เซียนโอสถไร้ใจกับวิญญาณกระบี่ผู้ทรยศ•ตอนที่ 10

รุ่งอรุณแห่งการจากลา

ผลงานโดย เพลิงโอสถสวรรค์
“เจ้าจะไปจริงๆ หรือ” เสียงนั้นทุ้มต่ำ ทว่าแฝงไปด้วยความร้าวรานที่ถูกกดทับไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย อวิ๋นซือหานไม่ได้หันกลับไปมองคนถาม นางยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางกลิ่นอายคาวเลือดที่ยังคงจางๆ ของพงไพรที่เพิ่งผ่านการต่อสู้เมื่อคืน มือเรียวบางที่สวมถุงมือหนังเนื้อละเอียดกระชับห่อผ้าบรรจุเตาหลอมโอสถไว้แน่นจนปลายนิ้วซีดเผือด ไป๋มู่เฉินแค่นยิ้มที่มุมปาก แววตาของจอมกระบี่ผู้ทรยศไม่ได้ฉายความเสียดาย ทว่ามันกลับเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า “รอยเท้าที่สำนักวิหคเพลิงทิ้งไว้มีเล่ห์กลลวงตามากมาย หากข้าไม่แยกไปทางทิศตะวันออกเพื่อดึงดูดความสนใจจากพวกมัน เจ้าก็ไม่มีวันไปถึงหุบเขาหมื่นพิษได้โดยไม่ถูกจับตามอง” “ข้าไม่ได้ต้องการการเสียสละของท่าน” อวิ๋นซือหานหันกลับมา นัยน์ตาดุจน้ำแข็งของนางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่ราวกับขุมนรกของชายตรงหน้า “การสืบข่าวลวงนั้นเท่ากับการเดินเข้าสู่ปากมังกร หากท่านพลาด... นั่นหมายถึงความตาย” “ความตายหรือ?” ไป๋มู่เฉินหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแปร่งหูราวกับคมกระบี่เสียดสีกัน “นับตั้งแต่ข้าก้าวออกจากสำนักในวันนั้น ข้าก็ตายไปแล้ว อวิ๋นซือหาน... เหลือเพียงเศษซากวิญญาณกระบี่ที่ยังรอเวลาชำระแค้นให้ท่านอาจารย์ การที่ข้าเลือกจะช่วยท่าน ไม่ใช่เพื่อความกตัญญูที่ท่านเข้าใจ แต่เพื่อไม่ให้แผนการที่ข้าเพียรพังทลายลงเพียงเพราะความดื้อรั้นของสตรีเช่นท่าน” อวิ๋นซือหานกัดริมฝีปากแน่น ความเจ็บปวดในอกซ้ายนั้นไม่ใช่ความอาวรณ์ แต่มันคือความจริงที่นางไม่อาจยอมรับได้ ว่าคนผู้นี้—ชายที่นางเคยชิงชังที่สุด—กลับกลายเป็นคนเดียวที่ยืนหยัดเคียงข้างนางท่ามกลางขุนเขาที่เต็มไปด้วยศัตรู นางก้าวเข้าไปหาเขาหนึ่งก้าว กลิ่นหอมจางๆ ของสมุนไพรล้ำค่าจากกายสาวปะทะกับกลิ่นเหล้าแรงๆ และไอเย็นเยือกจากกายชายหนุ่ม ไป๋มู่เฉินชะงักไปเล็กน้อย มือที่เคยกุมด้ามกระบี่แน่นค่อยๆ ผ่อนคลายลง “เอาไป” อวิ๋นซือหานยื่นขวดหยกสีมรกตขนาดเล็กให้เขา “โอสถเพลิงชีพจร หากท่านพบวิกฤตจนถึงขีดจำกัด จงกลืนมันลงไป แม้ต้องแลกกับปราณวารีที่ท่านฝึกมา แต่มันจะช่วยให้ท่านมีชีวิตรอดกลับมาหาข้าได้... ที่หอคอยไร้จันทร์ในอีกเจ็ดวันให้หลัง” ไป๋มู่เฉินมองขวดหยกในมือสลับกับใบหน้าของหญิงสาว เขานิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ ก่อนจะเก็บมันเข้าอกเสื้ออย่างไม่ใส่ใจ “เจ้ากำลังสั่งให้ข้าต้องรอดงั้นหรือ?” “ข้าเพียงแค่ไม่อยากให้ความพยายามที่ผ่านมาต้องสูญเปล่า” นางตอบพลางเบือนหน้าหนี “หึ ความเย็นชาของเจ้ายังคงเป็นพิษร้ายที่น่ากลัวกว่าโอสถใดๆ ที่เจ้าปรุง” ไป๋มู่เฉินหมุนตัวกลับหลังหัน ลมปราณรอบกายเริ่มหมุนวนจนเกิดเสียงวีดหวิวราวกับพายุที่กำลังก่อตัว “จงไปเสีย อวิ๋นซือหาน เส้นทางของเจ้าคือการไขปริศนาที่อาจารย์ทิ้งไว้ ส่วนเส้นทางของข้า คือการฝังกลบความจริงที่สำนักพยายามปิดบัง” เขาทะยานร่างหายไปในเงามืดของพงไพรอย่างรวดเร็วดุจสายฟ้าฟาด ทิ้งให้อวิ๋นซือหานยืนเคว้งคว้างอยู่ท่ามกลางความเงียบงันที่น่าสะพรึงกลัว นางกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าในเนื้อ ความโดดเดี่ยวที่นางเคยชินกลับกลายเป็นสิ่งเลวร้ายที่สุดในยามนี้ แต่ก่อนที่นางจะหันหลังกลับเพื่อเดินทางมุ่งหน้าสู่หุบเขาหมื่นพิษ เสียงฝีเท้าหนักๆ ที่คุ้นเคยกลับดังขึ้นจากทิศทางที่ไป๋มู่เฉินเพิ่งจากไป! ไม่ใช่เสียงฝีเท้าของไป๋มู่เฉิน... แต่มันคือเสียงย่ำเท้าของชายชุดดำนับสิบคนที่แฝงตัวอยู่บนยอดไม้ พร้อมกับกลิ่นอายปราณที่หนาแน่นและคุ้นเคยอย่างประหลาด กลิ่นอายของ "เคล็ดวิชากระบี่สวรรค์พิฆาต" ซึ่งควรจะเป็นวิชาลับที่สูญหายไปพร้อมกับสำนักของนาง อวิ๋นซือหานเบิกตากว้าง หัวใจเต้นรัวด้วยความตระหนักอันน่าสะพรึงกลัว "คนทรยศไม่ได้มีเพียงแค่ศิษย์พี่... แต่มีหนอนบ่อนไส้ที่รอคอยช่วงเวลานี้มาตลอด" นางชักมีดสั้นอาบยาพิษออกจากแขนเสื้อ ในขณะที่ร่างสูงใหญ่ของบุรุษผู้หนึ่งก้าวออกมาจากเงามืด บนใบหน้าของมันมีรอยแผลเป็นรูปกระบี่ที่นางจำได้ดี มันคือคนสนิทที่นางเคยเชื่อใจที่สุด—และมันกำลังถือศีรษะที่ชุ่มไปด้วยเลือดของไป๋มู่เฉินอยู่ในมือ! ขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่ากระบี่และไอปราณมา ณ ที่นี้นะครับ เพลิงโอสถสวรรค์
สารจากนักเขียน (เพลิงโอสถสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนโอสถไร้ใจกับวิญญาณกระบี่ผู้ทรยศ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%