เสียงหัวingทุ้มต่ำของผู้ชายแปลกหน้าที่ดังลอดผ่านลำโพงโทรศัพท์มือถือเครื่องหรู ทำให้ปลายนิ้วเรียวที่กำลังสะบัดแป้นพิมพ์รายงานยอดขายในแท็บเล็ตของคีย์ชะงักกึกทันที เด็กหนุ่มไม่ได้เงยหน้าขึ้นมอง แต่ประสาทสัมผัสกลับรับรู้ได้ถึงรัศมีอึมครึมที่แผ่ซ่านออกมาจากโต๊ะทำงานตัวใหญ่ฝั่งตรงข้ามอย่างชัดเจน
รวินทร์ไม่ได้เงยหน้าขึ้นจากกองเอกสารโครงการคอนโดมิเนียมมูลค่าหลายพันล้านบนโต๊ะ ทว่าสันกรามคมสันที่ขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน และเสียงกระแทกปากกาลงบนโต๊ะไม้สักทองอย่างจงใจเมื่อสามวินาทีที่แล้ว คือหลักฐานชั้นดีว่าคุณชายเจ้าประكุณกำลัง "หัวเสีย" ชนิดที่ต่อให้เอาช้างมาฉุดก็เอาไม่อยู่
"ถ้างานที่ส่งมามันยังไม่ผ่านเกณฑ์ ก็บอกตรงๆ สิคะคุณธีร์ ไม่เห็นต้องโทรมาอ้อนให้ช่วยตรวจให้รอบดึกเลยนี่นา"
คีย์จงใจปรับน้ำเสียงให้นุ่มนวลและเจือรอยยิ้มหยอกเย้าลงไปในประโยคเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะอยากอ่อยเพื่อนสมัยเด็กอย่างธีร์หรอกนะคะ แต่เพราะหางตาเจ้ากรรมดันเหลือบไปเห็นว่าคนตัวโตฝั่งตรงข้ามกำลังเงยหน้าขึ้นขบเขี้ยวเคี้ยวฟันมองมาที่เขาด้วยสายตาที่พร้อมจะกินเลือดกินเนื้อ
ก็อยากรู้นักว่าคนปากจัดที่ชอบสั่งให้เขาวิ่งวุ่นทั้งวัน จะทนเห็นลูกน้องตัวเองไปอ่อยคนอื่นต่อหน้าต่อตาได้สักกี่น้ำกันเชียว!
"ก็เพราะอยากได้ยินเสียงคีย์ไงครับ ถึงต้องยอมโง่ให้แก้โปรเจกต์ใหม่อีกรอบ" เสียงปลายสายตอบกลับมาอย่างหยอกล้อตามประสาคนสนิทกันมานานแรมปี
คีย์หลุดหัวเราะคิกคักออกมาเบาๆ ตั้งใจปล่อยให้จังหวะบทสนทนาดำเนินไปอย่างลื่นไหล ขณะเดียวกันก็แอบลอบมองปฏิกิริยาของเจ้านายจอมเผด็จการไปด้วย รวินทร์ในยามนี้แทบจะขยำกระดาษรายงานในมือให้แหลกคามือ แววตาคมกริบที่เคยนิ่งสงบราวน้ำลึกบัดนี้กำลังพุ่งตรงมาที่เขา ราวกับจะเผาร่างของเขาให้เป็นจุลด้วยความหงุดหงิดที่ล้นทะลัก
"เลิกงานนานแล้วนะครับคุณธันวา หน้าที่การงานในฐานะเลขาฯ ส่วนตัวของคุณนี่หมดลงตั้งแต่พระอาทิตย์ตกดินแล้วไม่ใช่เหรอคะ ทำไมถึงยังนั่งสิงอยู่ที่บริษัทเพื่อเริงร่าคุยกับผู้ชายคนอื่นอยู่ล่ะครับ"
เสียงทุ้มต่ำที่จงใจเน้นย้ำคำว่า "ผู้ชายคนอื่น" ดังขึ้นแทรกกลางระหว่างบทสนทนา แรงกดดันมหาศาลพุ่งทะยานข้ามห้องทำงานกว้างจนคีย์เกือบจะหลุดยิ้มออกมาจริงๆ
เด็กหนุ่มแสร้งทำเป็นเลิกคิ้วใส่โทรศัพท์ก่อนจะเอ่ยตอบปลายสาย "อ๊ะ พอดีมีเจ้านายใจร้ายชอบจิกหัวใช้ตอนดึกน่ะค่ะ ธีร์... แค่นี้ก่อนนะ เดี๋ยวค่อยคุยกันใหม่"
เมื่อกดตัดสายฉับโดยไม่รอให้เพื่อนรักได้ท้วงติง คีย์ก็เงยหน้าขึ้นสบตากับร่างสูงที่ก้าวฉับๆ ตรงเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานของเขาอย่างรวดเร็ว แรงปะทะจากไอความร้อนที่แผ่ออกจากตัวของคุณชายทำให้บรรยากาศรอบตัวอุณหภูมิพุ่งสูงขึ้นอย่างกะทันหัน
รวินทร์โน้มตัวลงใช้มือทั้งสองข้างค้ำยันลงบนขอบโต๊ะทำงานของคีย์ กักขังร่างเพรียวบางเอาไว้ตรงกลางระหว่างพนักเก้าอี้และแผงอกกว้าง ระยะห่างระหว่างใบหน้าลดลงจนแทบไม่มีช่องว่างให้ลมผ่าน ดวงตาคมกริบวาววับด้วยอารมณ์บางอย่างที่เจ้าตัวพยายามสะกดกลั้นเอาไว้
"เมื่อกี้คุยอะไรกัน" เสียงทุ้มดุเอ่ยถามลอดไรฟัน น้ำเสียงห้วนจัดจนเกือบจะเป็นคำราม
"ก็คุยเรื่องงานค่ะ... แล้วก็เรื่องส่วนตัวนิดหน่อย เพื่อนสนิทไม่ได้เจอกันนาน จะคุยกันมันแปลกตรงไหนคะคุณชาย" คีย์เชิดหน้าขึ้นสู้สายตาอย่างไม่เกรงกลัว ริมฝีปากบางเฉียบคลี่ยิ้มเย้าแหย่ ยิ่งเห็นอีกฝ่ายหัวฟัดหัวเหวี่ยง เขาก็ยิ่งสนุกจนห้ามใจไม่ไหว
"เพื่อนสนิท?" รวินทร์ทวนคำด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น หัวคิ้วหนาย่นเข้าหากันจนแทบจะผูกเป็นปม "สนิทกันจนต้องเรียกชื่อเล่น ทำเสียงหวานใส่กันแบบนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่ คีย์ ธันวา... คุณลืมไปแล้วหรือไงว่าสถานะตอนนี้ของคุณคืออะไร"
"จำได้แม่นเลยค่ะ เป็นเลขาฯ ส่วนตัว... เป็นเบ๊จำเป็น... หรือเป็นทาสรับใช้ที่คุณชายคอยหาเรื่องดได้ตลอดเวลายี่สิบสี่ชั่วโมงใช่ไหมล่ะคะ" คีย์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงลอยชาย จงใจไล่สายตามองสำรวจใบหน้าหล่อเหลาที่บัดนี้บึ้งตึงจนแทบจะเป็นยักษ์เป็นมาร "แต่ถ้าหมายถึงเรื่องหัวใจ อันนี้ยังโสดสนิทค่ะ ไม่มีเจ้าของ"
ประโยคหลังถูกเปล่งออกมาพร้อมกับรอยยิ้มพราวระยับในดวงตาคู่สวย รวินทร์ชะงักไปชั่วขณะ ลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดอยู่ใกล้ๆ ทำให้หัวใจที่เต้นเป็นจังหวะปกติมาตลอดเริ่มรัวกระหน่ำอย่างควบคุมไม่ได้
ความหงุดหงิดพลุ่งพล่านเมื่อครู่ไม่ได้ลดน้อยลงเลยสักนิด ตรงกันข้าม... มันกลับแปรเปลี่ยนเป็นความร้อนรุ่มที่แล่นริ้วไปตามแนวสันหลังเมื่อได้ยินคำว่า "ยังโสดสนิท" จากปากของเด็กดื้อคนนี้
ให้ตายเถอะ! ทั้งที่ตั้งใจจะรักษา ระยะห่างระหว่างเจ้านายกับลูกน้องให้ดีที่สุด ทั้งที่พยายามบอกตัวเองว่าคีย์ก็แค่วายร้ายตัวแสบที่เข้ามาปั่นป่วนชีวิตอันเงียบสงบ แต่ทำไมพอเห็นไอ้หน้าอ่อนที่ไหนก็ไม่รู้โทรมาทำเสียงออดอแอดยามวิกาล หัวใจบ้าๆ ดวงนี้ถึงได้อยากจะกระชากโทรศัพท์เครื่องนั้นมาทิ้งลงถังขยะนักนะ!
"โสด?" รวินทร์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาดุคมกริบกวาดมองริมฝีปากที่กำลังคลี่ยิ้มกวนประสาทนั้นอย่างคาดโทษ "ปากดีแบบนี้... สงสัยงานที่สั่งให้ทำเมื่อตอนบ่ายจะยังน้อยไป ถึงมีเวลาไปอ้อร้อกับผู้ชายอื่นสินะครับ"
"อ้อร้อตรงไหนคะ? ฉันทำงานเสร็จตามเป้าที่คุณสั่งทุกตัวอักษรแล้วต่างหาก ถึงได้มีเวลาว่างหายใจหายคอ" คีย์เถียงกลับทันควัน ดวงตากลมโตฉายแววท้าทาย "หรือว่าคุณชายกำลัง... หึงฉันอยู่คะ?"
คำถามตรงประเด็นราวกับลูกศรที่พุ่งปักกลางใจทำเอาคนที่กำลังฟอร์มจัดถึงกับสะຶก รวินทร์นิ่งค้างไปสามวินาทีเต็ม สันกรามที่ขบแน่นคลายออกเล็กน้อย ดวงตาคู่คมไหววูบไปชั่วพริบตาก่อนจะกลับมาแข็งกร้าวเพื่อกลบเกลื่อนพิรุธ
"หึง? คุณเนี่ยนะ... เพ้อเจ้อใหญ่แล้วธันวา" รวินทร์แค่นเสียงปฏิเสธเสียงแข็ง ใบหน้าหล่อเหลาเชิดขึ้นเล็กน้อยเพื่อรักษาฟอร์ม "ผมแค่รำคาญที่ลูกน้องในความดูแลไม่มีมารยาท มัวแต่คุยโทรศัพท์เรื่องไร้สาระในเวลางานต่างหาก"
"อ๋อ... แค่รำคาญสินะคะ งั้นฉันจะได้โทรกลับไปคุยกับธีร์ต่อยาวๆ เลยดีไหมคะเนี่ย ป่านนี้คงรอนอนไม่หลับแล้วมั้ง" คีย์แกล้งทำท่าจะคว้ามือถือบนโต๊ะขึ้นมาจริงๆ
ไวเท่าความคิด มือหนาของคุณชายพุ่งเข้ามาคว้าข้อมือเรียวเอาไว้แน่น แรงบีบไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ แต่หนักหน่วงพอที่จะหยุดการเคลื่อนไหวทั้งหมดของเด็กดื้อได้ในเสี้ยววินาที รวินทร์ดึงรั้งข้อมือนั้นเข้ามาใกล้ตัวจนร่างของคีย์แทบจะไถลหลุดจากเก้าอี้ ใบหน้าคมคายโน้มต่ำลงจนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนรับรู้ถึงความสั่นไหวในอก
ดวงตาสองคู่ประสานกันนิ่งสนิท ท่ามกลางความเงียบงันของสำนักงานกว้างยามค่ำคืน มีเพียงเสียงหัวใจของคนทั้งคู่ที่ดังแข่งกันจนน่าตื่นกลัว รวินทร์จ้องมองริมฝีปากที่เอาแต่เถียงเขาคำไม่ตกฟากด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความดุดันเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงความดื้อรั้นและประกายความหวงแหนที่ปิดไม่มิด
"ถ้าคุณกล้ากดโทรหาไอ้เด็กนั่นอีกรอบ..." รวินทร์กระซิบชิดริมฝีปาก น้ำเสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าและเต็มไปด้วยแรงกดดันที่ทำเอาคีย์ถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "...ผมจะทำให้คุณไม่มีแรงลุกขึ้นมานั่งเถียงผมแบบนี้ไปอีกสามวันเต็มๆ เลยคีย์ ธันวา"
ยังไม่ทันที่คีย์จะได้อ้าปากโต้
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูกระจกบานใหญ่หน้าห้องทำงานดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย พร้อมกับบานประตูที่ถูกผลักเปิดออกโดยฝีมือของผู้มาใหม่ที่ไม่มีใครคาดคิด
"คุณรวินทร์คะ พอดีลูกันเอาเอกสารชุดสุดท้ายมาให้... อุ๊ย! ขอโทษค่ะ ลู่ไม่ได้ตั้งใจจะมารบกวนเวลาส่วนตัว..."
ร่างเพรียวบางของเลขาฯ สาวสวยประจำแผนกประชาสัมพันธ์ยืนค้างอยู่หน้าประตู ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่อเห็นเจ้านายหนุ่มสุดเนี๊ยบกำลังกักตัวเลขาฯ หนุ่มรุ่นน้องไว้ในระยะประชิด ชนิดที่เรียกว่าเกือบจะจูบกันอยู่รอมร่อ!
รวินทร์ผละตัวออกห่างจากคีย์อย่างรวดเร็วราวกับโดนไฟลวก ใบหน้าคมคายกลับมาเรียบตึงเป็นปกติในเสี้ยววินาที ทว่าแววตาที่หันไปมองผู้มาใหม่กลับเต็มไปด้วยความหงุดหงิดที่พุ่งทะยานยิ่งกว่าเดิม
---
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับความสัมพันธ์ที่ก้าวข้ามทุกกฎเกณฑ์นี้นะคะ
คุณชายครับ... หยุดดุสักวันจะเป็นไรไป•ตอนที่ 9
คุณชายเริ่มหวงก้าง
ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณชายครับ... หยุดดุสักวันจะเป็นไรไป นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!