"ถ้าคุณชายยังเอาแต่พูดจาหาเรื่องแบบนี้อีกคำเดียว ฉันจะลาออกจริง ๆ ด้วยนะคะ!"
น้ำเสียงที่ลอดผ่านไรฟันของคีย์ ธันวาไม่ได้เจือแววหยอกเย้าเลยแม้แต่น้อย เด็กหนุ่มยืนกอดอกแน่น แผ่นหลังบางแนบชิดติดกับบานประตูกระจกห้องทำงานส่วนตัวที่ปิดตาย แรงอารมณ์คุกกรุ่นทำให้ดวงตากลมโตพราวระยับด้วยหยาดน้ำตาคลอหน่วยอย่างดื้อรั้น เขาทفความอดทนขีดสุดกับความเผด็จการและวาจาเชือดเฉือนของผู้ชายตรงหน้ามานานเกินไปแล้ว และคืนนี้... มันคือฟางเส้นสุดท้าย
แต่ "คุณชายรวินทร์" กลับไม่ได้สะท้านสะเทือนต่อคำขู่ระดับสิบไฟลุกนั้นเลยแม้แต่น้อย ทายาทอสังหาฯ หมื่นล้านก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวทีละก้าวอย่างเชื่องช้า ทว่ากดดันจนอากาศรอบตัวแทบเบาบาง ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทเนื้อดีปลดกระดุมเม็ดบนออกอย่างไร้ระเบียบ ลมหายใจอุ่นร้อนที่เจือกลิ่นแอลกอฮอล์จาง ๆ จากงานเลี้ยงรับรองเมื่อครู่ ลอยปะทะเข้ากับใบหน้านวลเนียน
"ลาออกงั้นเหรอ?" รวินทร์ทวนคำ เสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าแต่เต็มไปด้วยอำนาจที่ทำให้คนฟังหัวใจกระตุกวูบ "ลองพูดใหม่อีกทีซิ... ใครกันแน่ที่จะขาดใจตายก่อนถ้าไม่มีฉันคอยกวนประสาทอยู่ทุกวัน"
"คุณชาย!" คีย์สะดุ้งสุดตัวเมื่อมือหนาข้างหนึ่งเอื้อมมาทาบลงบนบานกระจกข้างศีรษะ กักขังร่างของเขาไว้ในวงแขนอย่างเบ็ดเสร็จ ระยะห่างระหว่างกันแทบไม่เหลือช่องว่าง ปลายจมูกโด่งรั้นเกือบจะชนกับสันจมูกคมสันของอีกฝ่ายอยู่รอมร่อ ความเย่อหยิ่งและมาดมั่นที่เคยมีมลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความตื่นตระหนกที่ตีรวนขึ้นมาจุกอก
นี่ไม่ใช่ความโกรธเกลียดแบบทุกที
กลิ่นน้ำหอมเฉพาะตัวปะปนกับความอบอุ่นจากร่างกายของรวินทร์กำลังทำลายสติสัมปชัญญะของคีย์ทีละน้อย หัวใจเจ้ากรรมเต้นโครมครามจนดังสะท้อนก้องในโสตประสาท มันดังเสียจนกลัวว่าคนตรงหน้าจะได้ยิน ยิ่งดวงตาคมกริบคู่นั้นทอดมองลงมาด้วยประกายไหวระริกที่ซ่อนเร้นความรู้สึกมากมายมหาศาล... ความแข็งกระด้างที่รวินทร์มักใช้สวมเกราะป้องกันตัวมาตลอด เริ่มปริร้าวทีละนิด
"ปากเก่งนักนะ..." รวินทร์พึมพำ สายตากวาดมองริมฝีปากเม้มแน่นที่สั่นระริกเล็กน้อยอย่างลืมตัว ปลายนิ้วเรียวยาวอีกข้างเคลื่อนขึ้นมาเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าผากมนออกให้อย่างแผ่วเบา สัมผัสอ่อนโยนที่หลุดออกมาจากคาแรคเตอร์ "คุณชายจอมดุ" ทำให้คีย์ถึงกับลมหายใจสะดุด
มันเป็นความอ่อนโยนที่อันตราย... อันตรายเสียจนคนใจแข็งต้องยอมจำนน
"ถ้าฉัน... ไม่ปากเก่ง..." คีย์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เปลือกตากะพริบถี่เพื่อขับไล่ความร้อนผ่าวที่ขอบตา เสียงที่เปล่งออกมาแผ่วเบาจนแทบเป็นกระซิบ "...แล้วคุณชายจะรู้ไหมล่ะคะ ว่าที่ผ่านมา..."
รวินทร์ชะงัก ลมหายใจของร่างสูงสะดุดกึก ดวงตาคมวาวโรจน์ขึ้นด้วยประกายความหวังที่เจ้าตัวก็ไม่คาดคิดว่าจะได้เห็น ร่างกายที่เคยเกร็งขึงผ่อนคลายลง รวินทร์จ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่สะท้อนภาพเงาของตัวเอง กำแพงน้ำแข็งที่สร้างขึ้นเพื่อปกป้องหัวใจพังทลายลงในวินาทีนั้น
"รู้... อะไร?" รวินทร์ถามย้ำ เสียงทุ้มพร่าสั่นไหวอย่างควบคุมไม่ได้ หัวใจของคนปากร้ายเต้นรัวรากับกลองศึก เขารอคอย... รอคอยคำนี้มาเนิ่นนาน แม้ปากจะบอกว่ารำคาญ แต่อยู่ลึก ๆ แล้วเขากลับเสพติดรอยยิ้มและการเถียงคำไม่ตกฟากของเด็กคนนี้ยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด
คีย์เม้มริมฝีปากแน่น เปลือกตาปิดลงชั่วพริบตาเพื่อรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มีในชีวิต เลือดในกายสูบฉีดจนร้อนผ่าวไปทั่วใบหน้า นิ้วมือที่กำเข้าหากันแน่นคลายออก ยอมรับความจริงในหัวใจที่ปฏิเสธมาตลอด
ให้ตายเถอะ... เขาตกหลุมรักผู้ชายใจร้ายคนนี้เข้าเต็มเปาแล้วจริง ๆ
"ที่ผ่านมา... ฉันไม่ได้แค่อยากเอาชนะคุณชายนะคะ แต่ฉัน..."
*Rrrrrrr! Rrrrrrr!*
เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงของคุณชายรวินทร์แผดเสียงแหลมสูงขึ้นทำลายบรรยากาศสีชมพูที่กำลังก่อตัวอย่างฉับพลัน ราวกับมีคนเอาน้ำเย็นจัดมาสาดใส่หน้าจนตื่นจากภวังค์
รวินทร์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดถึงขีดสุด เขาสบถในลำคออย่างหัวเสีย พยายามจะไม่สนใจเสียงน่ารำคาญนั้นและโน้มใบหน้าลงมาหาเป้าหมายเดิมที่ค้างคาอยู่ แต่ทว่า... หน้าจอสมาร์ตโฟนที่สว่างวาบขึ้นพร้อมกับชื่อของ "ธีร์" เพื่อนสนิทสมัยเด็กที่เพิ่งบินกลับมาจากต่างประเทศ และเป็นไม้เบื่อไม้เมาหัวใจของรวินทร์ กลับโชว์หราเด่นชัด
คีย์ลืมตาขึ้นทันทีเมื่อแรงกดดันผ่อนคลายลง ดวงตากลมโตมองเห็นชื่อบนหน้าจอโทรศัพท์ที่สว่างวาบในความมลัวของห้องได้อย่างชัดเจน ความกล้าหาญทั้งหมดที่เพิ่งรวบรวมมาได้มลายหายวับไปกับตา ราวกับฟองสบู่ที่ถูกลมพัดแตกสลาย
รวินทร์เหลือบมองหน้าจอโทรศัพท์แวบหนึ่งด้วยแววตาหงุดหงิดระคนไม่สบอารมณ์ เขากดปุ่มตัดสายทิ้งอย่างไม่ลังเลแล้วหันกลับมามองคนตัวเล็กที่ตอนนี้ขยับถอยหลังเว้นระยะห่างทันที
"อย่าไปสนใจมัน..." รวินทร์เอ่ยเสียงเครียด มือหนาเอื้อมหมายจะคว้าข้อมือบางเอาไว้ "เมื่อกี้เธอจะพูดอะไรนะ... พูดต่อสียคีย์"
แต่สายไปเสียแล้ว...
*Rrrrrrr!* เสียงเรียกเข้าดังขึ้นอีกรอบอย่างดื้อรั้น และคราวนี้ไม่ใช่แค่เสียงโทรศัพท์ แต่ตามมาด้วยเสียงเคาะประตูกระดังรัวเร็วจากด้านนอก พร้อมกับเสียงทุ้มคุ้นเคยที่ตะโกนแทรกเข้ามา
"คุณรวินทร์ครับ! ผมธีร์เองครับ พอดีผมมีเรื่องด่วนต้องคุยกับคุณตอนนี้เลย เปิดประตูให้หน่อยครับ!"
ร่างของรวินทร์แข็งทื่อ ดวงตาคมกริบฉายแววกรุ่นโกรธขึ้นมาทันที สันกรามขบเข้าหากันจนนูนเด่น ขณะที่คีย์เบิกตากว้าง สูดลมหายใจเข้าปอดลึกเพื่อดึงสติกลับมาทั้งหมด ก่อนจะค่อย ๆ ดึงข้อมือตัวเองออกจากอุ้งมือของรวินทร์อย่างนุ่มนวลแต่เด็ดเดี่ยว
"ดูเหมือน... คุณชายจะมีแขกคนสำคัญนะคะ" คีย์ฝืนยิ้มบางเบา รอยยิ้มที่ซ่อนความเจ็บแปลบไว้ภายใต้ท่าทีเยทันคน "เรื่องที่เราคุยกันเมื่อกี้... เอาไว้ค่อยคุยกันวันหลังเถอะค่ะ"
พูดจบ เด็กหนุ่มก็หันหลังเปิดประตูผละออกไปอย่างรวดเร็ว โดยไม่เปิดโอกาสให้รวินทร์ได้เอ่ยรั้งแม้แต่คำเดียว ทิ้งให้ทายาทหนุ่มยืนกำหมัดแน่นอยู่ท่ามกลางความเงียบงัน พร้อมกับความหงุดหงิดพวยพุ่งที่แทบจะเผาผลาญทุกอย่างเป็นจุล!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะมาลุ้นและจิกหมอนไปกับความสัมพันธ์ที่ค้างคานี้ด้วยกันนะคะ!
คุณชายครับ... หยุดดุสักวันจะเป็นไรไป•ตอนที่ 18
คำสารภาพที่พูดไม่จบ
ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณชายครับ... หยุดดุสักวันจะเป็นไรไป นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!