"ถ้าคุณธีร์ยังไม่รีบกลับ เกรงว่าพรุ่งนี้เช้าคงต้องอยู่รับประทานอาหารเช้าด้วยกัน... ในฐานะผู้อยู่อาศัยถาวรเสียเลยกระมังครับ"
บรรยากาศในห้องเพนต์เฮوسหรูหราเย็นเยียบลงจนแทบติดลบ รวินทร์ไม่ได้เอ่ยประโยคเมื่อครู่ด้วยน้ำเสียงตะקอ้นตะקอน ทว่ามันคือการเหยียดริมฝีปากขึ้นน้อยๆ พร้อมกับรอยยิ้มเย็นชาที่ส่งตรงไปถึงนัยน์ตาคมกริบ คลื่นความหึงหวงที่เจ้าตัวพยายามซุกซ่อนไว้ภายใต้มาดผู้ดีตีนเป็ด กำลังแผ่ซ่านออกมาจนคีย์ที่ยืนอยู่ตรงกลางถึงกับต้องลอบกลืนน้ำลาย
ธีร์ชะงักมือที่กำลังจะหยิบเสื้อโค้ต ชายหนุ่มส่งยิ้มสุภาพตามแบบฉบับคนเจ้าสำרגกลับไป แต่แววตาไหววับด้วยความท้าทาย "ไม่รบกวนคุณรวินทร์หรอกครับ พอดีผมเป็นคนเกรงใจเจ้าของห้อง... อีกอย่าง คีย์คงไม่อยากให้เพื่อนสนิทต้องลำบากใจ"
ประโยคหลังธีร์จงใจหันมามองหน้าคีย์พร้อมกับส่งสายตาอ่อนโยนแกมขอตัวกลับ คีย์พยักหน้ารับเบาๆ ก่อนจะเอ่ยปาก "งั้นเดี๋ยวฉันเดินไปส่งที่ลิฟต์นะธีร์ ข้างนอกฝนเริ่มลงเม็ดหนักแล้ว ขับรถดีๆ ล่ะ"
ทว่า... ก่อนที่ขาเรียวของคีย์จะได้ก้าวออกไปสักก้าวเดียว ข้อแขนบางก็ถูกกระชากด้วยแรงมหาศาลจนร่างทั้งร่างเซถลาเข้าไปกระแทกแผ่นอกกว้างของคนตัวโตที่ยืนซ้อนอยู่ด้านหลัง รวินทร์รวบเอวสอบของเขาไว้ด้วยท่อนแขนแข็งแกร่งราวกับคีมเหล็ก ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดอยู่ข้างใบหู พร้อมกับเสียงกระซิบต่ำพร่าที่ดังลอดไรฟัน
"ไม่ต้องไป... ปล่อยให้แขกเขากลับเองเป็นผู้ใหญ่หน่อยเถอะ ธันวา"
"คุณรวินทร์! ปล่อยนะ อะไรของคุณเนี่ย" คีย์ดิ้นขลุกขลัก พยายามแกะมือปลาหมึกที่รัดแน่นเสียยิ่งกว่างูเหลือม สายตาก็ต้องเหลือบมองธีร์ที่ยืนชะงักอยู่ที่ประตู
ธีร์มองภาพนั้นด้วยรอยยิ้มเจื่อนลงเล็กน้อย แววตาฉายแววเป็นห่วงปนระaคาญใจระคนกัน แต่สุดท้ายเจ้าตัวก็เลือกที่จะถอนหายใจยาว "งั้นฉันกลับก่อนนะคีย์ มีอะไรโทรหาได้ตลอด"
ปัง!
เสียงประตูปิดสนิทลงพร้อมกับร่างของธีร์ที่ลับตาไป ทว่าแรงกดดันในห้องกลับไม่ได้เบาบางลงเลยแม้แต่น้อย กลับกัน... มันยิ่งทวีความอึดอัดจนคีย์แทบหายใจไม่ออก เม็ดฝนด้านนอกเริ่มสาดซัดกระทบกระจกบานยักษ์เสียงดังสนั่น ราวกับฟ้าดินกำลังเล่นตลก ปิดตายทุกเส้นทางหนีออกจากคอนโดมิเนียมแห่งนี้
"เล่นละครเก่งนี่..." รวินทร์แค่นหัวเราะในลำคอ ยอมคลายอ้อมแขนออกแต่โดยดี ทว่ายังคงยืนขวางทางเดินของคีย์เอาไว้ด้วยสัดส่วนสูงใหญ่ที่ข่มขวัญคนมองได้ราบคาบ "เพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อ หรือว่านายเองก็ชอบให้ผู้ชายมารุมล้อมเอาอกเอาใจ ถึงได้ทำหน้าตาระรื่นตอนมันอยู่?"
คีย์หันขวับกลับมามองหน้าอีกฝ่าย ดวงตากลมโตฉายแวววาวโรจน์ด้วยความโกรธ "พูดจาให้มันน้อยๆ หน่อยคุณรวินทร์! ธีร์เขาเป็นเพื่อนผม เป็นเพื่อนตั้งแต่เด็ก ไม่ได้คิดอะไรทุเรศๆ แบบที่คุณกำลังคิดอยู่คนเดียว!"
"หรอ?" รวินทร์ก้าวเข้าไปประชิดตัวทีละก้าว บีบปลายคางมนให้เชิดขึ้นสบตา "สายตามันฟ้อง ธันวา... มันมองนายเหมือนจะกลืนกินเข้าไปทั้งตัว นายคิดว่าฉันตาบอดหรือไงถึงดูไม่ออก?"
"แล้วมันเรื่องอะไรของคุณล่ะ!" คีย์ปัดมือใหญ่ออกอย่างแรงด้วยความเหลืออด "ผมจะเป็นของใคร จะมีใครมองยังไง มันก็สิทธิ์ของผม คุณเป็นแค่... เป็นแค่เจ้าหนี้จอมเผด็จการ เป็นอีตาน่ารำคาญที่ผมต้องมาทำงานใช้หนี้ ไม่ได้มีสิทธิ์มาหึงหวงหรือก้าวก่ายความเป็นส่วนตัวของผมขนาดนี้!"
คำว่า *'หึงหวง'* พ่นออกจากปากบางด้วยความโมโห โดยที่เจ้าตัวไม่ทันระวังเลยว่ามันคือคำต้องห้ามที่จะจุดชนวนระเบิดเวลา รวินทร์ชะงักไปชั่ววินาที นัยน์ตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยก่อนจะหรี่แคบลง รอยยิ้มมุมปากถูกจุดขึ้นอย่างน่ากลัว
"หึง... งั้นเหรอ?" รวินทร์ทวนคำเสียงต่ำ ท่าทีเย่อหยิ่งเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความดุดันที่น่าขนลุก "นายคิดว่าฉันกำลังหึงนายอยู่ว่างั้นเถอะ ธันวา?"
"ก็... ก็คุณแสดงอาการซะขนาดนั้น!" คีย์เผลอถอยหลังกรูดเมื่ออีกฝ่ายก้าวเข้ามาใกล้เรื่อยๆ จนแผ่นหลังชนเข้ากับกระจกใสเย็นเฉียบ ด้านนอกฟ้าแลบแปลบปลาตามด้วยเสียงคำรามครืนใหญ่ของพายุฝน
"หึ มั่นใจตัวเองเกินไปหน่อยหรือเปล่าเด็กน้อย" รวินทร์โน้มใบหน้าลงมาจนชิด ระยะห่างระหว่างจมูกแทบจะแนบชิดกัน ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดริมฝีปากของคีย์จนสั่นระริก "ฉันแค่เกลียดความวุ่นวาย เกลียดคนมารยาททรามที่บุกรุกพื้นที่ส่วนตัว และที่สำคัญ... ฉันเกลียดเด็กปากดีที่ชอบท้าทายอำนาจเงินในกระเป๋าของฉันต่างหาก!"
ถ้อยคำเชือดเฉือนบาดลึกเข้าไปในความรู้สึก แม้คีย์จะเป็นคนสู้คนและปากเก่งแค่ไหน แต่พอต้องมาเผชิญหน้ากับแววตาดุดันที่ซ่อนความสั่นไหวบางอย่างไว้เบื้องลึก ขอบตาก็พาลจะร้อนผ่าขึ้นมาเสียดื้อๆ ความเหนื่อยล้าจากการทำงานหนักสะสมมาทั้งวัน บวกกับความกดดันที่ถาโถมเข้ามาในค่ำคืนพายุเข้า ทำให้กำแพงความเข้มแข็งที่สร้างไว้พังทลายลงในพริบตา
"เออ! ผมมันก็แค่เด็กน่ารำคาญ คนปากดี ไร้มารยาท อย่างที่คุณว่านั่นแหละ!" คีย์ตะโกนสวนกลับเสียงสั่นเครือ โดยที่ไม่อาจควบคุมหยาดน้ำใสที่เอ่อคลอหน่วยตาได้ทัน "ถ้าไม่พอใจนัก ทำไมไม่ไล่ผมออกไปตากฝนข้างนอกโน่นเลยล่ะ จะมาทนเห็นหน้าผมอยู่ทำไม!"
พูดยังไม่ทันขาดคำ ฝนฟ้าข้างนอกก็เทกระหน่ำลงมาอย่างบ้าคลั่ง พร้อมกับเสียงเปรี้ยงปร้างของฟ้าผ่าที่ทำให้ระบบไฟในเพนต์เฮาส์ทั้งห้องดับวูบลงสนิท ความมืดมิดเข้ากลืนกินทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวเหลือเพียงแสงแฟลชจากสายฟ้าที่สาดส่องเข้ามาทางกระจกเป็นระยะ
"เฮ้ย!"
คีย์อุทานด้วยความตกใจเมื่อความมืดเข้าจู่โจมกะทันหัน ร่างบางสะดุ้งโหยงจนเผลอคว้าหมับเข้าที่สาบเสื้อสูทของรวินทร์ไว้แน่นตามสัญชาตญาณ ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้นเอง แผ่นดินไหวในใจของคีย์ยังไม่น่ากลัวเท่ากับสัมผัสจากคนตัวโต
รวินทร์ไม่ได้ผลักไส... ตรงกันข้าม มือหนากลับยกขึ้นโอบประคองเอวบางของคีย์ไว้มั่นเพื่อไม่ให้เซสะดุดความมืด และในจังหวะที่สายฟ้าแลบวาบส่องให้เห็นใบหน้าคมคาย คีย์ก็ได้เห็นสิ่งที่รวินทร์พยายามปกปิดมาตลอด... แววตาหวาดหวั่นที่ฉายชัดอยู่เพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่อีกฝ่ายจะรีบปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉย
"กลัวความมืดหรือไง... ตัวสั่นเป็นลูกนกเลยนะ ธันวา" เสียงทุ้มกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงดุดันเมื่อครู่เจือความอ่อนโยนประหลาดที่ทำเอาหัวใจคนฟังกระตุกวูบ
"เปล่า... ใครกลัวกัน" คีย์เถียงเสียงอ้อมแอ้ม มือเล็กที่กำเสื้ออีกฝ่ายอยู่ยังไม่ยอมปล่อย แถมยังขยับเข้าไปใกล้ร่างอุ่นๆ นั้นอีกโดยอัตโนมัติ ท่ามกลางเสียงลมพายุที่โหมกระหน่ำซัดสาดอาคารสูง
รวินทร์ถอนหายใจยาวออกมาเบาๆ สัมผัสได้ถึงอุณหภูมิร่างกายของเด็กปากเก่งที่กำลังเย็นเฉียบลงเรื่อยๆ เขายอมลดทิฐิและกำแพงความดุร้ายลงชั่วคราว มือใหญ่วางทาบลงบนกลุ่มผมนุ่ม ลูบเบาๆ อย่างลืมตัว
"อยู่นิ่งๆ... อย่าเพิ่งอวดเก่งตอนนี้เลยน่า" รวินทร์เอ่ยเสียงนุ่มเป็นครั้งแรก ตั้งแต่รู้จักกันมา
บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนเป็นความเงียบงันที่มีเพียงเสียงฝน ทว่าหัวใจของคนทั้งคู่กลับเต้นระรัวผิดจังหวะในความมืดมิด คีย์ซบหน้าลงกับแผงอกกว้าง สูดดมกลิ่นกายสะอาดที่คุ้นเคยโดยไม่รู้ตัว ความอบอุ่นจากรวินทร์กำลังทำลายเกราะป้องกันทุกอย่างจนหมดสิ้น
ติ๊ด!
เสียงระบบไฟสำรองฉุกเฉินดังขึ้นพร้อมกับแสงไฟสลัวสีส้มอุ่นที่สว่างวาบขึ้นทั่วทั้งห้อง เผยให้เห็นภาพที่สะท้อนอยู่ในกระจกเงา... ภาพที่คุณชายรวินทร์กำลังกอดเด็กหนุ่มในอ้อมแขนอย่างทะนุถนอม โดยที่ริมฝีปากของทั้งคู่ห่างกันเพียงคืบเดียวเท่านั้น
รวินทร์ชะงักค้าง นัยน์ตาคมกริบก้มลงมองเรียวปากอิ่มที่เผยอน้อยๆ ด้วยความตกใจ ขณะที่คีย์เองก็เบิกตากว้างเมื่อตั้งสติได้และเตรียมจะผละถอยหลัง
ทว่า... ก่อนที่ใครจะได้ขยับตัว เสียงกริ่งหน้าห้องพักก็ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ!
Rrrrr...
คีย์สะดุ้งสุดตัวผละออกจากอ้อมแขนทันที รวินทร์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดระคนแปลกใจ ใครกันที่บุกมาถึงเพนต์เฮาส์ชั้นบนสุดในคืนพายุเข้าแบบนี้?
รวินทร์หันไปมองหน้าจออินเตอร์คอมที่เริ่มทำงานตามระบบไฟสำรอง ภาพจากกล้องวงจรปิดหน้าห้องปรากฏร่างของชายหนุ่มคนหนึ่งที่เปียกปอนไปด้วยหยาดฝน กำลังยืนยิ้มกริ่มมองตรงมายังเลนส์กล้อง พร้อมกับเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของรวินทร์เดือดพล่านขึ้นมาอีกรอบ
*“สวัสดีครับคุณรวินทร์... พอดีผมทำกุญแจห้องตกไว้เมื่อกี้ ขอเข้าไปหลบฝนหน่อยได้ไหมครับ?”*
---
*(โปรดติดตามตอนต่อไป...)*
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเติมกำลังใจให้ "หมอกไม้ไผ่" นะคะ
คุณชายครับ... หยุดดุสักวันจะเป็นไรไป•ตอนที่ 4
กับดักคืนฝนตก
ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณชายครับ... หยุดดุสักวันจะเป็นไรไป นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!