แฟ้มเอกสารสีน้ำตาลหนาปึ้กสามแฟ้มถูกโยนลงบนโต๊ะทำงานกระจกใส เสียงกระแทกกระทั้นนั้นดังพอจะทำให้คนใจร้อนอย่างธันวาหมดความอดทนได้ในเวลาไม่ถึงเสี้ยววินาที
คีย์เงยหน้าขึ้นจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ ดวงตากลมโตฉายแววหงุดหงิดชัดเจนจนแทบไม่ต้องซ่อน ร่างโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนลวกๆ เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ปลายลิ้นดันกระพุ้งแก้มด้วยความหมั่นไส้ล้วนๆ
"นี่มันกองงานของแผนกการตลาดฝ่ายต่างประเทศไม่ใช่เหรอคะคุณชายรวินทร์?" เสียงใสติดจะประชดประชันเอ่ยขึ้นอย่างไม่เกรงกลัวอำนาจมืดเบื้องบน "หรือว่าคุณชายจำผิด... คิดว่าดิฉัน... อ้อ คิดว่าผมเป็นรองประธานบริษัท ถึงได้มอบหมายโปรเจกต์ระดับร้อยล้านให้ตรวจทานคนเดียวแบบนี้"
รวินทร์ที่ยืนกอดอกอยู่เหนือโต๊ะทำงาน หรี่ตามองเด็กปากเก่งด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา ริมฝีปากหยักได้รูปเหยียดยิ้มเย็นชา "รู้หน้าที่ของตัวเองดีนี่คีย์ ถ้าจำไม่ผิด ในสัญญาจ้างระบุไว้ชัดเจนว่า 'ยินดีปฏิบัติงานอื่นๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย' หรือสมองปลาทองของคุณจะลืมไปแล้วว่าตำแหน่งเบ๊จำเป็นต้องทำอะไรบ้าง"
"เบ๊ค่ะ ไม่ใช่ทาสในเรือนไทย" คีย์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แม้ส่วนสูงจะน้อยกว่าอีกฝ่ายอยู่ไม่กี่เซนติเมตร แต่รังสีความพยศในแววตานั้นกลับพุ่งชนทะลุพิกัด "งานนี้กำหนดส่งพรุ่งนี้เช้า แถมข้อมูลดิบยังมากองรวมกันแบบไร้ระเบียบ ถ้าคุณชายอยากแกล้งกันเพราะว่างมากนัก ทำไมไม่เอาเวลาไปหาหมอเช็คสายตาซะล่ะคะ เผื่อจะมองเห็นความจริงว่ามนุษย์เรามีขีดจำกัดในการอดMน"
"กล้าดีนี่" รวินทร์ก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะทำงาน ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนแทบไม่มีช่องว่าง กลิ่นน้ำหอมผู้ชายราคาแพงผสมผสานกับความคุ้นเคยบางอย่างโชยแตะจมูกจนคีย์ต้องชะงักไปชั่ววินาที "ปากเก่งแบบนี้... หวังว่าผลงานบนโต๊ะพรุ่งนี้เช้าจะดีสมกับความอวดเก่งของคุณนะ"
"ถ้างานออกมาดี คุณชายจะว่ายังไงคะ?" คีย์ไม่ถอยแถมยังเชิดหน้าขึ้นท้าทาย ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีนิลคมกริบของคนตรงหน้าอย่างไม่ยอมแพ้ "ถ้างานนี้ผ่านมาตรฐานอย่างไร้ที่ติ คุณชายต้องเลี้ยงข้าวฉัน... เอ้ย เลี้ยงข้าวผมหนึ่งมื้อ เอาแบบภัตตาคารหรู ไม่ใช่ข้าวแกงข้างทางแบบที่ชอบสั่งมาทรมานผมนะ"
รวินทร์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคู่คมพราวระยับด้วยประกายบางอย่างที่เจ้าตัวรีบซ่อนไว้ภายใต้ความเย็นชา "ได้สิ ถ้าคุณทำได้... แต่ถ้าทำไม่ได้ พรุ่งนี้คุณเตรียมตัวโบกมือลาโบนัสสิ้นปีแล้วมานั่งเคลียร์เอกสารเก่าเก็บสิบปีในห้องเก็บของได้เลย"
"deal ค่ะ" คีย์รับคำท้าทันทีโดยไม่ลังเล แม้ในใจจะแอบหวั่นกับกองงานมหาศาลตรงหน้า แต่ศักดิ์ศรีมันค้ำคอจนยอมก้มหัวให้ไม่ได้เด็ดขาด
รวินทร์มองท่าทางฮึดฮัดเหมือนแมวป่าพองขนแล้วก็ได้แต่ขบกรามแน่นเพื่อสะกดกลั้นรอยยิ้มที่เกือบจะหลุดออกมา ความดื้อรั้นและดวงตาที่ลุกโชนไปด้วยไฟท้าทายนั้น... ให้ตายเถอะ มันน่าหมั่นไส้จนอยากจะแกล้งให้ร้องไห้คาอกเสียจริงๆ แต่กระนั้น หัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นผิดจังหวะทุกครั้งที่อีกฝ่ายส่งสายตาแข็งกร้าวกลับมา
ร่างสูงหมุนตัวเตรียมจะเดินกลับไปยังโต๊ะทำงานของตัวเอง แต่ยังไม่ทันที่ปลายนิ้วจะได้สัมผัสกับลูกบิดประตู เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน
ก๊อก ก๊อก!
ยังไม่ทันที่เจ้าของห้องจะอนุญาต ประตูบานใหญ่ก็ถูกผลักเปิดออกด้วยฝีมือของแขกที่ไม่ได้รับเชิญ ร่างสูงโปร่งของชายหนุ่มในชุดสูทสั่งตัดเนี้ยบ ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มทรงเสน่ห์ก้าวเข้ามาพร้อมกับกล่องขนมแบรนด์ดังในมือ
"รวินทร์... ยุ่งอยู่หรือเปล่า พอดีฉันผ่านมาแถวนี้เลยแวะซื้อมาฝาก"
เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยขึ้นพร้อมกับสายตาที่กวาดมองมายังชายหนุ่มทั้งสองในห้องทำงาน รวินทร์ชะงักฝีเท้า สีหน้าเรียบเฉยเปลี่ยนเป็นความตึงเครียดขึ้นมาทันที ในขณะที่คีย์เบิกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อเห็นว่าผู้มาใหม่คือใคร
"ธีร์... นายมาทำอะไรที่นี่?" รวินทร์เอ่ยถามเสียงเข้ม แววตาฉายความไม่พอใจอย่างปิดไม่มิด
ธีร์ส่งยิ้มละมุนให้รวินทร์ก่อนจะหันมาสบตากันตรงๆ กับคีย์ที่ยืนแข็งทื่ออยู่หลังโต๊ะทำงาน "บังเอิญจังนะคีย์ ไม่คิดเลยว่าจะได้เจอเธอที่นี่... ในฐานะ 'เบ๊' ของคุณชายรวินทร์เขา"
บรรยากาศในห้องเย็นเยียบลงทันตาเห็น รวินทร์หันขวับกลับมามองหน้าคีย์สลับกับธีร์ด้วยแววตาที่เริ่มคุกกรุ่นไปด้วยเปลวเพลิงแห่งความหึงหวงที่เจ้าตัวไม่เคยรู้ตัวเลยสักนิด
ขอบคุณรีดเดอร์ทุกคนที่แวะมาโดเนทและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ "หมอกไม้ไผ่" เสมอเลยนะคะ!
คุณชายครับ... หยุดดุสักวันจะเป็นไรไป•ตอนที่ 3
โดนแกล้งเพราะความหมั่นไส้
ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณชายครับ... หยุดดุสักวันจะเป็นไรไป นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!