คุณชายครับ... หยุดดุสักวันจะเป็นไรไป•ตอนที่ 10

ความลับที่เก็บไว้ไม่ได้

ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
รอยพิมพ์นิ้วมือบนแฟ้มเอกสารหนาเตอะ ไม่ใช่หลักฐานชิ้นเดียวที่ยืนยันว่าคีย์ต้องทำงานล่วงเวลาจนดึกดื่น แต่เป็นถ้วยกาแฟเซรามิกสีดำสนิทสามใบที่วางเรียงรายอยู่บนโต๊ะทำงานต่างหาก ที่ฟ้องว่าเขานั่งจดจ่ออยู่ตรงนี้มานานแค่ไหนแล้ว ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นสายตา (ที่ใส่เฉพาะเวลากวาดสายตาดูตัวเลขงบประมาณ) หรี่ลงเล็กน้อยเมื่อเสียงฝีเท้าหนักแน่นก้าวเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าโต๊ะ โดยไม่ต้องเงยหน้าขึ้นมองด้วยซ้ำ คีย์ก็จำกลิ่นน้ำหอมกลิ่นไม้จันทน์ผสมความเย็นยะเยือกของเปปเปอร์มินต์นั้นได้แม่นยำยิ่งกว่าสูตรคำนวณเอ็กเซล “ถ้าเอกสารกองนี้ยังมีตัวเลขที่ผิดพลาดแม้แต่จุดเดียว พรุ่งนี้ฉันจะพิจารณาตำแหน่งงานใหม่ให้นาย... ในฐานะพนักงานยกกระเป๋าหน้าล็อบบี้” น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือความเย่อหยิ่งเป็นเอกลักษณ์เอ่ยขึ้นโดยไม่มีคำทักทาย รวินทร์ยืนกอดอกมองเด็ก M&P (ที่ช่วงหลังเลื่อนขั้นมาเป็นเลขาฯ จำยอม) ด้วยสายตาดุคมกริบ ชุดสูทสีเทาเข้มไร้รอยยับทำให้ร่างสูงสง่านั้นดูน่าเกรงขามจนคนมองอยากจะกรอกตาเป็นเลขแปดสักสิบรอบ คีย์วางปากกาในมือลงช้าๆ เขาเงยหน้าขึ้นสบตากับเจ้านายหนุ่ม ไม่ได้แสดงอาการสะดุ้งสะเทือนหรือลิ้มรสความกลัวอย่างที่อีกฝ่ายคาดหวัง ตรงกันข้าม... มุมปากอิ่มกลับยกยิ้มขึ้นนิดๆ อย่างท้าทาย “คุณชายว่างมากเหรอคะ ถึงได้เดินตรวจตึกชั้นยี่สิบสามตอนเที่ยงคืน หรือว่า... นอนไม่หลับเพราะคิดถึงหน้าฉัน” รวินทร์ชะงักไปนิด คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันทันทีด้วยความไม่พอใจที่ถูกย้อนถามแบบกวนประสาท ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงขึ้นอีกสามระดับจนน่ากลัว แต่ถ้ามองให้ลึกกว่านั้น... คีย์สังเกตเห็นประกายความไหววูบในดวงตาสีนิลคู่นั้นอย่างรวดเร็ว ก่อนที่มันจะถูกกลบเกลื่อนด้วยท่าทีเยulich เย็นชาตามเคย “หลงตัวเองใหญ่แล้วธันวา หน้าตาแบบนาย ต่อให้เอาเงินยัดใส่กระสอบฉันก็ยังไม่ชายตาแล” รวินทร์แค่นเสียง “ฉันแค่ลงมาตรวจความเรียบร้อยของระบบรักษาความปลอดภัย ไม่ได้มีเวลาว่างมาเดินเพ่นพ่านหาเศษหาเลยกับเด็กปากดีอย่างนาย” “ปากดีแต่ก็ทำงานเสร็จทันกำหนดทุกทีนะคะคุณชาย” คีย์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขยับเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานของอีกฝ่ายเล็กน้อยเพื่อลดช่องว่าง “ว่าแต่... ช่วงนี้คุณชายแปลกไปนะคะ” “แปลกยังไง” “ก็...” คีย์หรี่ตามองพินิจพิเคราะห์ “ปกติถ้าเห็นผมนั่งทำงานดึกดื่น คุณชายจะต้องหาเรื่องหักเงินเดือน หรือไม่ก็โยนแฟ้มเพิ่มให้อีกสักกองด้วยความหมั่นไส้ แต่นี่... สั่งกาแฟมาวางไว้ให้บนโต๊ะแถมยังยืนค้ำหัวอยู่เป็นชั่วโมงโดยไม่ไล่ให้กลับบ้าน... หรือว่าแอบเป็นห่วงผมคะ?” คำถามพุ่งตรงแบบไม่มีกั๊กทำเอารวินทร์ถึงกับชะงัก ลมหายใจสะดุดไปเสี้ยววินาที ดวงตาคมกริบเบนหนีไปมองทางอื่นอย่างพิรุธ สันกรามคมขบเข้าหากันแน่นจนขึ้นสันนูน มือหนาที่กอดอกอยู่เผลอคลายออกแล้วกำเข้าหากันหลวมๆ ท่าทางเก้ๆ กังๆ ที่พยายามปั้นหน้าดุกลบเกลื่อนความพิรุธนั้น ช่างเหมือนเด็กชายตัวโตที่ถูกจับได้ว่าแอบซ่อนขนมไว้ใต้หมอนไม่มีผิด “เพ้อเจ้อ!” รวินทร์เสียงดังใส่เพื่อกลบเกลื่อนความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วขึ้นมาถึงใบหู “ฉันแค่กลัวว่าถ้าพรุ่งนี้เช้าพนักงานตัวดีเกิดช็อกคาโต๊ะเพราะอดนอน บริษัทฉันจะเสียชื่อเสียงที่มีลูกจ้างไร้ความออดทนต่างหากเล่า!” “ค่ะ... กลัวบริษัทเสียชื่อเสียง” คีย์ลากเสียงยาวอย่างรู้ทัน รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏบนริมฝีปากบาง “ปากแข็งเก่งเป็นที่หนึ่งเลยนะคะคุณชายรวินทร์ ระวังเถอะค่ะ... สักวันปากแข็งๆ นี่แหละ จะทำให้คุณชายต้องมานั่งร้องไห้ง้อผม” “ฝันไปเถอะ!” รวินทร์ตวาดแว้d กลับทันควัน ความหงุดหงิดพลุ่งพล่านขึ้นมาในอกไม่ใช่เพราะโกรธ แต่เป็นเพราะหัวใจเจ้ากรรมดันเต้นผิดจังหวะทุกครั้งที่ถูกเด็กนี่มองทะลุปรุโปร่ง “กลับบ้านไปได้แล้ว! อย่ามาทำตัวเกะกะขวางหูขวางตาฉันแถวนี้” พูดจบ รวินทร์ก็หมุนตัวเตรียมสาวเท้าหนีความอึดอัดนี้ทันที แต่จังหวะนั้นเอง... เสียงแจ้งเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานของคีย์ก็ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน *Rrr...* หน้าจอเรืองแสงวาบพร้อมกับชื่อผู้ส่งที่แสดงผลหราขึ้นมาในระยะสายตา แม้คีย์จะพยายามเอื้อมมือไปคว่ำโทรศัพท์ลงอย่างรวดเร็ว แต่ก็ช้าเกินกว่าที่สายตาคมกริบระดับอินทรีของคุณชายรวินทร์จะมองไม่เห็น ชื่อที่ปรากฏเด่นชัดบนหน้าจอ... คือชื่อของ **‘ธีร์’** พร้อมข้อความสั้นๆ ที่ทำเอาอุณหภูมิในห้องทำงานติดแอร์เย็นฉ่ำ ลดฮวบลงจนติดลบในพริบตา *“พรุ่งนี้ตอนเย็น มารับผมที่สนามบินนะคีย์ คิดถึง...”* รวินทร์หยุดชะงักกึกทันที ร่างสูงใหญ่ค่อยๆ หันกลับมามองหน้าเลขาฯ หนุ่มช้าๆ แววตาที่เคยฉายแววซึนเดระเมื่อครู่ บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความมืดทะมึนน่ากลัว รังสีความหึงหวงแผ่ซ่านออกมาจนบรรยากาศรอบตัวแทบจะระเบิดเป็นจุล “หึ... เพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อสินะ” รวินทร์แค่นหัวเราะในลำคอ น้ำเสียงเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก “ถึงว่าช่วงนี้ถึงได้กระตือรือร้นอยากกลับบ้านตรงเวลานัก ที่แท้ก็มีคนรอรับอยู่ที่สนามบินนี่เอง” คีย์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เมื่อเห็นรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมที่มุมปากของเจ้านายหนุ่ม ความรู้สึกหนาวๆ ร้อนๆ แล่นพล่านไปทั่วสันหลังวาบ... ตู้เซฟความลับแตกกระเจิงแล้วค่ะ! ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับความสัมพันธ์ที่ก้าวข้ามทุกกฎเกณฑ์นี้นะคะ
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณชายครับ... หยุดดุสักวันจะเป็นไรไป นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%