“ออกไป”
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่กรีดลึกลงไปในอากาศเงียบเชียบนั้นไม่ได้ดัง แต่กลับเต็มไปด้วยแรงกดดันมหาศาล รวินทร์ยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น ร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดดูไร้ที่ติ แต่ทว่าแววตากลับเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งขั้วโลกที่พร้อมจะแช่แข็งทุกคนที่ขวางหน้า ธีร์ที่เพิ่งก้าวเข้ามาหยุดชะงัก สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความงุนงงสลับกับความไม่พอใจ
“ผมแค่จะเอาของมาฝากคีย์ ไม่ได้มีเจตนาจะมารบกวนเวลาส่วนตัวของคุณรวินทร์” ธีร์โต้กลับ แม้จะดูประหม่าแต่ก็ไม่ยอมถอย
“ของที่ว่า... คือความไร้มารยาทสินะ” รวินทร์แค่นยิ้มที่มุมปาก มือหนายกขึ้นกอดอก จ้องมองผู้บุกรุกด้วยสายตาเหยียดหยาม “ที่นี่ไม่ใช่ที่สาธารณะ และผมก็ไม่ชอบให้คนนอกเข้ามาเพ่นพ่านในพื้นที่ของผม”
“แต่ผมเป็นเพื่อนคีย์”
“เพื่อน?” รวินทร์ทวนคำนั้น ราวกับมันเป็นคำที่น่ารังเกียจที่สุดในโลก “หน้าที่ของคีย์คือการเป็น ‘เบ๊’ ของผม ไม่ใช่มานั่งสมาคมกับคนแปลกหน้าที่ไม่รู้กาลเทศะ”
บรรยากาศในห้องนั่งเล่นหรูหราเริ่มร้อนระอุ คีย์ที่ยืนอยู่ระหว่างกลางรู้สึกได้ถึงแรงปะทะของกระแสไฟฟ้าที่มองไม่เห็น เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ร่างโปร่งไม่ได้ดูหวาดกลัว แต่กลับเงยหน้าขึ้นสบตารวินทร์ด้วยสายตาที่ท้าทายไม่แพ้กัน
“คุณชายคะ... พอก่อนเถอะ” คีย์พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่หนักแน่น “ธีร์เขาแค่หวังดี และที่นี่ก็ไม่ใช่กรงขังที่ผมจะไม่มีสิทธิ์มีเพื่อน”
รวินทร์หันขวับมามองร่างบางทันที แววตาคมกริบนั้นวาวโรจน์ขึ้นมาวูบหนึ่ง “เธอกล้าเถียงฉันเหรอ คีย์?”
“ผมไม่ได้เถียง ผมแค่กำลัง ‘สื่อสาร’ ในสิ่งที่ควรรู้” คีย์ยืดอกขึ้นเล็กน้อย ขยับรอยยิ้มบางๆ ที่ดูเหมือนจะยียวนในสายตาคนฟัง “อีกอย่าง การที่คุณชายไล่เพื่อนผมโดยไม่มีเหตุผลรองรับที่สมควร นอกจากความ ‘ขี้หึง’ หรือความ ‘เอาแต่ใจ’ แล้ว... ผมก็นึกไม่ออกจริงๆ ว่ามันคืออะไรกันแน่”
ความเงียบเข้าปกคลุมทันทีที่คำว่า ‘ขี้หึง’ หลุดออกมาจากปากคีย์ รวินทร์ชะงักไปครู่หนึ่ง ใบหน้าคมคายที่เคยเย็นชาปรากฏร่องรอยของความตกตะลึง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นความไม่พอใจที่พุ่งพล่าน แต่แทนที่เขาจะตวาดกลับ เขากลับหัวเราะหึออกมาในลำคอ ซึ่งเป็นเสียงหัวเราะที่ฟังดูอันตรายกว่าเดิม
“ปากดีนักนะ” รวินทร์ก้าวเข้ามาใกล้จนระยะห่างระหว่างคนทั้งสองเหลือเพียงไม่กี่เซนติเมตร “เธอคิดว่าฉันหึงเธอเหรอ? หลงตัวเองไปหรือเปล่า”
“ถ้างั้นก็พิสูจน์สิคะ” คีย์เอียงคอมองอย่างท้าทาย “ถ้าไม่หึง ก็ปล่อยให้ธีร์อยู่ต่อ หรือถ้าใจกว้างพอ จะให้เราคุยกันนานๆ ก็ยังได้... กล้าไหมล่ะคะ?”
รวินทร์นิ่งอึ้งไปครู่ใหญ่ แววตาคมปลาบจับจ้องใบหน้าเนียนใสของคนที่กล้าต่อปากต่อคำกับเขาด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน ลึกๆ ลงไปในส่วนที่ลึกที่สุดของจิตใจ ความโกรธเคืองเริ่มถูกแทนที่ด้วยความประหลาดใจ... เขาไม่เคยเจอใครที่กล้าจ้องตาเขาในจังหวะที่เขาเดือดจัดแบบนี้มาก่อน เด็กคนนี้ดื้อรั้น ไม่ยอมคน และที่สำคัญ... ยิ่งดื้อ เขากลับยิ่งรู้สึกว่าไอ้เจ้าก้อนกลมๆ ในอกที่เรียกว่า ‘หัวใจ’ มันเริ่มเต้นผิดจังหวะ
เขาเริ่มเห็นความน่าเอ็นดูในความแสบนั้นเข้าให้แล้ว
“กล้าท้าฉันเหรอ?” รวินทร์ลดเสียงลงจนเหลือเพียงเสียงกระซิบที่ฟังดูแหบพร่า “ดี... งั้นเธอก็เตรียมตัวรับผลของการกระทำนี้ไว้ให้ดีเถอะ”
รวินทร์หันไปมองธีร์ด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป ไม่ใช่ความโกรธ แต่เป็นความเรียบเฉยที่กดดันจนอีกฝ่ายทำตัวไม่ถูก “กลับไปซะ ธีร์” รวินทร์กล่าวด้วยน้ำเสียงที่ดูเป็นผู้ใหญ่และเยือกเย็นกว่าเมื่อครู่ “ถ้าไม่อยากให้เรื่องเล็กๆ กลายเป็นปัญหาใหญ่โตที่คนอย่างคุณรับมือไม่ไหว ก็ถือว่าที่ผมพูดคือคำเตือนในฐานะคนที่ ‘เหนือกว่า’ ในทุกด้าน”
ธีร์หน้าเสีย เขาหันมามองคีย์ด้วยสายตาขอโทษ ก่อนจะถอยออกไปอย่างจำยอม เมื่อประตูห้องปิดลง ความเงียบที่เหลืออยู่ก็ดูจะอบอวลไปด้วยความอึดอัดที่แฝงไปด้วยความหมายบางอย่าง
คีย์ถอนหายใจยาว “คุณชายทำแบบนั้นมันเกินไปนะคะ”
รวินทร์ไม่ได้ตอบ เขาเพียงแค่เดินตรงเข้ามาหาคีย์ ก่อนจะใช้มือหนาดันร่างของเด็กหนุ่มให้ถอยไปติดกับผนังห้อง กลิ่นน้ำหอมราคาแพงประจำตัวของรวินทร์อบอวลไปทั่วประสาทสัมผัส คีย์รู้สึกได้ถึงหัวใจของตัวเองที่เริ่มเต้นโครมคราม
“ที่ฉันทำไป... เพราะฉันเกลียดการถูกขัดใจ” รวินทร์ก้มลงมากระซิบที่ข้างหู เสียงทุ้มนั้นสั่นพร่าด้วยอารมณ์บางอย่างที่คีย์อ่านไม่ออก “และยิ่งเกลียดกว่า... ถ้าคนที่ขัดใจฉัน คือคนของฉันเอง”
“ใครเป็นคนของคุณ...” คีย์พยายามจะเบี่ยงหน้าหนี แต่รวินทร์กลับใช้มืออีกข้างเชยคางเขาไว้ บังคับให้สบตากัน
“ยังจะดื้ออีกเหรอ?” รวินทร์แค่นยิ้ม สายตาไล่สำรวจใบหน้าของคนตรงหน้าอย่างละเอียด “เธอก็รู้ว่าเวลาฉันโกรธ ฉันทำอะไรได้บ้าง... หรือว่าอยากจะลองดูตอนนี้เลยล่ะ?”
จังหวะที่คีย์กำลังจะอ้าปากเถียงกลับ เสียงโทรศัพท์มือถือของรวินทร์ก็แผดเสียงดังขึ้นทำลายบรรยากาศอันร้อนแรง รวินทร์ขมวดคิ้วแน่นด้วยความหงุดหงิด เขาดึงโทรศัพท์ออกมาดูชื่อบนหน้าจอ และเพียงแค่เห็นชื่อนั้น สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปราวกับคนละคน
ความเย็นชาที่หายไปกลับมาแทนที่ด้วยความเคร่งเครียด รวินทร์เหลือบมองคีย์แวบหนึ่ง ก่อนจะกดรับสายด้วยน้ำเสียงที่เย็นยะเยือก “ว่าไง... แม่”
คำว่า ‘แม่’ ทำให้คีย์ตัวแข็งทื่อ นี่ไม่ใช่เวลาที่รวินทร์ควรจะคุยกับครอบครัว และน้ำเสียงของรวินทร์ที่ดูแตกสลายและเก็บกดในเวลาเดียวกันนั้น ทำให้คีย์รู้ทันทีว่า... เรื่องวุ่นวายครั้งใหญ่ที่สุดกำลังจะเริ่มต้นขึ้น
หมอกไม้ไผ่หวังว่าตอนที่ 6 นี้จะทำให้รี้ดเดอร์ใจเต้นแรงไปกับความซึนของพระเอกและหัวใจที่กล้าแกร่งของคีย์นะคะ แล้วมาลุ้นกันต่อค่ะว่าปลายสายนั้นคือระเบิดเวลาลูกไหนกันแน่!
คุณชายครับ... หยุดดุสักวันจะเป็นไรไป•ตอนที่ 6
ใครกันแน่ที่ดื้อ
ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณชายครับ... หยุดดุสักวันจะเป็นไรไป นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!