ความเงียบงันที่ไร้ซึ่งจุดสิ้นสุดคือสิ่งเดียวที่หลงเหลืออยู่ในห้วงมิติสีดำสนิทนั้น เรย์พยายามกะพริบตาเพื่อปรับโฟกัส แต่ความมืดมิดกลับหนาแน่นเสียยิ่งกว่าหมึกที่หยดลงในแก้วน้ำใส ทุกประสาทสัมผัสถูกตัดขาด ราวกับว่าร่างกายของเขาเป็นเพียงตุ๊กตาผ้าเก่าๆ ที่ถูกทิ้งไว้ในห้องเก็บของใต้ดิน
"ระบบ..." เขาพยายามเรียกขานชื่ออินเทอร์เฟซที่คุ้นเคยในใจ แต่สิ่งที่ตอบกลับมามีเพียงเสียงสะท้อนก้องกังวานของความว่างเปล่า หน้าต่างสถานะสีฟ้าที่เคยกระพริบเตือนสติในยามวิกฤต บัดนี้มอดดับสนิทอย่างไร้ร่องรอย
ทว่า ในความมืดมิดอันน่าอึดอัดนั้น กลับมีกลิ่นอายบางอย่างลอยเข้ามาเตะจมูก—กลิ่นอายของสนิมเหล็กผสมกับกลิ่นอธิกรณ์เวทมนตร์โบราณที่คุ้นเคยอย่างประหลาด
"เจ้าเด็กโง่... คิดจริงๆ หรือว่าระบบสุ่มบั๊กของเจ้าจะปกป้องเจ้าจากเงื้อมมือของกิลด์มืดได้ตลอดรอดฝั่ง?"
เสียงกระซิบแหบพร่าดังขึ้นใกล้ใบหู จนเส้นขนทั่วร่างของเรย์ลุกชันขึ้นพร้อมกัน มันไม่ใช่เสียงจากความว่างเปล่า แต่เป็นเสียงของมนุษย์—มนุษย์ที่มีเลือดเนื้อและมีความเกลียดชังฝังรากลึก
เปรี๊ยะ!
แสงไฟสีเขียวหม่นจากคบเพลิงเวทมนตร์ถูกจุดขึ้นที่มุมห้อง เพดานหินสูงชันและเสาหินอัคนีสีดำสนิทบ่งบอกชัดเจนว่าพวกเขายังคงอยู่ภายในอาคารใต้ดินของสถาบันฮันเตอร์ แต่อยู่ในชั้นความลับที่ไม่มีบันทึกไว้ในแผนผัง เรย์กวาดสายตาสำรวจรอบกายอย่างรวดเร็ว แม้ร่างกายจะยังชาหนับจากแรงกระแทกของมิติที่ฉีกขาด แต่สมองส่วนวิเคราะห์ของเขากลับทำงานด้วยความเร็วสูงสุด
เบื้องหน้าของเขาคือเอลาร่า อาจารย์สาวผู้เพียบพร้อมด้วยพลังเวทระดับสูง ร่างของเธอกำลังพิงแอบอยู่กับเสาหินขนาดใหญ่ ลมหายใจขาดห้วงและมีคราบเลือดสีชาดไหลซึมออกจากมุมปาก แม้ดวงตาคู่สวยจะยังคงฉายแววเด็ดเดี่ยวไม่ยอมแพ้ แต่ความเหนื่อยล้าก็เริ่มกัดกินเรี่ยวแรงของเธอทีละน้อย
"อาจารย์เอลาร่า..." เรย์พยายามขยับตัวเข้าไปหา แต่ข้อเท้ากลับถูกตรึงไว้ด้วยโซ่เวทมนตร์อาคมสีดำที่ผุดขึ้นมาจากพื้นศิลา
"อย่าขยับเลย... เรย์ โซ่นั่นถักทอขึ้นจากศิลาดูดวิญญาณ ต่อให้เจ้ามีไอเทมระดับตำนานในครอบครอง ก็ไม่มีทางทำลายมันได้ด้วยมือเปล่าหรอกค่ะ"
เสียงฝีเท้าหนักแน่นก้าวออกจากเงาดำของเสาต้นที่สาม แสงไฟสีเขียวหม่นสาดส่องกระทบใบหน้าครึ่งซีกของผู้ที่ก้าวออกมา เผยให้เห็นรอยยิ้มเยียบเย็นที่มุมปากของชายวัยกลางคนในชุดคลุมสีเทาเข้ม สัญลักษณ์ประจำตำแหน่ง "รองผู้อำนวยการสถาบัน" ปักอยู่บนปกเสื้ออย่างเด่นชัด
เรย์หรี่ตาลงเล็กน้อย สมองกำลังประมวลผลข้อมูลทั้งหมดที่เคยรวบรวมมา "ท่านรองผู้อำนวยการ... วาเลนไทน์ เป็นท่านเองหรอกหรือที่เปิดประตูมิติส่งพวกเราลงมาที่นี่"
วาเลนไทน์หัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความหยิ่งผยอง เขาเดินเข้ามาใกล้เรย์ช้าๆ ปลายนิ้วเรียวยาวเคาะเบาๆ บนด้ามไม้เท้าหัวกะโหลกคริสตัล "ช่างน่าชื่นชมเสียจริง สมกับที่เป็นอดีตนักวิเคราะห์ข้อมูลผู้ปราดเปรื่อง เจ้าใช้เวลาไม่นานในการเชื่อมโยงชิ้นส่วนปริศนาเข้าด้วยกัน... น่าเสียดาย ที่ความฉลาดของเจ้าดันไปขัดขวางผลประโยชน์ชิ้นใหญ่ของคนกลุ่มใหญ่เข้า"
เอลาร่ากัดฟันกรอด ฝืนดันร่างตัวเองลุกขึ้นยืนแม้ขาจะสั่นเทา ดวงตาจ้องมองชายที่เคยเคารพรักเสมือนญาติผู้ใหญ่ด้วยความร้าวราน "ท่านทำเช่นนี้เพื่ออะไรคะ วาเลนไทน์! สถาบันแห่งนี้ฟูมฟักพวกเราขึ้นมาเพื่อปกป้องมวลมนุษยชาติจากสัตว์ประหลาด ไม่ใช่ให้ท่านใช้เป็นเครื่องมือสะสมอำนาจมืดร่วมกับกิลด์เงาโลหิต!"
"ปกป้องมนุษยชาติอย่างนั้นหรือ?" วาเลนไทน์แค่นหัวเราะ เสียงหัวเราะแหลมสูงสะท้อนก้องไปทั่วห้องใต้ดินอันอับชื้น "โลกใบนี้มันเน่าเฟะเกินกว่าจะเยียวยาแล้ว เอลาร่า เผ่าพันธุ์มนุษย์อ่อนแอและไร้ค่า เต็มไปด้วยความโลภและความหวาดกลัว กิลด์มืดไม่ได้ทำลายโลก แต่พวกเขากำลังจะสร้างระเบียบใหม่—ระเบียบที่แข็งแกร่งและมีเพียงผู้ที่คู่ควรเท่านั้นที่จะได้อยู่รอด และเด็กนี่..." เขากวาดสายตามองเรย์ด้วยความเหยียดหยัน "...ดันบังเอิญได้ครอบครอง 'ระบบสุ่มบั๊ก' ที่แม้แต่เทพเจ้ายังต้องเกรงกลัว เจ้าคิดว่าข้าจะปล่อยให้ตัวแปรที่คาดเดาไม่ได้อย่างมันมีชีวิตอยู่ทำลายแผนการที่ข้าใช้เวลาวางรากฐานมานานนับสิบปีงั้นหรือ?"
เรย์เงยหน้าขึ้นสบตากับวาเลนไทน์นิ่ง แม้สถานการณ์จะตกเป็นรองอย่างสิ้นเชิง แต่ริมฝีปากของเขากลับแย้มยิ้มออกมาบางเบา—รอยยิ้มที่ทำให้อาจารย์สาวข้างกายถึงกับใจชื้นขึ้นมาเล็กน้อย แต่วาเลนไทน์กลับรู้สึกหงุดหงิดใจอย่างไร้เหตุผล
"ท่านหัวเราะอะไร ท่ามกลางสถานการณ์ที่ชีวิตของเจ้าแขวนอยู่บนเส้นด้ายแบบนี้?" วาเลนไทน์ก้าวเข้าไปใกล้ ใช้ปลายไม้เท้ากดลงบนไหล่ของเรย์ ออกแรงกดจนกระดูกส่งเสียงลั่น
"ผมแค่กำลังคิดว่า..." เรย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ราวกับกำลังพูดคุยเรื่องดินฟ้าอากาศในยามบ่าย "คนที่ฉลาดรอบคอบอย่างท่าน ทำไมถึงเลือกใช้วิธีที่สิ้นคิดที่สุดในการกำจัดผม"
คิ้วของวาเลนไทน์กระตุกขึ้นเล็กน้อย "เจ้าหมายความว่าอย่างไร?"
"ถ้าท่านฉลาดจริง... ท่านควรจะรู้ว่าระบบสุ่มบั๊ก ไม่ได้เป็นเพียงแค่หน้าต่างแจ้งเตือนสถานะ แต่มันคือ 'สิทธิ์ในการเข้าถึงแก่นแท้ของโลกใบนี้' ต่างหากล่ะครับ" เรย์เงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่ายอย่างไม่เกรงกลัว ดวงตาสีนิลคู่สวยฉายแววคมกริบราวกับใบมีดที่ซ่อนอยู่ในฝัก "และที่สำคัญที่สุด... ท่านมั่นใจได้อย่างไรว่า 'หนอนบ่อนไส้' ที่คอยส่งข้อมูลให้กิลด์มืดภายในสถาบัน มีเพียงแค่ท่านคนเดียว?"
คำพูดนั้นราวกับสายฟ้าฟาดกลางห้องใต้ดิน ร่างของวาเลนไทน์ชะงักกึก สีหน้าที่เคยเย่อหยิ่งแปรเปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนกชั่วขณะ ก่อนที่ประตูเหล็กบานใหญ่ยักษ์ที่อยู่ด้านหลังสุดของห้อง จะส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดอันน่าสะพรึงกลัวพร้อมกับค่อยๆ ถูกผลักให้เปิดออกช้าๆ
กลุ่มควันสีดำทมิฬพวยพุ่งทะลักออกมาจากรอยแยกของประตู พร้อมกับเสียงฝีเท้าอันหนักหน่วงของใครบางคนก้าวเข้ามา... ใครบางคนสวมหน้ากากเงินลายกางเขนกลับหัว ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ประจำตัวของ "ผู้นำสูงสุดแห่งกิลด์เงาโลหิต" ตัวจริงเสียงจริง!
และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงเตือนที่เรย์รอคอยมาตลอดก็ดังขึ้นก้องอยู่ในโสตประสาท—ไม่ใช่เสียงจากระบบภารกิจปกติ แต่เป็นเสียงแจ้งเตือนระบบฉุกเฉินสีแดงฉานที่ดึงสติของเขากลับคืนมาอย่างสมบูรณ์!
[แจ้งเตือนระบบฉุกเฉิน: ตรวจพบเป้าหมายระดับภัยพิบัติ 'ผู้บัญชาการสูงสุดกิลด์เงาโลหิต' ปรากฏตัวในระยะประชิด!]
[เงื่อนไขพิเศษถูกกระตุ้น: ทำลายโซ่ตรึงวิญญาณภายใน 10 วินาที เพื่อปลดล็อกสกิลลับขั้นสูงสุด 'บั๊กแห่งการล้างบาง'! หากล้มเหลว วิญญาณของโฮสต์และพันธมิตรจะถูกกลืนกินถาวร!]
[นับถอยหลัง: 10... 9...]
—————————————
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและไขปริศนาไปพร้อมกับเรย์และเอลาร่านะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
ระบบสุ่มบั๊ก พลิกสถานะฮันเตอร์ไร้ค่าให้เป็นตัวตึง•ตอนที่ 17
รอยร้าวในสถาบัน
ผลงานโดย การ์ดมาสเตอร์ลิซ่า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (การ์ดมาสเตอร์ลิซ่า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบสุ่มบั๊ก พลิกสถานะฮันเตอร์ไร้ค่าให้เป็นตัวตึง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!