แก้วคริสตัลทรงสูงในมือของคีย์เอียงวับจนของเหลวสีอำพันเกือบจะกระฉอกออกมาเลอะพรมราคาแพง เสียงเพลงจังหวะนุ่มลึกจากวงดนตรีแจ๊สสดในมุมห้องไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศอึมครึมระหว่างพวกเขากร่อยลงเลยสักนิด ตรงกันข้าม... มันกลับเร่งเร้าให้ความอัดอั้นจากคำว่า ‘แม่’ ที่รวินทร์เพิ่งหลุดปากพูดโทรศัพท์เมื่อครู่กลายเป็นก้อนความอึดอัดที่หนาแน่นจนแทบหายใจไม่ออก
รวินทร์วางโทรศัพท์มือถือลงบนโต๊ะกระจกด้วยแรงที่มากกว่าปกตินิดหน่อย ใบหน้าคมคายดั่งรูปสลักตึงเครียดจนสันกรามขึ้นเป็น The Sharp Angle ดวงตาคมกริบกวาดมองเด็กหนุ่มตรงหน้าที่ตอนนี้แก้มเนียนเริ่มขึ้นสีแดงเรื่อจากฤทธิ์แอลกอฮอล์แก้วที่สี่เข้าไปแล้ว
"พอได้แล้วคีย์ นายดื่มเกินโควตาที่ฉันกำหนดไว้สำหรับคืนนี้แล้วนะ" น้ำเสียงดุๆ ขยับขึ้นทันทีตามสัญชาตญาณของการเป็นผู้คุมกฎ
"โควตาอะไรของคุณเล่าคุณชาย... นี่มันงานปาร์ตี้ฉลองโปรเจกต์ผ่านนะ ไม่ใช่ค่ายทหารรด. ถึงจะได้มานั่งนับแก้วเหล้าของผมเนี่ย" คีย์สวนกลับทันควัน ดวงตากลมโตฉ่ำน้ำหันมาค้อนควับใส่คนตัวโตกว่าอย่างไม่เกรงกลัว แม้ว่าสติจะเริ่มเดินเซถลาไปนิดหน่อยแล้วก็ตาม ปากบางๆ ยื่นออกมาอย่างขัดใจจนน่าหมั่นไส้
รวินทร์ขบกรามแน่น เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขยับเข้ามาประชิดตัวเด็กดื้อที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาตัวยาว กลิ่นวานิลลาผสมฟีโรโมนจางๆ จากตัวคีย์ยิ่งตีรวนขึ้นมาเตะจมูกเมื่อเข้าใกล้ในระยะประชิด ยิ่งทำให้สติที่พยายามควบคุมมาตลอดทั้งคืนสั่นคลอน
"ดื้อด้าน" รวินทร์พ่นลมหายใจร้อนผ่าวออกมาทางจมูก มือหนาเอื้อมไปฉวยแก้วเหล้าออกจากมือบางทันทีโดยไม่รอให้อีกฝ่ายอนุญาต "แล้วก็เลิกทำหน้าแบบนี้ใส่ฉันสักที ก่อนที่ฉันจะทนไม่ไหวแล้วลากนายกลับเพนท์เฮาส์เดี๋ยวนี้"
"โห... ขู่เก่งเป็นหมาบ้าเลยนะคุณชาย" คีย์หัวเราะคิกคักในลำคอ ดวงตาเยิ้มหวานเงยขึ้นสบตาคนตัวสูงอย่างไร้ความเกรงกลัว ทว่ากลับมีความเย้ายวนบางอย่างซ่อนอยู่โดยเจ้าตัวไม่รู้ตัวเลยสักนิด "ทำไม? กลัวผมเมาแล้วไปอาละวาดใส่คุณหรือไง... หรือว่ากลัวตัวเองนั่นแหละที่จะทนไม่ไหว?"
คำพูดจี้ใจดำแถมยังยิ้มยั่วเย้าแบบนั้นทำให้รวินทร์ถึงกับชะงัก ลมหายใจของเขาติดขัดไปชั่วขณะ มือที่ถือแก้วเหล้ากำแน่นจนข้อต่อขาวโพลน
ให้ตายเถอะ... ปกติคีย์ตอนปากจัดก็น่ารำคาญจะตายอยู่แล้ว แต่พอเวลาเมาแล้วแปลงร่างเป็นเด็กขี้อ้อน ปากเก่งแบบปนความเงอะงะนิดๆ แบบนี้... มันอันตรายต่อหัวใจของเขาเกินไปแล้วจริงๆ!
"ฉันเตือนนายแล้วนะคีย์..." รวินทร์ก้มตัวลงกระซิบชิดริมหูของคนเมา น้ำเสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าจนน่ากลัว "ถ้านายยังทำตัวน่ารักแบบนี้ใส่ฉันอีกแค่คำเดียว ฉันจะไม่พาไปส่งห้องพักนายแน่... แต่ฉันจะลากเข้าห้องนอนฉันแล้วจับล็อกกุญแจขังไว้ด้วยกันทั้งคืน ไม่ให้ได้ออกไปเจอหน้าไอ้ธีร์มันอีกเลย คอยดู!"
คีย์สะดุ้งเล็กน้อยเมื่อลมหายใจร้อนๆ เป่ารดต้นคอ ความร้อนจากแอลกอฮอล์ผสมผสานกับความวูบวาบในท้องทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างกะทันหันไม่ใช่เพราะฤทธิ์เหล้า แต่เป็นเพราะสายตาคุกคามที่ฉายชัดความคลั่งไคล้อย่างไม่คิดจะปิดบังของคนตรงหน้า
นี่มัน... รวินทร์เวอร์ชันหมาป่าหิวโซชัดๆ!
"คุณ... คุณมันบ้า..." คีย์พึมพำเสียงเบาหวิว ความมั่นใจที่เคยมีหายวับไปกับตาเมื่ออุ้งมือหนาเอื้อมมาคว้าข้อมือเขาไว้แล้วออกแรงดึงเบาๆ ให้ลุกขึ้นยืน
"ใช่ ฉันมันบ้า และต้นเหตุของความบ้านี่ก็คือนายคนเดียวนั่นแหละ คีย์ ธันวา"
รวินทร์ไม่ปล่อยให้เด็กหนุ่มได้เถียงอะไรอีก เขาคว้ากระเป๋าเสื้อโค้ตของคีย์ขึ้นมาถือไว้ด้วยมือข้างหนึ่ง ส่วนมืออีกข้างก็กุมข้อมือเรียวแน่นไม่ยอมปล่อย ลากตัวเด็กดื้อที่ตอนนี้เริ่มเดินเซไปเซมาให้เดินตามออกมาจากมุมปาร์ตี้ที่เสียงเพลงกำลังบรรเลงอย่างครึกครื้น ท่ามกลางสายตาของเพื่อนร่วมงานที่หันมามองเป็นตาเดียว แต่รวินทร์ไม่สนใจอะไรทั้งสิ้นในนาทีนี้ สิ่งเดียวที่เขาสนใจคือการพาตัวอันตรายคนนี้ออกไปให้พ้นจากสายตาคนอื่นโดยเร็วที่สุด
ลมเย็นยามค่ำคืนปะทะเข้ากับใบหน้าของคีย์ทันทีที่ก้าวพ้นประตูโรงแรมหรู ทว่ามันไม่ได้ช่วยให้สติที่หลุดลอยไปครึ่งหนึ่งกลับคืนมาเลย รวินทร์เปิดประตูรถยนต์ฝั่งข้างคนขับแล้วดันตัวเด็กหนุ่มเข้าไปข้างในอย่างเบามือที่สุด ก่อนจะปิดประตูกระแทกเบาๆ แล้ววิ่งอ้อมไปฝั่งคนขับ
ภายในห้องโดยสารที่เปิดแอร์เย็นฉ่ำ เงียบสงบจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน รวินทร์สตาร์ทรถแต่ยังไม่ยอมออกตัว เขานั่งนิ่งอยู่หลังพวงมาลัย หันไปมองคนข้างกายที่ตอนนี้เอนหัวพิงเบาะ หลับตาพริ้ม ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอแต่พวงแก้มยังคงแดงปลั่ง
รวินทร์ถอนหายใจยาวเหยียด มือหนาเอื้อมไปปรับแอร์ให้เบาลงก่อนจะเอื้อมมือไปหมายจะคาดเข็มขัดนิรภัยให้
ทว่า... ในจังหวะนั้นเอง คีย์ที่คิดว่าหลับไปแล้วกลับลืมตาโพรงขึ้นมาอย่างกะทันหัน ดวงตากลมโตฉ่ำน้ำคู่นั้นมองตรงมาที่เขาในระยะประชิด ลมหายใจอุ่นๆ กลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ ลอยมาปะทะปลายจมูก
"คุณชาย..." เสียงหวานเอ่ยเรียกแผ่วเบา
"อืม... ว่าไง เมาขนาดนี้แล้วยังจะหาเรื่องอะไรอีก" รวินทร์ชะงักค้างอยู่ในท่าโน้มตัวคร่อมร่างอีกฝ่าย มือข้างหนึ่งยันพนักพิงเบาะไว้
คีย์ไม่ได้ตอบคำถาม มือเรียวที่เคยดื้อรั้นกลับเอื้อมขึ้นมาแตะเบาๆ ที่สันกรามคมสันของรวินทร์ นิ้วเรียวเกลี่ยเบาๆ ตรงรอยหยักที่ริมฝีปากอย่างลืมตัว ดวงตาคู่นั้นไหวระริกด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะหาคำมาอธิบาย
"เมื่อกี้... ที่คุยโทรศัพท์... เรื่องแม่ของคุณ..." คีย์กระซิบเสียงสั่น น้ำเสียงที่เคยแข็งกร้าวหายไปจนหมด เหลือเพียงความอ่อนโยนเปราะบางที่ทำเอารวินทร์หัวใจกระตุกวูบ "ถ้ามันเหนนัก... มากอดผมก็ได้นะครับ..."
รวินทร์ตัวแข็งทื่อราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางใจ คำพูดซื่อตรงไร้การปรุงแต่งจากเด็กปากร้ายที่ปกติเอาแต่หาเรื่องเถียงเขาทุกคำ กลดทลายกำแพงน้ำแข็งที่เขาสสร้างขึ้นมาปกป้องตัวเองมาเป็นสิบปีพังทลายลงในพริบตา
ก่อนที่รวินทร์จะทันได้ตั้งสติและควบคุมหัวใจที่เต้นรำอย่างบ้าคลั่งของตัวเองได้ คีย์ก็โน้มคอเขาลงมาด้วยแรงเฮือกสุดท้าย... ริมฝีปากนุ่มหยุ่นกดทับลงบนมุมปากของเขาแผ่วเบา ราวกับผีเสื้อแตะผิวน้ำ ทว่ากลับแผ่ซ่านความร้อนรุ่มไปทั่วสรรพางค์กาย
ดวงตากลมโตผละออกห่างเพียงนิดเพื่อสบตากับเขาในระยะห่างแค่คืบ ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดกันและกัน และก่อนที่รวินทร์จะสติหลุดกระโจนเข้าหาเหยื่อตรงหน้าตามสัญชาตญาณดิบ...
*ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะกระจกรถฝั่งคนขับดังขึ้นอย่างกะทันหัน พร้อมกับใบหน้าคุ้นเคยของใครบางคนที่ก้มลงมองผ่านฟิล์มกรองแสงเข้ามาด้วยรอยยิ้มกวนประสาท...
รวินทร์หันขวับไปมอง แล้วดวงตาก็เบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจระคนโกรธจัด เมื่อเห็นชัดเจนว่าคนยืนเคาะกระจกอยู่ข้างนอกดึกดื่นป่านนี้คือใคร...
*ธีร์!*
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาดื่มด่ำความละมุนปนความแซ่บในค่ำคืนนี้นะคะ
คุณชายครับ... หยุดดุสักวันจะเป็นไรไป•ตอนที่ 7
สัญญาใจในคืนปาร์ตี้
ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณชายครับ... หยุดดุสักวันจะเป็นไรไป นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!