เสียงกระดาษรายงานถูกวางกระแทกบนโต๊ะทำงานกระจกใสเสียงดัง *'ปัง'* จนแฟ้มเอกสารแทบกระเด็น แต่คนที่นั่งอยู่หลังโต๊ะตัวนั้นกลับไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองตามสัญชาตญาณความเคยชินเหมือนทุกวันที่ผ่านมา
ปกติแล้ว... ธันวา หรือที่ใครๆ เรียกติดปากว่า 'คีย์' จะต้องรีบโค้งตัวขอโทษขอโพย พร้อมกับยื่นมือมารับเอกสารฉบับนั้นไปแก้ไขใหม่ด้วยใบหน้ามุ่ยๆ ที่พยายามกลั้นความฮึดฮัดเอาไว้ แต่วันนี้ เด็กหนุ่มรุ่นน้องกลับยืนกอดอกพิงกรอบประตูด้วยท่าทางสบายอารมณ์ ดวงตากลมโตเรียวรีมองตรงมาที่เจ้านายหนุ่มด้วยสายตาเรียบเฉย ราวกับกำลังมองดูนกดูไม้ข้างทาง ไม่ใช่ประธานบริษัทอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ที่กำลังแผ่รังสีอำมหิตใส่
“ผมตรวจทานยอดงบประมาณไตรมาสนี้สามรอบแล้วค่ะคุณรวินทร์ ตัวเลขทุกบรรทัดถูกต้องตามระเบียบเป๊ะ ถ้าคุณชายจะหาเรื่องตีตกอีกรอบ รบกวนช่วยระบุข้อหาให้ชัดเจนกว่าคำว่า *‘มันยังไม่น่าพอใจ’* ด้วยนะคะ สมองส่วนตรรกะของผมเริ่มประมวลผลคำสั่งตามอารมณ์ไม่ทันแล้วค่ะ”
น้ำเสียงเรียบเรื่อยที่ไม่มีความเกรงกลัวเจืออยู่เลยแม้แต่น้อย ทำเอาคุณชายรวินทร์ที่กำลังจะอ้าปากเอ็ดต้องชะงัก คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันจนแทบจะผูกเป็นปม ดวงตาคมกริบกวาดมองร่างโปร่งที่ยืนทิ้งน้ำหนักตัวพิงกำแพงอย่างไม่สำรวมนั่นด้วยความรู้สึกประหลาดใจแกแกมขัดเคือง
นี่มันกล้าดียังไง?
ตลอดสามเดือนที่ผ่านมา คีย์เป็นเหมือนลูกไก่ในกำมือของเขา สั่งซ้ายต้องซ้าย สั่งขวาต้องขวา ต่อให้ดุแค่ไหน เจ้าตัวก็ได้แต่ฮึดฮัดทำหน้ายักษ์ลับหลัง แต่วันนี้... วันนี้เด็กนี่กล้าต่อปากต่อคำแถมยังทำเป็นเมินเฉยต่ออำนาจมืดของเขาอย่างหน้าตาเฉย
รวินทร์ขยับตัวพิงพนักเก้าอี้หนังราคาแพง แววตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อยเพื่อประเมินสถานการณ์
“เธอชักจะปีกกล้าขาแข็งใหญ่แล้วนะธันวา กล้าดียังไงมาทำกิริยาแบบนี้ใส่ฉัน?” น้ำเสียงทุ้มต่ำตวัดห้วน ทว่าแฝงความไม่มั่นคงบางอย่างที่เจ้าตัวก็ไม่อยากยอมรับ
“อ้าว... ผมก็ทำหน้าที่ตามขอบเขตงานปกติสิคะ หรือคุณรวินทร์อยากให้ผมกราบกรานเวลาส่งเอกสารด้วย ถึงจะเรียกว่าประพฤติตัวเหมาะสมในฐานะเบ๊... เอ๊ย เลขา?” คีย์ลอยหน้าลอยตาตอบ พtลางยกมือขึ้นมาเป่าเล็บเล่นราวกับไม่ยี่ห-ระต่อสายตาดุๆ ที่กำลังพยายามแผดเผาเขาให้เป็นจุล
รวินทร์เม้มปากแน่นจนเป็นเส้นตรง สันจมูกโด่งรั้นกระตุกวูบด้วยความหงุดหงิดที่แล่นพล่านขึ้นมาถึงขั้วหัวใจ ความเงียบงันปกคลุมห้องทำงานกว้างขวางชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาหวิว แต่บรรยากาศกลับอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก
นี่คือแผนการ... ใช่ คีย์กำลังใช้แผน ‘สงครามเย็น’ เพื่อเอาคืนเขาเรื่องเมื่อวานที่เขาเผลอไปพูดจาร้ายกาจใส่ในห้องประชุมใหญ่ เจ้าเด็กนี่จำฝังใจและกำลังหยิบเอาความเย็นชามาทิ่มแทงหัวใจเขาทางอ้อม
รู้ทั้งรู้ว่าโดนเอาคืน แต่วินาทีนี้ รวินทร์กลับรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังยืนอยู่บนปากเหวลื่นๆ ที่พร้อมจะไถลลงไปได้ทุกเมื่อ ความกระวนกระวายใจแปลกประหลาดเริ่มกัดกินความสุขุมเยือกเย็นที่เขาเพียรสร้างมาทั้งชีวิต ปกติแล้วเขาเป็นคนควบคุมทุกอย่างได้เสมอ แต่ทันทีที่คีย์ทำท่าเหมือนจะ ‘ไม่สนใจ’ เขากลับรู้สึกเหมือนสูญเสียการควบคุมไปเสียดื้อๆ
มือเรียวหนาใต้โต๊ะกำเข้าหากันแน่นโดยไม่รู้ตัว รวินทร์แกล้งก้มลงมองกองเอกสารตรงหน้าเพื่อซ่อนความปั่นป่วนในแววตา แต่สมองกลับว่างเปล่า อ่านตัวเลขบรรทัดไหนก็ไม่เข้าหัวสักตัว มีแต่ภาพรอยยิ้มกวนประสาทกับท่าทีไม่แยแสเมื่อครู่ลอยวนอยู่ในหัว
“เย็นนี้ไม่ต้องกลับ” เสียงทุ้มเอ่ยลอดไรฟันด้วยความขัดเคือง
คีย์เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างแปลกใจเล็กน้อย แต่ก็ยังรักษาระยะห่างและความเยือกเย็นเอาไว้ได้เป็นอย่างดี “ขอโทษนะคะ พอดีเย็นนี้ฉัน... เอ๊ย ผมมีนัดธุระส่วนตัวค่ะ คงอยู่ OT เป็นเพื่อนคุณชายไม่ได้หรอกนะคะ”
“ธุระอะไร? กับใคร?” รวินทร์ผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูงโดยอัตโนมัติ น้ำเสียงเผลอไผลหลุดความอยากรู้อยากเห็นออกมาจนเกินงาม
คีย์แอบยิ้มมุมปากนิดๆ ยามที่เห็นปฏิกิริยาตื่นตัวเกินเหตุนั้น ชายหนุ่มผู้เพียบพร้อมและเย่อหยิ่งคนนี้กำลังร้อนรน... และมันก็ตลกเสียจนเขาเกือบจะหลุดหัวเราะออกมาจริงๆ
“ก็... คนที่เขาพร้อมจะรับฟังเวลาผมพูด ไม่ใช่คอยแต่จะหาเรื่องด่าน่ะค่ะ” คีย์จงใจพูดพาดพิงถึง ‘ใครบางคน’ ที่โทรมาชวนไปดินเนอร์เมื่อช่วงบ่าย
ชื่อของ ‘ธีร์’ เพื่อนสมัยเด็กที่เพิ่งกลับมาจากต่างประเทศและคอยตามเทคแคร์เขาไม่ห่าง ลอยเข้ามาในหัวของรวินทร์ทันทีราวกับภาพฉายซ้ำ ภาพรอยยิ้มสนิทสนมของสองคนนั้นในร้านกาแฟเมื่อสัปดาห์ก่อนแล่นเข้ามาทิ่มแทงความรู้สึกจนหน้ามืด
ตู้ม! เหมือนเส้นความอดทนเส้นสุดท้ายขาดสะบั้นลง
รวินทร์ก้าวฉับๆ ออกจากโต๊ะทำงานด้วยความเร็วชนิดที่คีย์ไม่ทันตั้งตัว ขายาวๆ ก้าวเข้ามาประชิดร่างโปร่งจนคนตัวเล็กต้องถอยหลังไปชนกับบานประตูห้องทำงาน เสียงลมหายใจอุ่นร้อนที่ปะทะเข้าที่ข้างแก้มทำให้หัวใจที่เต้นเป็นจังหวะปกติของคีย์กระตุกวูบ
มือหนาข้างหนึ่งยกขึ้นทาบกับบานประตูเหนือหัวของคีย์ กักขังร่างบางเอาไว้ในวงแขนอย่างจำยอม ดวงตาคมกริบดارลึกลงจนน่ากลัว สันจมูกโด่งอยู่ห่างจากปลายจมูกของเขาไม่ถึงคืบ
“เธอชักจะลองดีกับฉันมากเกินไปแล้วนะคีย์...” เสียงกระซิบพร่าต่ำลอดออกมาจากริมฝีปากหยักที่เม้มเข้าหากันแน่น มันไม่ใช่เสียงดุอย่างเคย แต่มันคือเสียงคำรามของสัตว์ป่าที่กำลังถูกแย่งอาณาเขต
“คุณรวินทร์... ถอยไปเลยนะคะ มาประชิดตัวแบบนี้มันผิดมารยาททางธุรกิจค่ะ!” คีย์พยายามดึงเสียงให้แข็งเพื่อกลบเกลื่อนอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะที่เริ่มทรยศ แต่มือเล็กที่ดันแผงอกอีกฝ่ายกลับสั่นเทาเล็กน้อยอย่างปิดไม่มิด
“ฉันไม่สนกฎบ้าบออะไรทั้งนั้น!” รวินทร์สวนกลับทันควัน ดวงตาคมวาวโรจน์ด้วยความหึงหวงที่พุ่งทะลุขีดจำกัด “ถ้าเธอคิดจะเอาคืนฉันด้วยวิธีนี้... บอกไว้ก่อนเลยว่าเธอคิดผิดมหันต์!”
คีย์ชะงัก เงยหน้าขึ้นสบตากับคนตรงตรงบรรยากาศรอบตัวเหมือนถูกแช่แข็งด้วยความใกล้ชิดที่อันตรายเกินไป กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับความร้อนจากร่างกายของเจ้านายหนุ่มกำลังทำให้สติของเขาเริ่มกระเจิดกระเจิง
ท่ามกลางความเงียบงันที่บีบคั้นหัวใจจนแทบหยุดเต้น ประตูห้องทำงานที่ปิดสนิทก็ถูกผลักเปิดผางเข้ามาอย่างไรมารยาท พร้อมกับเสียงทุ้มใสของแขกไม่ได้รับเชิญที่ดังแทรกบรรยากาศตึงเครียดขึ้นมาทันที
“คีย์! ฉันมารับแล้ว... เอ๊ะ ขอโทษที ฉันเข้ามาขัดจังหวะอะไรหรือเปล่าเนี่ย?”
รวินทร์และคีย์สะดุ้งสุดตัว หันขวับไปมองผู้มาใหม่พร้อมกัน
ร่างสูงโปร่งของ ‘ธีร์’ ยืนยิ้มร่าอยู่ตรงหน้าประตู ในมือถือช่อดอกไม้ช่อใหญ่ สายตากวาดมองท่าทางส่อพิรุธของคนทั้งคู่ด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
และในวินาทีนั้นเอง... รวินทร์ก็รู้สึกเหมือนเลือดในกายเดือดพล่านจนแทบจะพ่นไฟออกมาทางปากได้อยู่แล้ว!
-----------------
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะมาฟินจิกหมอนและลุ้นไปกับเคมีคู่กัดคู่นี้ด้วยกันนะคะ!
คุณชายครับ... หยุดดุสักวันจะเป็นไรไป•ตอนที่ 15
เมื่อเด็กแสบเริ่มเอาคืน
ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณชายครับ... หยุดดุสักวันจะเป็นไรไป นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!