"ถ้าคุณคิดว่าการมาฝึกงานที่นี่คือการมานั่งจิบกาแฟสวย ๆ แล้วรอเวลาเลิกงานล่ะก็... เชิญเดินออกไปจากห้องนี้ตั้งแต่ตอนนี้เลยดีกว่าค่ะ ธันวา"
แฟ้มเอกสารหนาปึึกถูกกระแทกลงบนโต๊ะไม้สักทองเสียงดังสนั่น จนธันวาที่กำลังยืนกอดอกพิงผนังด้วยท่าทางสบาย ๆ ถึงกับสะดุ้งเล็กน้อย แต่เด็กหนุ่มก็ยังคงรักษารอยยิ้มกวนประสาทไว้ที่มุมปากได้อย่างเหนียวแน่น ดวงตากลมโตสีนิลไหวระริกด้วยความท้าทาย ไม่ได้มีความเกรงกลัวต่อสายตาดุคมดั่งใบมีดโกนของคนที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่เลยแม้แต่น้อย
วันแรกของการเป็นนักศึกษาฝึกงานในเครือ 'รวินทร์กรุ๊ป' บริษัทอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ที่ใคร ๆ ก็ใฝ่ฝันอยากเข้ามาสัมผัส แต่สำหรับธันวาแล้ว ที่นี่มันไม่ต่างอะไรกับค่ายกักกันทหารดี ๆ นี่เอง และผู้บัญชาการค่ายสุดโหดก็ไม่ใช่ใครที่ไหน... คุณชายรวินทร์ ทายาทมหาเศรษฐีผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเนี๊ยบ เย่อหยิ่ง และปากจัดเป็นที่หนึ่ง
"ผมอ่านรายละเอียดงานในเรซูเม่ก่อนมาสมัครแล้วนะครับ ท่านประธาน... เอ้ย คุณรวินทร์" ธันวาจงใจเว้นจังหวะเรียกตำแหน่งผิดเพื่อกวนประสาท "ผมรู้ว่าตัวเองต้องทำอะไรบ้าง และมั่นใจว่าทำได้ดีกว่าที่เอกสารชุดนี้บอกไว้ด้วยซ้ำ"
รวินทร์หรี่ตามองเด็กหนุ่มตรงหน้าอย่างพิจารณา ตั้งแต่หัวจรดเท้า ธันวาไม่ได้แต่งกายผิดระเบียบ เสื้อเชิ้ตสีขาวรีดเรียบกางเกงสแลคเข้ารูปดูทะมัดทะแมง แต่ปัญหาไม่ได้อยู่ที่การแต่งกาย... มันอยู่ที่ 'ท่าที' ต่างหาก
เด็กนี่มันพยศ ตั้งแต่ก้าวเข้ามาในห้องทำงานส่วนตัวเมื่อสิบนาทีที่แล้ว ธันวาไม่มีท่าทีนอบน้อมแบบนักศึกษาฝึกงานคนอื่นเลยสักนิด แถมยังมีสายตาที่มองตรงมาที่เขาเหมือนกำลังประเมินสินค้าในซูเปอร์มาร์เก็ตเสียด้วยซ้ำ
"ความมั่นใจเป็นเรื่องดีค่ะ ธันวา แต่ความอวดดีเกินตัว... มันมักจะพาให้คุณเดินไปไม่ถึงฝัน" รวินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เย็นชา แต่ทรงพลังจนกดดันให้บรรยากาศในห้องอุณหภูมิลดฮวบลงทันที "แฟ้มบนโต๊ะนั่นคือรายงานวิเคราะห์โครงการคอนโดมิเนียมหรูริมแม่น้ำที่เพิ่งตกเป็นข่าวเมื่อสัปดาห์ก่อน ฉันให้เวลาคุณถึงเที่ยงวันนี้... สรุปปัญหาและหาทางแก้มาให้ฉัน โดยที่ตัวเลขทุกตัวต้องถูกต้องแม่นยำ ห้ามมีข้อผิดพลาดแม้แต่จุดเดียว"
ธันวาก้มมองกองเอกสารหนาเตอะสลับกับนาฬิกาข้อมือ ตอนนี้เป็นเวลาเก้าโมงเช้า... งานระดับนี้ ต่อให้เป็นพนักงานประจำที่มีประสบการณ์ยังต้องใช้เวลาทำอย่างน้อยสามวัน แล้วนี่ให้เวลาแค่สามชั่วโมง?
"นี่มันแกล้งกันชัด ๆ นี่ครับ" ธันวาหลุดปากท้วง เสียงห้วนขึ้นเล็กน้อยอย่างลืมตัว
"ฉันบอกแล้วไงคะว่าที่นี่ไม่ใช่สนามเด็กเล่น ถ้าคุณทำไม่ได้อย่างที่ปากโม้ไว้เมื่อครู่ ก็แค่เดินออกไปแล้วยื่นใบลาออกซะ ฉันจะได้ไม่ต้องเสียเวลากับเด็กฝึกงานที่เก่งแต่ปาก" รวินทร์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างสูงโปร่งภายใต้ชุดสูทตัดเย็บเนี๊ยบก้าวเข้ามาประชิดตัวทีละน้อย กลิ่นน้ำหอมแบรนด์ดังปะปนกับความกดดันรอบตัวทำให้ธันวาต้องถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว
ธันวาเม้มปากแน่น ความโกรธแล่นริ้วขึ้นมาจนร้อนผ่าวที่ปลายจมูก เขาเกลียดที่สุดคือพวกคนรวยที่ชอบใช้อำนาจกดขี่คนอื่นแบบนี้ แต่จะให้ยอมแพ้ตั้งแต่วันแรกเหรอ? ไม่มีทาง ฝันไปเถอะ!
"สามชั่วโมงใช่ไหมครับ ได้... ถ้าผมทำเสร็จแล้วเอามาวางบนโต๊ะนี้ อย่าลืมขอโทษผมด้วยก็แล้วกันที่คุณชาย!" ธันวายื่นมือไปคว้าแฟ้มเอกสารหนานั้นขึ้นมาอ้อมแอ้มเสียงแข็ง ดวงตาสองคู่ประสานกันในระยะประชิด ชนิดที่ว่าหากขยับเข้ามาอีกเพียงนิดปลายจมูกคงจะชนกัน ความกรุ่นโกรธและความท้าทายพุ่งพล่านจนเกิดเป็นประกายไฟในอากาศ
รวินทร์ชะงักไปชั่วขณะเมื่อเห็นความดื้อรั้นที่ฉายชัดในดวงตาสคู่สวยนั้น แทนที่จะรู้สึกหงุดหงิดเหมือนทุกที หัวใจเจ้ากรรมกลับกระตุกวูบอย่างประหลาดกับความท้าทายที่ไร้ความเกรงกลัวนี้
"ถ้าคุณทำได้... ฉันยอมทำตามที่คุณต้องการทุกอย่างค่ะ ธันวา" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบชิดริมหู แผ่วเบาแต่ทว่าสั่นประสาท ก่อนที่รวินทร์จะผละตัวออกไปหยิบแฟ้มงานอีกชุดบนโต๊ะ
ธันวาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ กลิ่นหอมจาง ๆ จากตัวของคนตรงข้ามยังคงติดอยู่ที่ปลายจมูกจนน่าหงุดหงิด เด็กหนุ่มสะบัดหน้าหนีแล้วเดินดุ่ม ๆ ไปนั่งที่โต๊ะทำงานริมกระจก ท่ามกลางสายตาคมกริบที่ยังคงมองตามทุกฝีก้าวด้วยความรู้สึกบางอย่างที่แม้แต่ตัวรวินทร์เองก็ยังไม่อยากยอมรับ
เวลาผ่านไปอย่างไร้เสียง มีเพียงเสียงพิมพ์คีย์บอร์ดรัวเร็วของธันวาที่สะท้อนก้องห้องทำงานกว้าง จนกระทั่งเข็มนาฬิกาดิจิทัลบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ขยับเข้าใกล้เลขสิบเอ็ดสิบห้า ธันวาก็กดปริ้นท์เอกสารแผ่นสุดท้ายออกมาด้วยความโล่งอก รอยยิ้มแห่งชัยชนะผุดขึ้นบนใบหน้าหวาน ขณะที่มือเรียวกำลังจะรวบรวมกระดาษทั้งหมดใส่แฟ้ม
"ก๊อก ๆ"
เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบา ๆ ก่อนที่บานประตูไม้สีเข้มจะเปิดออก พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างสูงโปร่งในชุดสูทลำลองสีเทาอ่อน ใบหน้าหล่อเหลาประดับด้วยรอยยิ้มเป็นกันเองและดวงตาพราวเสน่ห์ที่ทำให้ธันวาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ
"คีย์... ไม่เจอกันนานเลยนะ ตัวเล็ก"
เสียงทุ้มคุ้นหูเอ่ยทักทายขึ้นกลางห้องทำงานเงียบสงบ ธันวาหันขวับไปมองผู้มาใหม่ทัน
และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ธันวาก็สังเกตเห็นอุณหภูมิรอบตัวของรวินทร์ที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานดิ่งฮวบลดลงจนติดลบ ดวงตาคมกริบที่เคยราบเรียบกลับวาวโรจน์ด้วยความไม่พอใจอย่างรุนแรง เมื่อเห็นชายหนุ่มแปลกหน้าเดินตรงเข้ามาหาธันวาพร้อมกับเอื้อมมือมาถือวิสาสะขยี้ผมของเด็กหนุ่มด้วยความคุ้นเคย
"ธีร์... นายมาได้ยังไง?" ธันวาอุทานชื่อเพื่อนสมัยเด็กออกเบา ๆ
แต่ยังไม่ทันที่ธีร์จะได้เอ่ยปากตอบอะไร ร่างสูงของคุณชายรวินทร์ก็ก้าวเข้ามาแทรกกลางระหว่างพวกเขาทั้งสองคนด้วยท่าทีคุกคาม ดวงตาคมดุจ้องเขม็งไปยังผู้มาใหม่ราวกับพยัคฆ์หวงถิ่น ก่อนจะเอ่ยเสียงลอดไรฟันด้วยความหงุดหงิดที่พุ่งถึงขีดสุด
"แขกไม่ได้รับเชิญคนนี้... เป็นใครกันคะ ธันวา?"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเปิดประตูห้องของคุณชายจอมดุไปพร้อมกับความปั่นป่วนนี้นะคะ พบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
คุณชายครับ... หยุดดุสักวันจะเป็นไรไป•ตอนที่ 1
ข้อตกลงลับกับคุณชายจอมดุ
ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณชายครับ... หยุดดุสักวันจะเป็นไรไป นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!