โลหิตสีดำคล้ำหลั่งรินจากมุมปากของไป๋มู่เฉิน หยดลงกระทบพื้นศิลาหยกเย็นเยียบจนเกิดเสียงซู่ซ่าดั่งกรดเข้มข้นกัดกร่อน ไอปราณกระบี่ที่เคยพวยพุ่งราวกับมังกรทะยานฟ้าบัดนี้กลับแปรเปลี่ยนเป็นความว่างเปล่าอันเย็นยะเยือก ชีพจรเก้าหยางของเขากำลังแตกสลายจากภายใน พิษโลหิตทมิฬที่ได้รับมาจากหุบเขาอเวจีมิใช่สิ่งที่พลังลมปราณทั่วไปจะต้านทานได้ ท่ามกลางถ้ำลับที่ซ่อนตัวอยู่หลังม่านน้ำตก ไอปراณพิสุทธิ์ผสมผสานกับกลิ่นอายความตายแผ่ซ่านจนน่าอึดอัด
อวิ๋นซือหานคุกเข่าลงข้างกายชายหนุ่ม ดวงตาดอกท้อคู่คมกริบที่เคยราบเรียบดั่งผิวน้ำในบึงลึก บัดนี้กลับไหววูลด้วยคลื่นอารมณ์ที่นางพยายามกด
"เจ้าช่างโง่เขลานัก มู่เฉิน..." น้ำเสียงของนางแหบพร่าเล็กน้อย ทว่ายังคงไว้ซึ่งความเย่อหยิ่งและเด็ดเดี่ยวตามวิสัยของปรมาจารย์โอสถ "เหตุใดจึงเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องศิลาวิญญาณโลหิตมารนั่น... รู้หรือไม่ว่าพิษนี้มันกัดกินแม้กระทั่งวิญญาณของเจ้า!"
ไป๋มู่เฉินแย้มยิ้มขื่นขม ริมฝีปากที่ซีดเซียวเปื้อนคราบโลหิตยิ่งขับเน้นความงามอันระทมทุกข์ เขาป้องมือขึ้นอย่างยากลำบาก ดวงตาคมปลาบมองสตรีตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าจะเอ่ย "หากข้าไม่ทำเช่นนั้น... อวิ๋นซือหาน... แดนเซียนคงไม่มีเจ้าผู้บริสุทธิ์หลงเหลืออยู่ให้ข้าได้ปกป้องอีกแล้ว..."
คำพูดนั้นราวกับคมกระบี่ที่กรีดลงบนกลางใจของอวิ๋นซือหาน ความทรงจำในวันที่สำนักถูกกวาดล้าง อาจารย์ผู้ให้กำเนิดวิถีเซียนต้องดับสูญในกองเพลิงปราณสวรรค์ผุดขึ้นมาอีกครั้ง นางกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้า
เนื้อผิว ปราณโอสถสีครามระอุขึ้นรอบปลายนิ้ว
"ข้าไม่ยอมให้เจ้าตายที่นี่..." นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเทาเล็กน้อยก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความเด็ดเดี่ยวอันน่าสะพรึงกลัว "ในเมื่อวิถีเซียนปกติไม่อาจช่วยเจ้าได้ ข้าก็จักใช้ 'วิถีโอสถฝืนฟ้า' เพื่อยื้อวิญญาณเจ้ากลับมาจากเงื้อมมือยมโลก!"
อวิ๋นซือหานสะบัดแขนเสื้ออย่างรวดเร็ว กลิ่นอายสมุนไพรล้ำค่านับร้อยชนิดพวยพุ่งออกมาจากแหวนมิติ แสงเจิดจ้าหลากสีสันสาดส่องไปทั่วถ้ำ นางหยิบ 'หม้อโอสถเพลิงสุริยัน' ออกมาตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า หม้อโบราณใบนี้สลักลวดลายอสูรบรรพกาล เมื่อสัมผัสกับไอปราณของนาง มันก็ส่งเสียงคำรามต่ำดั่งพยัคฆ์กู่ร้อง
"เจ้ากำลังจะทำอะไร..." ไป๋มู่เฉินขมวดคิ้วแน่น พยายามฝืนยันกายลุกขึ้นแต่ถูกไอปราณกดทับไว้ "การฝืนใช้โอสถทวนกระแสสวรรค์... ร่างกายและจิตวิญญาณของเจ้าจะต้องแบกรับทัณฑ์สวรรค์มหาศาล! ข้าเป็นเพียงคนบาปที่สมควรตาย ไยเจ้าต้องเอาอนาคตของปรมาจารย์โอสถมาเดิมพัน!"
"หุบปาก!" อวิ๋นซือหานตวาดเสียงกร้าว ดวงตาคู่สวยแดงก่ำด้วยหยาดน้ำตาที่นางพยายามสะกดกลั้นไว้ไม่ให้ร่วงหล่น "ชีวิตของเจ้า ข้าเป็นคนกำหนด! หากฟ้าดินต้องการเอาชีวิตเจ้าไป ข้าผู้นี้ก็จะใช้ไฟโอสถหลอมละลายฟ้าดินเสีย!"
สิ้นคำพูดอันทรงพลัง นางสะบัดฝ่ามือออกไป อัคคีพิสุทธิ์สีทองอร่ามพวยพุ่งเข้าโอบล้อมหม้อโอสถเพลิงสุริยันทันที ความร้อนระอุแผ่ซ่านจนผนังถ้ำหินผาเริ่มหลอมละลายกลายเป็นลาวาหนืด อวิ๋นซือหานเริ่มหยิบสมุนไพรระดับบรรพกาลทีละชนิดโยนเข้าไปภายใน ไม่ว่าจะเป็น 'รากบัวเก้าวิญญาณ' 'โสมเพลิงโลหิต' และที่สำคัญที่สุดคือ 'เกล็ดมังกรสวรรค์' ที่นางแลกมาด้วยบาดแผลสาหัสเมื่อปีก่อน
ทุกย่างก้าวของการปรุงยาเต็มไปด้วยความเจ็บปวด ทันทีที่สมุนไพรหายากเหล่านี้หลอมรวมกัน กลิ่นอายพลังอันรุนแรงก็สะท้อนกลับมาเล่นงานร่างของอวิ๋นซือหาน เลือดสดๆ ไหลรินจากจมูกและมุมปากของนาง ทว่าแววตาของปรมาจารย์สาวกลับไม่เคยมีความหวาดกลัวปรากฏขึ้นแม้แต่น้อย มีเพียงความมุ่งมั่นที่จะฝืนลิขิตชะตากรรม
"ย้ากกกก!"
อวิ๋นซือหานส่งเสียงคำรามลั่น ประสานอินด้วยมือทั้งสองข้างอย่างรวดเร็วจนเกิดเป็นภาพติดตา อักขระโบราณนับหมื่นตัวปรากฏขึ้นกลางอากาศ ห้อมล้อมหม้อโอสถดั่งสร้อยไข่มุกแห่งดารา ไอปราณสวรรค์และไอปราณมารปะทะกันอย่างรุนแรงภายในหม้อจนเกิดเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว พื้นดินสั่นสะเทือนราcotแผ่นดินจะแยกออกเป็นเสี่ยงๆ
ท้องฟ้าเบื้องบนเหนือถ้ำลับพลันแปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท เมฆทัณฑ์สวรรค์ก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว สายฟ้าสีทองคำและสีดำสนิทผสานเกลียวกันฟาดผ่าลงมาอย่างบ้าคลั่ง ทัณฑ์สวรรค์กำลังลงทัณฑ์ผู้ที่บังอาจฝืนสร้าง 'โอสถพลิกชะตา' ขึ้นมาในโลกหล้า!
เปรี้ยง! เสียงอสุนีบาตฟาดทะลุเพดานถ้ำลงมาเฉียดร่างของอวิ๋นซือหานไปเพียงชื้อมือ แรงกระแทกทำให้ร่างบางเซถลาเกือบทรุดลง แต่ร่างกายของนางยังคงยืนหยัด ปลายนิ้วเรียวยาวดีดสะบัดบังคับเปลวเพลิงในหม้อให้หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว เม็ดโอสถสีทองอร่ามบริสุทธิ์ปรากฏรัศมีเจิดจ้าพวยพุ่งทะลุหม้อโอสถขึ้นสู่เบื้องบน แข่งกับสายฟ้าทัณฑ์สวรรค์อย่างไร้ความเกรงกลัว
"มู่เฉิน... อ้าปาก!" อวิ๋นซือหานตะโกนลั่น นางใช้พลังเฮือกสุดท้ายคว้าเม็ดโอสถนั้นไว้ในมือ ก่อนจะพุ่งเข้าประชิดตัวชายหนุ่มแล้วยัดมันเข้าไปในปากของเขาอย่างรวดเร็ว
ทันทีที่โอสถพลิกชะตาละลายลงคอ ร่างกายของไป๋มู่เฉินก็เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ แสงสีทองสว่างวาบแผ่ขยายออก
รอบตัว ชีพจรเก้าหยางที่แตกสลายกลับเชื่อมต่อเข้าหากันอย่างน่าอัศจรรย์ พิษโลหิตทมิฬถูกขับออกมาทางรูขุมขนจนกลายเป็นควันสีดำพวยพุ่งสู่บรรยากาศ ร่างกายของเขากลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง พลังกระบี่ไร้ลักษณ์พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าด้วยความเกรี้ยวกราดกว่าเก่า
ทว่า... ราคาที่ต้องจ่ายนั้นช่างแสนสาหัส
อวิ๋นซือหานที่สูญเสียพลังปราณไปจนหมดสิ้นจากการควบคุมทัณฑ์สวรรค์และหลอมโอสถทรยศฟ้าดิน ร่างกายของนางทรุดฮวบลงสู่อ้อมกอดของไป๋มู่เฉิน เลือดสีแดงฉานไหลอาบทั่วร่างของนาง ลมหายใจแผ่วเบาราวกับเทียนไขยต้องสายลม
"ซือหาน! ซือหาน!" ไป๋มู่เฉินตื่นตระหนกเป็นครั้งแรกในชีวิต เขารวบร่างบางเข้าแนบอก ไอปราณของเขาถูกถ่ายเทเข้าไปเพื่อพยุงชีวิตนางอย่างบ้าคลั่ง ดวงตาคมเข้มฉายแววเจ็บปวดทรมานยิ่งกว่าตอนที่ตนเองใกล้ตาย "เหตุใดเจ้าจึงโง่เขลาถึงเพียงนี้... เหตุใด..."
อวิ๋นซือหานแย้มยิ้มอ่อนแรง เปลือกตาของนางหนักอึ้ง นางยกมือขึ้นสัมผัสใบหน้าของชายหนุ่มแผ่วเบา รอยเลือดเปื้อนแก้มของเขาจากปลายนิ้วของนาง "ข้า... ไม่ยอมให้คนที่ข้ารัก... ตายต่อหน้าต่อตาข้าเป็นครั้งที่สอง..."
ยังไม่ทันที่ไป๋มู่เฉินจะได้เอ่ยคำใดตอบกลับ เงาปริศนาร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นที่ปากทางเข้าถ้ำลับอย่างเงียบเชียบ พร้อมกับเสียงปรบมือช้าๆ ที่ดังสะท้อนก้องกังวาน ท่ามกลางไอปราณมารอันชั่วร้ายที่แผ่ปกคลุมไปทั่วบริเวณ
"ช่างเป็นภาพที่ซาบซึ้งใจยิ่งนัก... ปรมาจารย์โอสถผู้เย็นชา ยอมแม้กระทั่งแลกชีวิตเพื่อศิษย์พี่ผู้ทรยศ" เสียงทุ้มต่ำอันเย็นเยียบดังขึ้น พร้อมกับกระบี่มารเล่มหนึ่งที่ถูกชักออกจากฝักอย่างเชื่องช้า แสงสีเลือดสาด
ส่องกระทบใบหน้าครึ่งหนึ่งของแขกผู้ไม่ได้รับเชิญ "น่าเสียดาย... ที่โอสถฝืนฟ้าเม็ดนั้น หาได้ช่วยให้พวกเจ้ามีชีวิตรอดออกไปจากที่นี่ไม่..."
ขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่ากระบี่และไอปราณมา ณ ที่นี้นะครับ
เซียนโอสถไร้ใจกับวิญญาณกระบี่ผู้ทรยศ•ตอนที่ 8
วิชาปรุงยาที่ฝืนกฎสวรรค์
ผลงานโดย เพลิงโอสถสวรรค์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงโอสถสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนโอสถไร้ใจกับวิญญาณกระบี่ผู้ทรยศ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!