คุณชายครับ... หยุดดุสักวันจะเป็นไรไป•ตอนที่ 11

ความห่วงใยในคราบคำด่า

ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
"ถ้าคุณคิดว่าการนอนพะงาบๆ เป็นการประชดชีวิต ผมแนะนำให้ไปตายในห้องน้ำค่ะ จะได้ไม่เป็นภาระค่าหมอที่ผมต้องเป็นคนจ่าย!" น้ำเสียงเย็นชาที่ตวัดมาพร้อมกับเสียงกระแทกกล่องยาลงบนโต๊ะข้างเตียงดังปังใหญ่ ไม่ได้ทำให้คนป่วยบนเตียงสะดุ้งสะเทือนเท่ากับการที่คีย์ ธันวา ต้องฝืนปรือตาขึ้นมามองหน้าคนที่ยืนกอดอกทำหน้ายักษ์อยู่ปลายเตียง ร่างกายที่รุมเร้าด้วยพิษไข้สูงถึงสามสิบเก้าองศาทำให้สติสัมปชัญญะพร่าเลือน แต่ประสาทสัมผัสด้านความปากจัดของคุณชายรวินทร์นี่สิ... ทำไมมันถึงยังทำงานได้ดีเยี่ยมไม่มีตกหล่นเลยสักนิด เด็กหนุ่มส่งเสียงหัวเราะแหบแห้งในลำคอ ใบหน้าที่เคยสดใสไร้พ่ายบัดนี้แดงก่ำเพราะพิษไข้ริมฝีปากแห้งผากจนแตกเป็นรอย "ขอบคุณ... สำหรับคำอวยพรแสนอบอุ่นนะคะคุณชาย..." คีย์เค้นเสียงพูดยากเย็น ใบหน้าคมคายบิดเบี้ยวด้วยความทรมานจากอาการปวดหัวตุบๆ "ถ้าผมไม่ตาย... ชาตินี้คุณคงอดเห็นผมใช้หนี้ที่คุณกุเรื่องขึ้นมาล่ะสิ ถึงได้มานั่งเฝ้าหน้าดำคร่ำเครียดขนาดนี้" "ใครหน้าดำ! แล้วใครเขานั่งเฝ้าคุณ!" รวินทร์สวนกลับทันควัน ใบหล่อเหลาบึ้งตึงขึ้นทันตาเห็น ดวงตาคมกริบกวาดมองสภาพยับเยินของอีกฝ่ายด้วยความหงุดหงิดปนระอา ทว่าลึกซึ้งในแววตานั้นกลับซ่อนความร้อนรนที่เจ้าตัวพยายามกลบเกลื่อนสุดชีวิต "อย่าสำคัญตัวผิดน่าคีย์ คุณเป็นลูกหนี้ของผม ถ้าคุณตายก่อนใช้หนี้ครบห้าแสน ผมจะไปทวงเงินจากใครในนรกหรือไง ลุกขึ้นมาทานยาแล้วก็น้ำซุปซะ ผมไม่อยากให้ห้องหรูๆ ของผมเปื้อนกลิ่นยาฆ่าเชื้อเพราะคุณตายคาเตียง" คำพูดใจร้ายที่สวนทางกับการกระทำโดยสิ้นเชิง เมื่อร่างสูงโปร่งของคุณชายก้าวฉับๆ เข้ามาใกล้ ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งที่ขอบเตียง มือเรียวที่มักจะจับแต่ปากกาเซ็นเช็คธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ร้อยล้าน กลับเอื้อมมาแตะหน้าผากมนอย่างถือวิสาสะ ความเย็นเฉียบจากปลายนิ้วปะทะเข้ากับความร้อนผ่าว ทำให้คีย์เผลอหลับตาพริ้วโดยอัตโนมัติ ร่างกายที่สั่นเทาด้วยพิษไข้เผลอเอียงเข้าหาความเย็นนั้นโดยไม่รู้ตัว "ตัวร้อนเป็นไฟยังปากดีไม่เปลี่ยน..." รวินทร์พึมพำเบาๆ น้ำเสียงที่เคยแข็งกร้าวอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว เมื่อสัมผัสได้ว่าเด็กหนุ่มตรงหน้ากำลังทรมานแค่ไหน เขาสบถในใจเบาๆ เมื่อคืนเขานอนไม่หลับเลยสักนิดเพราะได้ยินเสียงไอค็อกๆ แค็กๆ ดังทะลุผนองห้องมาตลอดทั้งคืน จนกระทั่งเช้าตรู่ที่เงียบผิดปกติ เขาถึงได้ยอมเดินมาเคาะห้องแล้วพบว่าอีกฝ่ายนอนซมพิษไข้จนเพ้อละเมอไปไกล รวินทร์ตักน้ำซุปร้อนกรุ่นขึ้นมาเป่าเบาๆ ก่อนจะจ่อริมฝีปากอีกฝ่าย "อ้าปากครับ... เอ้ย อ้าปากค่ะ... เอ๊ย ช่างเถอะน่า! อ้าปากแล้วกินเข้าไปซะดีๆ!" คีย์ลืมตาขึ้นมามองท่าทางเก้ๆ กังๆ แต่ปากยังสั่งการดุเดือดของคุณชายแล้วเผลอยิ้มขำ "คุณชาย... พูดคำว่า ค่ะ ไม่เป็นธรรมชาติเอาซะเลยนะคะ ฟังแล้วจักจี้หูพิลึก" "เรื่องมาก! จะกินดีๆ หรือจะให้ผมกรอกลงคอด้วยวิธีปากต่อปาก เลือกเอา!" รวินทร์ขู่เสียงเขียว ใบหูขึ้นสีแดงจัดด้วยความเขินอายที่ถูกจับพิรุธได้ รีบยัดช้อนซุปเข้าปากคนป่วยทันทีแบบไม่ให้ตั้งตัว "แคกๆ! คุณจะฆ่าผมทางอ้อมหรือไง ซุปมันร้อนนะเว้ย!" คีย์สำลักหน้าดำหน้าแดง ไอโขลกจนตัวโยน มือบางคว้าทิชชูมาเช็ดแทบไม่ทัน "ก็ใครใช้ให้คุณมากวนประสาทผมเล่า!" รวินทร์บ่นอุบ แต่ก็รีบวางชามซุป2ลง แล้วเอื้อมมือไปลูบหลังให้อย่างเบามือ สัมผัสอบอุ่นที่ถ่ายทอดผ่านฝ่ามือหนาทำเอาคีย์ชะงักไป ดวงตากลมโตมองใบหน้าด้านข้างของคนที่กำลังก้มหน้าก้มตาบีบหลอดยาลดไข้ด้วยความรู้สึกประหลาดลึกซึ้ง คนอะไร... ปากหมาเป็นเลิศ แต่การดูแลใส่ใจคือระดับสิบ "มองอะไร หน้าผมมีทองคำเปลวแปะอยู่หรือไง" รวินทร์เงยหน้าขึ้นมาสบตาพอดี ดวงตาทั้งคู่ประสานกันในระยะประชิด กลิ่นอายความเป็นผู้ชายและความอบอุ่นจากตัวรวินทร์ลอยวนอยู่รอบตัว จนคีย์รู้สึกว่าอากาศในห้องมันเริ่มน้อยลงทุกที "เปล่าหรอก..." คีย์กระซิบเสียงแหบพร่า หัวใจที่ควรจะเต้นช้าเพราะพิษไข้ กลับเต้นรัวเร็วจนน่ากลัว "แค่คิดว่า... ถ้าวันไหนคุณไม่มีผมให้อคติใส่ คุณคงเหงาตายชัก" "มั่นหน้า..." รวินทร์แค่นหัวเราะ แต่ไม่ยอมหลบตา ดวงตาคู่คมพราวระยับด้วยประกายความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าจะเอ่ยคำพูดใดออกมา มือหนายกแก้วน้ำขึ้นจ่อริมฝีปากคีย์อีกครั้ง "กินยา แล้วก็นอนซะ อย่าเพิ่งลุกมาเถียงผมอีก ไม่งั้นผมจะจูบปิดปากคุณจริงๆ ด้วย" คำขู่ที่ชวนให้ใจสั่นระทึกทำให้คีย์รีบงับยาเข้าปากแล้วล้มตัวลงนอนคลุมโปงทันที ทิ้งให้คุณชายรวินทร์นั่งมองก้อนผ้าห่มนูนๆ นั้นด้วยรอยยิ้มจางๆ ที่หาดูได้ยากยิ่ง ทว่า ความสงบสุขในห้องนอนสลัวกลับอยู่ได้ไม่นาน... *ก๊อกๆๆ!* เสียงเคาะประตูดังขึ้นรัวเร็วและไร้มารยาท ตามด้วยเสียงเปิดประตูพรวดเข้ามาพร้อมกับร่างสูงสมส่วนของใครบางคนก้าวเข้ามาอย่างถือวิสาสะ "คีย์! ผมรู้ว่านายไม่สบาย เลยซื้อโจ๊กกับยามาให้... เอ๊ะ คุณรวินทร์?" เสียงทุ้มคุ้นหูที่เอ่ยชื่อคนป่วยอย่างสนิทสนมทำเอารวินทร์หันขวับไปมอง ร่างสูงผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง รังสีความเย็นชาและอำนาจมืดแผ่ซ่านออกมาจากตัวจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงทันที เมื่อเห็นว่าผู้มาใหม่คือใคร ดวงตาคมกริบก็หรี่แคบลงอย่างอันตราย ธีร์ยืนถือถุงโจ๊กค้างอยู่กลางห้อง รอยยิ้มที่เป็นมิตรจางหายไปจากใบหน้าทันทีที่ปะทะสายตากับเจ้าของห้องตัวจริง "คุณมาทำอะไรที่ห้องคีย์... ในสภาพนี้ครับ?" ธีร์ถามเสียงเข้ม แววตาคู่แข่งหัวใจฉายชัดถึงความไม่พอใจ รวินทร์แค่นยิ้มมุมปาก ก้าวเข้าไปยืนขวางเตียงนอนของคีย์ไว้มิดชิด ราวกับจะประกาศความเป็นเจ้าของอย่างชัดเจนโดยไม่ต้องเอ่ยคำพูดใด "นี่มันห้องลูกหนี้ผม และผมจะเป็นคนดูแลเขา... ส่วนคุณน่ะ เป็นใคร ถึงกล้าวิลัยเข้ามาในห้องคนอื่นตามอำเภอใจ?" *คลิฟฮังกร็อกสุดท้ายก่อนจบตอน:* บรรยากาศในห้องคุกกรุ่นขึ้นมาทันทีเมื่อสองหนุ่มยืนจ้องหน้ากันราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ท่ามกลางเสียงครางอื้ออึงด้วยความปวดหัวของคีย์ที่พยายามโผล่หัวออกจากผ้าห่มเพื่อห้ามศึก แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไร มือหนาของคุณชายรวินทร์ก็เอื้อมไปปิดประตูห้องปังใส่หน้าธีร์อย่างไร้เยื่อใย ก่อนจะหันกลับมามองคนป่วยด้วยสายตาคาดคั้นที่ทำเอาคีย์ต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมใจฟูและลุ้นไปกับความปากแข็งของคุณชายรวินทร์นะคะ!
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณชายครับ... หยุดดุสักวันจะเป็นไรไป นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%