"ถ้าคุณเกลียดการเจอหน้าผมขนาดนั้น ทำไมไม่ไล่ผมออกไปให้พ้นๆ ชีวิตซะตั้งแต่แรก Lล่ะครับ?"
เสียงของคีย์สะท้อนก้องท่ามกลางความเงียบงันของห้องทำงานเพนต์เฮาส์หรู ปลายลิ้นที่เคยตอบโต้ฉับไวกลับมีความสั่นระริกเจือจางซ่อนอยู่ ความอดทนที่ถูกสะสมมาตลอดหลายสัปดาห์ระเบิดออกในวินาทีที่แฟ้มเอกสารบนโต๊ะถูกปัดร่วงลงพื้นด้วยฝ่ามือหนาของคุณชายรวินทร์
ดวงตาคมกริบของทายาทอสังหาฯ ไร้ความอบอุ่นเช่นเคย แต่วันนี้... มันมีรอยร้าวบางเบาที่ยากจะซ่อนเร้น
รวินทร์ไม่ได้ก้มลงมองเอกสารที่กระจัดกระจาย เขากลับจดจ้องเด็กหนุ่มตรงหน้าด้วยสายตาที่คมราวกับใบมีด ขากรรไกรของร่างสูงขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน มือหนากำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน
"นายคิดว่าฉันอยากเก็บคนปากดีอย่างนายไว้รกหูรกตาเล่นหรือไง ธันวา?" เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันออกมาด้วยความกรุ่นโกรธ ทว่าน้ำเสียงนั้นกลับสั่นพร่าในจังหวะสุดท้ายอย่างน่าประหลาด
"งั้นก็เชิญเลยครับ! เซ็นใบไล่ออกให้ผมตอนนี้เลยสิ ผมจะได้ไม่ต้องมาทนฟังคำพูดจิกกัด ทนรองรับอารมณ์บ้าๆ บอๆ ของคุณชายอีก!" คีย์ก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะทำงานอย่างไร้ความเกรงกลัว ดวงตากลมโตวาวโรจน์ด้วยหยาดน้ำตาแห่งความคับ
แค้นที่ถูกกดดันและถูกผลักไสมาตลอด
บรรยากาศในห้องเย็นเยียบลงถนัดตา รวินทร์ชะงักไปเมื่อเห็นประกายความเจ็บปวดในดวงตาคู่สวยนั้น ความโกรธเกรี้ยวที่เคยพองโตพลាន់มลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความตื่นตระหนกที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากความหยิ่งยโสตามสันดาน
รวินทร์ลุกพรวดขึ้นเต็มความสูง แรงกดดันจากร่างสูงใหญ่ทำให้คีย์ต้องผถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยอัตโนมัติ ทว่ามือหนากลับคว้าหมับเข้าที่ข้อแขนเรียวรั้งไว้แน่น ไม่ยอมให้เด็กหนุ่มถอยหนีไปไหน
"ปล่อยนะคุณชาย!"
"เงียบปากแล้วฟังฉัน!" รวินทร์ตวาดลั่น ดวงตาคมดุแดงก่ำขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ "ถ้ารำคาญนัก ถ้ารู้สึกว่าฉันใจร้ายนัก... ทำไมไม่ไสหัวไปตั้งแต่แรก ทำไมต้องทนอยู่ให้ฉันโขกสับอยู่ได้ทุกวันวะ!"
คีย์อ้าปากค้าง สมองที่แล่นเร็วราวจรวดหยุดชะงักไปชั่วขณะเมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่นั้น ความโกรธเคืองที่เคยลุกโชนพลันแปรเปลี่ยนเป็นความงุนงง
นี่ไม่ใช่แววตาของคนที่เกลียดชัง... และน้ำเสียงที่ตะคอกใส่เมื่อครู่ มันไม่ใช่ความรังเกียจ
มันคือความกลัว
คีย์กะพริบตาปริบๆ สมองเริ่มประมวลผลย้อนกลับไปถึงทุกๆ เหตุการณ์นับตั้งแต่วันแรกที่ก้าวเข้ามาในโลกของคุณชายรวินทร์ คำด่าทอเผ็ดร้อน กฎระเบียบยิบย่อยที่ไร้เหตุผล สายตาที่คอยจับผิด และท่าทีหงุดหงิดทุกครั้งที่เขาเข้าใกล้ธีร์...
ไม่ใช่เพราะเกลียด... แต่เพราะกลัวต่างหาก
กลัวว่าคนตรงหน้าจะเดินจากไป กลัวว่าจะรักษาใครให้อยู่ในชีวิตไม่ได้ จนต้องสร้างกำแพงความดุร้ายและวาจาเชือดเฉือนขึ้นมาเป็นเกราะกำบังหัวใจที่เปราะบางเกินกว่าใครจะคาดคิด
"คุณชาย..." คีย์กระซิบแผ่วเบา แรงขัดขืนที่เคยมีมลายหายไปสิ้น น้ำเสียงที่เคยแข็งกร้าวอ่อนลงทันตาเห็นเมื่อตระหนักถึงความจริงข้อนี้
รวินทร์ชะงักไปเมื่อเห็นสายตาที่เปลี่ยนไปของเด็กหนุ่ม ความตื่นตระหนกฉายชัดในแววตาคู่คม เขารีบปล่อยมือออกจากข้อแขนของคีย์ราวกับถูกไฟลวก เบือนหน้าหนีไปทางกระจกใสบานใหญ่ที่สะท้อนภาพเมืองกรุงยามค่ำคืน เพื่อซ่อนความอ่อนแอที่เผลอหลุดลอดออกไป
"ออกไปซะ..." รวินทร์เอ่ยเสียงแหบพร่า ไหล่กว้างห่อลงเล็กน้อยราวกับคนไร้เรี่ยวแรง "ฉันอยากอยู่คนเดียว"
คีย์ยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ไม่ยอมขยับเขยื้อนไปไหน แม้จะได้รับคำขับไล่ที่คุ้นเคย แต่ครั้งนี้หัวใจกลับไม่ได้รู้สึกเจ็บแปลบเหมือนเก่า ตรงกันข้าม... มันกลับรู้สึกบีบรัดด้วยความสงสารและเวทนาแกมเอ็นดู
ร่างบางตัดสินใจก้าวเข้าไปใกล้ร่างสูงที่กำลังยืนหันหลังให้อย่างเงียบเชียบ ปลายเท้าหยุดลงห่างจากแผ่นหลังกว้างเพียงแค่คืบเดียว กลิ่นน้ำหอมบุรุษเจือจางลอยปะทะจมูก พร้อมกับความเงียบงันที่ทำให้อากาศรอบตัวอบอุ่นขึ้นอย่างน่าประหลาด
"เกราะป้องกันตัวของคุณ... มันใช้วิธีผลักไสทุกคนออกไปแบบนี้เหรอครับ?"
รวินทร์ตัวแข็งทื่อ ไหล่กว้างกระตุกเล็กน้อยเมื่อได้ยินประโยคที่แทงใจดำเข้าอย่างจัง มือหนากำเข้าหากันแน่นยิ่งกว่าเดิมริมฝีปากเม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง
"นายรู้บ้าอะไร..." เสียงทุ้มลอดไรฟันออกมาด้วยความสั่นเครือเล็กน้อย
"ผมรู้ว่าคนปากร้าย นิสัยเสีย เอาแต่ใจตัวเองคนนี้..." คีย์ยื่นมือออกไปช้าๆ ปลายนิ้วเรียวแตะลงบนชายเสื้อสูทเนื้อดีด้านหลังของรวินทร์เบาๆ ราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะสะดุ้งหนี "จริงๆ แล้ว... ขี้เหงาจะตายชัก"
รวินทร์หันขวับกลับมามองทันที ดวงตาคมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจที่ถูกอ่านความคิดทะลุปรุโปร่ง ทว่าก่อนที่เขาจะได้เอ่ยปากพ่นคำด่ากลบเกลื่อนใดๆ ออกมา คีย์ก็ก้าวเข้าไปประชิดตัวเสียจนแผ่นอกแนบชิดกับอกแกร่ง
ระยะห่างที่ใกล้จนเกินไปทำให้ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกัน รวินทร์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจดวงโตเต้นระรัวราวกับกลองเพลเมื่อดวงตากลมโตคู่นั้นแหงนขึ้นมองสบตาเขาตรงๆ ไร้ซึ่งความหวาดกลัว มีเพียงประกายความเข้าใจและความอ่อนโยนที่ส่องประกายอยู่ภายใน
"เลิกทำตัวเป็นหมาบ้าใส่ผมสักวัน จะได้ไหมล่ะครับ... คุณชาย" คีย์กระซิบชิดริมฝีปาก น้ำเสียงเจือรอยยิ้มบางเบาที่ทำเอาสติของรวินทร์กระเจิดกระเจิง
รวินทร์จ้องมองริมฝีปากอิบอิ่มที่ขยับพูดเจื้อยแจ้วตรงหน้า ความหวั่นไหวถาโถมเข้าใส่ราวกับคลื่นลูกใหญ่ที่ซัดสาดเข้าฝั่ง มือหนายื่นออกไปหมายจะคว้าเอวบางมาประชิดตัวเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอายตามสัญชาตญาณดิบ
ทว่า...
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะความหวานฉ่ำอย่างไม่รู้เวลากล่าว พร้อมกับบานประตูห้องทำงานที่ถูกผลักเปิดออกโดยฝีมือของบุคคลที่สามที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะมาเยือนในยามวิกาลนี้
"รวินทร์ ฉันเอาเอกสารสำคัญมาให้... เอ๊ะ ขอโทษที ฉันขัดจังหวะอะไรพวกนายหรือเปล่า?"
เสียงทุ้มคุ้นหูของ 'ธีร์' ดังขึ้นท่ามกลางความตกตะลึง รวินทร์ชะงักกึก สีหน้าเปลี่ยนเป็นบึ้งตึงขึ้นมาทันทีในเสี้ยววินาที ขณะที่คีย์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ รีบผงะถอยหลังออกจากอ้อมกอดที่เกือบจะแนบชิดเมื่อครู่
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะมาลุ้นและจิกหมอนไปกับสงครามประสาทครั้งนี้นะคะ!
คุณชายครับ... หยุดดุสักวันจะเป็นไรไป•ตอนที่ 21
ความจริงใจที่เริ่มเปิดเผย
ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณชายครับ... หยุดดุสักวันจะเป็นไรไป นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!