“ถ้าคิดว่าจะหนีไปกับมันได้ง่ายๆ ก็เชิญลองดู แต่บอกไว้เลยนะคีย์... ต่อให้ต้องพลิกแผ่นดินหา ผมก็จะลากตัวคุณกลับมาขังไว้ในกรงของผมให้ได้”
เสียงทุ้มต่ำที่เคยเย่อหยิ่งดั่งเจ้าชีวิต บัดนี้สั่นเครือด้วยความอัดอั้น รวินทร์กำหมัดแน่นจนเส้นเลือดที่หลังมือปูดโปน เขากวาดสายตามองไปรอบห้องพักที่ว่างเปล่าราวกับหลุมศพที่ไร้ซึ่งวิญญาณ กลิ่นกายจางๆ ของคีย์ที่เคยอบอวลอยู่ในอากาศบัดนี้เหลือเพียงความเย็นเยียบที่กัดกินหัวใจ
คุณชายผู้สูงศักดิ์ไม่ได้สนใจคราบน้ำตาที่ปริ่มอยู่ที่ขอบตา เขาหมุนตัวก้าวออกจากห้องพักขนาดรูหนูของเด็กแสบด้วยท่าทางเหมือนคนเสียสติ ก้าวขาฉับๆ มุ่งหน้าสู่ลานจอดรถโดยไม่สนว่าสภาพตัวเองตอนนี้จะดูทุเรศแค่ไหน เสื้อเชิ้ตแบรนด์เนมยับย่น เนกไทถูกกระชากออกจนหลุดลุ่ย นี่คือภาพของรวินทร์ที่ไม่มีใครเคยเห็น... รวินทร์ที่กำลังตกนรกทั้งเป็นเพราะขาด 'คีย์' ไปเพียงเสี้ยวนาที
“โธ่เว้ย! มันจะหนีไปไหนได้วะ!”
เขาคำรามใส่พวงมาลัยรถหรูขณะพุ่งทะยานออกจากตึก แสงไฟข้างทางที่สาดส่องเข้ามาในรถเผยให้เห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยความร้าวรานและโกรธแค้น ในหัวเขามีแต่ภาพตอนที่ธีร์เอื้อมมือไปคว้าไหล่คีย์และดึงเด็กนั่นออกไปจากวงโคจรของเขา ภาพความสนิทสนมที่เขามักจะด่าทอว่า ‘น่ารำคาญ’ บัดนี้มันกลายเป็นมีดกรีดลงบนอกซ้ายอย่างรุนแรง
รวินทร์บึ่งรถไปตามสถานที่ต่างๆ ที่คีย์ชอบไป ไม่ว่าจะเป็นสวนสาธารณะริมน้ำที่เด็กนั่นชอบแอบไปนั่งพัก หรือร้านอาหารข้างทางที่เคยพาไปเลี้ยงตอนที่อีกฝ่ายพยศจนทำตัวไม่ถูก ยิ่งหาไม่เจอ อารมณ์ดิบเถื่อนก็ยิ่งพุ่งพล่าน
“นายจะไปไหน... นายเป็นของฉันนะคีย์ อย่ากล้าลองดีกับฉัน!”
เขาจอดรถกะทันหันกลางดึกสงัดที่หน้าคอนโดเก่าของธีร์ ความเย่อหยิ่งที่เคยมีมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงชายหนุ่มที่หิวโหยความรักและบ้าคลั่งด้วยความหึงหวง รวินทร์ก้าวลงจากรถ ตรงดิ่งไปที่ล็อบบี้ด้วยสายตาที่พร้อมจะฆ่าใครก็ตามที่ขวางทาง
“รวินทร์? นายมาทำบ้าอะไรที่นี่” ธีร์ก้าวออกมาจากลิฟต์พอดี สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความตกใจเมื่อเห็นสภาพคุณชายผู้เงียบขรึมดูเหมือนคนคุ้มคลั่ง
รวินทร์ไม่พูดพร่ำทำเพลง พุ่งตัวเข้าไปกระชากคอเสื้อธีร์จนเซถลา “คีย์อยู่ไหน! บอกมาว่านายเอาเขาไปซ่อนไว้ที่ไหน!”
“ฉันไม่รู้... คีย์ไม่ได้อยู่กับฉัน” ธีร์แค่นหัวเราะพลางปัดมือรวินทร์ออก “นายทำตัวแบบนี้ไงล่ะ เขาถึงหนีไป นายมันก็แค่คุณชายที่เห็นแก่ตัว คิดว่าเงินซื้อความรักได้ทุกอย่างงั้นเหรอ?”
“หุบปาก!” รวินทร์ตวาดลั่นจนยามในล็อบบี้ต้องถอยกรู “ถ้านายไม่บอก... ฉันจะพังที่นี่ทิ้งซะ!”
รวินทร์ไม่สนคำปรามาส เขาหมุนตัวกลับอย่างบ้าคลั่ง พุ่งตัวออกไปตามถนนอย่างไร้จุดหมาย ความมืดมิดของค่ำคืนไม่ได้น่ากลัวเท่าความเงียบงันในใจของเขา ตอนนี้เขาเข้าใจแล้วว่า ‘ความตาย’ ของหัวใจคืออะไร มันคือการที่ไม่ได้ยินเสียงเถียง ไม่ได้เห็นสายตาที่ท้าทาย และไม่ได้สัมผัสถึงความแสบสันที่เขาเคยเกลียดนักหนา
เขาขับรถวนกลับมาที่สะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา สถานที่ที่คีย์เคยบ่นว่าชอบมาดูดาว รวินทร์ทิ้งรถไว้กลางถนนแล้ววิ่งไปที่ริมราวสะพาน สายตาจ้องเขม็งไปที่ร่างเล็กๆ ที่นั่งกอดเข่าอยู่ตรงมุมมืดของม้านั่งไม้เก่าๆ
หัวใจที่เต้นรัวด้วยความร้อนรนพลันหยุดนิ่ง
“คีย์...” เสียงเรียกแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน
ร่างเล็กที่นั่งอยู่ค่อยๆ เงยหน้าขึ้น ดวงตาที่แดงก่ำจากการร้องไห้สบเข้ากับดวงตาคมกริบของรวินทร์ ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ท่ามกลางเสียงรถที่วิ่งผ่านไปมาบนถนนใหญ่ รวินทร์ค่อยๆ เดินเข้าไปใกล้ ช้าๆ ราวกับกลัวว่าหากเขาก้าวเร็วเกินไป ภาพตรงหน้าจะสลายกลายเป็นเพียงจินตนาการ
“ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่... รู้ไหมว่าฉันแทบบ้า” รวินทร์ทรุดตัวลงคุกเข่าตรงหน้าคีย์ มือหนาที่สั่นเทาเอื้อมไปเกลี่ยน้ำตาที่ไหลอาบแก้มใสอย่างเบามือ
คีย์เบือนหน้าหนี แต่รวินทร์กลับประคองใบหน้านั้นให้กลับมาสบตากันอีกครั้ง “อย่าไปไหนอีก... ผมสั่งให้คุณอยู่ตรงนี้ อยู่กับผม”
“คุณชาย... เลิกดุสักวันมันจะตายเหรอคะ” เสียงของคีย์แหบพร่า “ที่ผมไป... เพราะผมทนไม่ไหวแล้ว คุณมันก็แค่คนใจร้ายที่หวงก้าง แต่ไม่เคยรู้เลยว่าผมต้องการอะไร”
รวินทร์ชะงัก ลมหายใจสะดุดกึก ความรู้สึกผิดประดังประเดเข้ามาจนเขารู้สึกจุกที่คอหอย เขาโน้มตัวเข้าไปใกล้จนหน้าผากชิดกัน ความร้อนจากร่างกายของคีย์ทำให้น้ำตาของเขาไหลรินออกมาโดยไม่รู้ตัว
“ผมรู้... ผมมันนิสัยแย่ ปากจัด แล้วก็ขี้หึงจนน่ารังเกียจ” รวินทร์กระซิบเสียงสั่น “แต่ขอร้องล่ะคีย์... อย่าทิ้งผมไป ผมอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีคุณ... ผมเป็นหมาโบ้ที่กำลังจะขาดใจตายอยู่แล้วนะ ถ้าไม่ได้กลิ่นคุณ”
คีย์เบิกตากว้างเมื่อเห็นน้ำตาลูกผู้ชายที่ไหลออกมาจากดวงตาคู่คมของคนตรงหน้า หัวใจที่ตั้งกำแพงไว้สูงลิ่วเริ่มพังทลายลงในวินาทีนัน้
ทว่า ในขณะที่รวินทร์กำลังจะโน้มใบหน้าลงไปประทับจูบเพื่อยืนยันความรู้สึก เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับแสงไฟจากรถคันหรูที่สาดเข้ามาส่องสว่างจนทั้งคู่ต้องหรี่ตา
“คุณชายคะ... ดูเหมือนจะมีแขกที่ไม่ได้รับเชิญมาขัดจังหวะเรานะคะ” คีย์กระซิบพลางมองไปทางรถที่จอดเทียบข้างทาง
ชายในชุดสูทสีดำเดินลงมาจากรถคันนั้น ท่าทางองอาจและเย็นชา รวินทร์ลุกขึ้นยืนบังร่างของคีย์ไว้ทันที สัญชาตญาณสัตว์ร้ายในตัวเขาตื่นขึ้นอีกครั้งเมื่อเห็นใบหน้าของคนที่ก้าวออกมา
“พ่อ...” รวินทร์พึมพำด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความตกตะลึง
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะมาจิกหมอนและลุ้นไปกับความสัมพันธ์ที่กำลังสุกงอมคู่นี้เสมอนะคะ!
คุณชายครับ... หยุดดุสักวันจะเป็นไรไป•ตอนที่ 25
เมื่อคุณชายกลายเป็นหมาโบ้
ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณชายครับ... หยุดดุสักวันจะเป็นไรไป นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!