เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารหนาปึ้กบนโต๊ะทำงานกระจกใสสะท้อนความหงุดหงิดที่อัดแน่นอยู่ในอกของคนตัวสูงได้เป็นอย่างดี คุณชายรวินทร์ปรายตามองเอกสารการจัดซื้อที่ดินแปลงล่าสุดด้วยสายตานิ่งสนิท ทว่ากรามคมสันกลับขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน ชายหนุ่มในชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้มถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นจ้องมองผู้บุกรุกยามวิกาลที่ยังยืนลอยหน้าลอยตาอยู่กลางห้องทำงานส่วนตัว
"แขกไม่ได้รับเชิญคนนี้... เป็นใครกันคะ ธันวา?"
น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะเยียบเย็นเอ่ยลอดไรฟัน ทว่าคนฟังอย่างคีย์ ธันวา กลับไม่มีทีท่าว่าจะสะดุ้งสะเทือนเลยสักนิด เด็กหนุ่มในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนลวกๆ เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง ยกมือขึ้นกอดอกแล้วส่งยิ้มกวนประสาทกลับไปให้ผู้บริหารจอมเผด็จการทันที
"อ้าว คุณชายความจำเสื่อมเหรอคะ ถึงจำเพื่อนสนิทตั้งแต่เด็กของผมไม่ได้... นี่ธีร์ไงคะ คนที่เพิ่งเดินเข้าบริษัทมาหมาดๆ เมื่อกี้" คีย์จงใจลากเสียงยาวอย่างกวนประสาท ดวงตากลมโตแพรวพราวด้วยประกายความสนุกสนานยามที่เห็นคิ้วเข้มๆ ของอีกฝ่ายกระตุกเบาๆ
รวินทร์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบกวาดมองผู้ชายแปลกหน้าหน้าตาดีที่ยืนอยู่ข้างกายเด็กแสบด้วยความรู้สึกขัดหูขัดตาอย่างบอกไม่ถูก กลิ่นน้ำหอมผู้ชายฉุนกึกที่ลอยมาจากตัวของ 'ธีร์' ทำให้จมูกโด่งรั้นของเขาต้องย่นเข้าหากันด้วยความรังเกียจ
มันไม่ใช่กลิ่นที่แย่... แต่มันฉุนเกินไป และสำคัญที่สุดคือ... มันไม่ใช่กลิ่นของคีย์
"ผมไม่ได้ถามว่าเขาชื่ออะไร ธันวา" รวินทร์เน้นเสียงทีละคำ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงจนร่างโปร่งสง่าแผ่รังสีความกดดันออกมาอย่างชัดเจน "ผมถามว่า... 'มัน' เข้ามาในห้องทำงานส่วนตัวของผมได้ยังไง โดยที่ไม่ผ่านการนัดหมายจากเลขาฯ"
"ก็เดินเข้ามาทางประตูสิคะคุณชาย ขาไม่ได้พิการนี่นา" คีย์สวนกลับทันควันโดยไม่ต้องรอให้อีกฝ่ายหายใจทัน ริมฝีปากบางเฉียบยกยิ้มหยัน "อีกอย่าง ธีร์เขาแค่อยแวะเอาของมาให้ผม ไม่ได้จะมาปล้นบริษัทคุณสักหน่อย ทำไมต้องทำหน้ายักษ์ใส่ขนาดนั้นด้วยเล่า"
บรรยากาศในห้องทำงานกว้างขวางพลันอุณหภูมิลดฮวบลงทันตาเห็น รวินทร์ก้าวช้าๆ ออกจากโต๊ะทำงาน ร่างสูงใหญ่เคลื่อนเข้าหาเด็กหนุ่มทีละก้าวอย่างคุกคาม ความกดดันจากผู้ชายที่อยู่เหนือกว่าทุกด้านทำให้ธีร์ที่ยืนอยู่ข้างๆ ถึงกับต้องขยับถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยอัตโนมัติ ทว่าคีย์กลับยืนหยัดอยู่กับที่ เชิดหน้าขึ้นสู้สายตาดุดันคู่นั้นอย่างไม่เกรงกลัว
"จำไว้นะธันวา..." รวินทร์หยุดยืนห่างจากตัวเด็กหนุ่มเพียงแค่คืบเดียว ดวงตาคมปลาบก้มลงมองสบตาคนที่เตี้ยกว่าเล็กน้อย "ที่นี่คือบริษัท ไม่ใช่สนามเด็กเล่น และที่สำคัญ..."
ชายหนุ่มเว้นจังหวะ ปลายจมูกโด่งรั้นขยับฟุดฟิดด้วยความไม่พอใจเมื่อกลิ่นน้ำหอมจากตัวธีร์ยังคงลอยมาแตะจมูก เจือปนกับกลิ่นกายสะอาดๆ ของคีย์ที่เขาลอบสูดดมอยู่ทุกวันจนเริ่มคุ้นชิน รวินทร์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดที่พุ่งพล่านขึ้นมาอย่างไร้เหตุผล
"...ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป ห้ามคุณเข้าใกล้ตัวผมเกินหนึ่งเมตรเด็ดขาด"
"ฮ๊ะ? อะไรนะคะ?" คีย์อุทานออกมาด้วยความตกใจ ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นอย่างไม่อยากเชื่อหู "คุณว่าอะไรนะ... ห้ามเข้าใกล้เกินหนึ่งเมตร? บ้าไปแล้วหรือเปล่าเนี่ย!"
"ผมไม่ได้บ้า" รวินทร์ตอบเสียงเรียบ ใบหน้าหล่อเหลาไร้รอยยิ้ม ดวงตาสีนิลฉายแววเอา Zงอย่างเด็ดขาด "ผมรำคาญ... คุณตัวเหม็นกลิ่นน้ำหอมผู้ชายคนอื่นติดมาจนน่าเวียนหัว ถอยออกไปให้ห่างเลยนะธันวา อย่าให้ผมต้องพูดซ้ำ"
คำว่า 'ตัวเหม็น' กระแทกเข้ากลางใจของคีย์อย่างจัง เด็กหนุ่มอ้าปากค้าง ก้มลงดมเสื้อตัวเองอย่างรวดเร็ว "พูดจาบ้าอะไรเนี่ย! ผมไม่ได้ฉีดน้ำหอมสักหน่อย แล้วอีกอย่าง... กลิ่นนี่มันก็แค่น้ำหอมของธีร์ เขาแค่กอดผมตอนทักทายแค่นั้นเอง ทำไมต้องเรื่องมากขนาดนี้ด้วยเล่า คุณชายโรคจิตหรือไง!"
"ผมไม่ได้โรคจิต แต่ผมสั่งในฐานะเจ้านายของคุณ" รวินทร์เอ่ยเสียงกร้าว ยื่นมือออกไปผลักไหล่บางของคีย์เบาๆ ให้ถอยห่างออกไปตามระยะที่เขากำหนด "หนึ่งเมตร... จำเอาไว้ ถ้าเกินกว่านี้ เงินเดือนคุณโดนหักแน่"
"คุณมันเผด็จการ นิสัยเสียที่สุด!" คีย์แยกเขี้ยวใส่ด้วยความโมโห มือเรียวปัดป้องมือหนาที่ยังทำท่าจะดันเขาให้ออกห่าง
ขณะที่ศึกย่อมๆ ระหว่างเจ้านายจอมเผด็จการกับเบ๊ปากเก่งกำลังดำเนินไปอย่างดุเดือด ธีร์ที่ยืนมองเหตุการณ์อยู่นานก็ส่งเสียงหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะก้าวเข้ามาแทรกกลางระหว่างทั้งคู่ พร้อมกับยกมือขึ้นโอบไหล่บางของคีย์ไว้อย่างสนิทสนม
"ดูท่าทางคุณรวินทร์จะหวง... เอ๊ย ห่วงเรื่องงานมากเลยสินะครับ" ธีร์จงใจเน้นเสียงคำว่าหวงพร้อมกับส่งยิ้มกวนๆ ไปให้เจ้าของบริษัท "งั้นผมไม่กวนแล้วดีกว่า ไว้เจอกันนะคีย์ เย็นนี้อย่าลืมไปกินข้าวกับฉันล่ะ"
พริบตาเดียวที่ธีร์เอ่ยประโยค1นั้นจบ รวินทร์ก็หน้าตึงเปรี๊ยะ เส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบๆ อย่างเห็นได้ชัด ความหึงหวงอย่างไร้ที่มาที่ไปตีรวนขึ้นมาจนจุกอก มือหนากระชากคอเสื้อของคีย์เข้าหาตัวพรวดเดียวโดยไม่ทันตั้งตัว ทำให้ระยะห่างหนึ่งเมตรที่เพิ่งประกาศกร้าวเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา จนหน้าผากของทั้งคู่แทบจะชนกัน
"คุณชาย! จะทำบ้าอะไรเนี่ย!" คีย์ร้องลั่นด้วยความตกใจ หัวใจดวงน้อยเต้นโครมครามขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้เมื่อใบหน้าหล่อเหลาอยู่ใกล้แค่เอื้อม ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดริมฝีปากจนขนลุกซู่
รวินทร์ไม่ตอบ เขาปรายตามองธีร์ด้วยสายตาดุร้ายระดับสิบ ก่อนจะก้มลงกระซิบข้างใบหูของเด็กหนุ่มด้วยน้ำเสียงทุ้มพร่าที่สั่นระริกด้วยความโกรธ (ปนหวง)
"อยากลองดีใช่ไหมธันวา... งั้นก็ฟังกฎข้อที่สองให้ดี"
คีย์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจเจ้ากรรมเต้นแรงจนแทบจะทะลุกระดูกซี่โครง ร่างกายแนบชิดติดกับแผงอกกว้างจนสัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจของอีกฝ่ายที่เต้นรัวไม่แพ้กัน
"กฎข้อที่สองคือ..." รวินทร์จงใจเว้นจังหวะ ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดซอกคอขาวจนคีย์ต้องย่นคอหนี "ห้ามไปกินข้าวกับมัน... ไม่อย่างนั้น ผมจะจูบคุณลงโทษตรงนี้แหละ!"
* * *
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสความกวนและเคมีเดือดๆ ของคุณชายกับน้องคีย์ด้วยกันนะคะ!
คุณชายครับ... หยุดดุสักวันจะเป็นไรไป•ตอนที่ 2
กฎเหล็กหนึ่งเมตร
ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณชายครับ... หยุดดุสักวันจะเป็นไรไป นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!