ แม้แต่พลังมานาในร่างกายก็ถูกสูบออกไปอย่างรวดเร็วผ่านทางอักขระเหล่านั้น
เอลาร่ามองภาพเบื้องหน้าด้วยแววตาพึงพอใจ เธอก้าวเท้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าว รวบรวมมานาไว้ที่ปลายนิ้วก่อนจะสะบัดออกไปเบื้องหน้าอย่างสง่างาม “ในเมื่อเป็นแขกที่ไม่ได้รับเชิญ ก็สมควรได้รับการต้อนรับตามสมควรนะคะ... จริงไหมคะ เรย์?”
“จัดการให้เรียบร้อยเลยค่ะอาจารย์ เรายังมีงานใหญ่รอให้อ่านข้อมูลต่ออีกมาก”
ทว่า ในวินาทีที่เอลาร่ากำลังจะปลดปล่อยเวทมนตร์โจมตีปิดฉาก มือสังหารสวมหน้ากากกลับไม่ได้แสดงอาการหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม เขากลับฉีกยิ้มกว้างจนน่ากลัว ดวงตาเบิกโพงจ้องมองมาที่เรย์ด้วยความสมเพชเวทนา
“ฮìๆๆ... แกคิดว่าพวกเราเป็นแค่หน่วยสังหารแถวหน้าของเงาโลหิตจริงๆ งั้นเหรอ เจ้าหนูนักวิเคราะห์โง่เง่า?”
เรย์ขมวดคิ้วฉับ สัญชาตญาณการเอาตัวรอดกรีดร้องเตือนภัยในหัวอย่างรุนแรง ระบบเบื้องหน้าสั่นกระพริบเป็นสีแดงก่ำพร้อมเสียงแจ้งเตือนที่ดังระรัวจนแทบฟังไม่เป็นศัพท์
[คำเตือนฉุกเฉินสูงสุด!]
[ตรวจพบการแทรกแซงมานาภطرสุมจากบุคคลปริศนา ระดับพลัง: คลาส S]
[รหัสภัยคุกคาม: บอสลับแห่งกิลด์เงาโลหิต ‘นักเชิดหุ่นโลหิต’ ปรากฏตัวในระยะประชิด!]
ทันใดนั้น ร่างของมือสังหารทั้งสี่ก็ระเบิดออกเป็นกลุ่มเลือดสีดำสนิท กลายเป็นม่านหมอกหนาทึบบดบังทัศนียภาพทั้งหมด รอบกายของเรย์และเอลาร่าถูกความมืดมิดกลืนกินอย่างรวดเร็ว และก่อนที่เรย์จะทันได้เรียกใช้งานการ์ดป้องกันขั้นสูง เสียงทุ้มต่ำเย็นเยียบราวกับมาจากขุมนรกก็กระซิบชิดริมหูของเขาจากด้านหลัง โดยที่ไม่มีใครทันรู้ตัวว่าอีกฝ่ายเข้ามาประชิดตั้งแต่เมื่อไหร่
“ขอบใจนะ... ที่ช่วยรวบรวมข้อมูลทั้งหมดไว้ให้ข้าโดยไม่ต้องเหนื่อยตามหา... เจ้าหนูเรย์”
[โปรดติดตามตอนต่อไป: การเผชิญหน้ากับบอสระดับคลาส S และการตัดสินใจครั้งสำคัญที่จะเปลี่ยนชะตากรรมของฮันเตอร์ทุกคนในกิลด์!]
*(การ์ดมาสเตอร์ลิซ่า ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะคะ หวังว่าตอนนีจะสร้างความตื่นเต้นและประทับใจให้ทุกท่านเช่นเคยค่ะ!)*
ระบบสุ่มบั๊ก พลิกสถานะฮันเตอร์ไร้ค่าให้เป็นตัวตึง•ตอนที่ 14
กิลด์เถื่อนที่ตามล่า
ผลงานโดย การ์ดมาสเตอร์ลิซ่า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (การ์ดมาสเตอร์ลิซ่า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบสุ่มบั๊ก พลิกสถานะฮันเตอร์ไร้ค่าให้เป็นตัวตึง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!