เซียนโอสถไร้ใจกับวิญญาณกระบี่ผู้ทรยศ•ตอนที่ 5

กลิ่นไอจากหุบเขาหมื่นพิษ

ผลงานโดย เพลิงโอสถสวรรค์
"พิษสิบศัตรูไม่ระคายผิว แต่พิษในใจเจ้า... เกรงว่าจะกัดกินกระดูกและวิญญาณจนหมดสิ้นแล้วกระมัง" เสียงทุ้มต่ำดุจสายน้ำวนในห้วงลึกของถ้ำมืดมิดเอ่ยขึ้น พร้อมกับประกายกระบี่สีครามที่วาดผ่านความมืด ตัดสายหมอกสีม่วงเข้มให้แยกออกจากกันเป็นสองส่วนอย่างงดงาม อวิ๋นซือหานยืนนิ่งอยู่บนโขดหินชื้นแฉะ เสื้อคลุมสีขาวสะอาดตาบัดนี้มีรอยเปื้อนคราบเขม่าสีดำสนิทจากไอพิษที่ลอยวนเวียนอยู่รอบกาย ทว่าแววตาของเขากลับปราศจากความหวาดหวั่น มีเพียงความเยือกเย็นดั่งน้ำแข็งพันปีที่สะท้อนเงาของหมู่แมกไม้บิดเบี้ยวในหุบเขาหมื่นพิษแห่งนี้ เบื้องหน้าของเขาคือด่านแรกของการเดินทางสู่ทิศตะวันตก — หุบเขาหมื่นพิษอัคคีทมิฬ พื้นดินเบื้องล่างไม่ใช่ดินโคลนธรรมดา หากแต่เป็นเถ้าถกระดูกของเหล่าผู้บำเพ็ญเพียรที่เคยล่วงล้ำเข้ามาและถูกกลืนกินจนไม่เหลือแม้แต่ซาก ไอพิษสีม่วงเข้มลอยละลิ่วดั่งวิญญาณร้ายพยายามแทรกซึมผ่านเกราะปราณป้องกันที่อวิ๋นซือหานแผ่ขยายออกมา เสียง 'ฟ่อ' ดั่งอสรพิษคำรามดังสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาทอย่างไม่ขาดสาย "มู่เฉิน... เจ้าประเมินพิษของที่นี่ต่ำเกินไป" อวิ๋นซือหานเอ่ยขึ้นโดยไม่หันกลับไปมอง ขณะที่มือเรียวยาวดั่งหยกขาวกำลังคีบเม็ดยาสีทองอร่ามเม็ดหนึ่งขึ้นมาจรดริมฝีปาก เม็ดยานี้มีชื่อว่า 'โอสถสุริยันชำระวิญญาณ' เป็นผลงานการกลั่นระดับเก้าที่หาได้ยากยิ่งในรอบร้อยปี ไม่ไกลนัก ไป๋มู่เฉินยืนพิงลำต้นของต้นไม้โบราณที่ใบกลายเป็นสีดำสนิท มือข้างหนึ่งกุมด้ามกระบี่ไร้ลักษณ์ไว้แน่น นิ้วมือเรียวยาวปรากฏเส้นเลือดปูดโปนเล็กน้อยบ่งบอกถึงการใช้สมาธิขั้นสูงในการสะกดกลั้นไอพิษที่พยายามกัดกินเส้นชีพจรของตนเอง ร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีเทาเข้มสะท้อนความโดดเดี่ยวและระคนความระแวดระวัง เขายกยิ้มมุมปากอย่างเย้ยหยัน ทั้งเย้ยหยันฟ้าดินและเย้ยหยันโชคชะตาของตนเอง "หุบเขาหมื่นพิษแห่งนี้หาได้น่ากลัวเท่าจิตใจของเหล่าผู้อาวุโสแห่งสำนักกระบี่สวรรค์ไม่" ไป๋มู่เฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ดวงตาคมกริบดั่งคมกระบี่เหลือบมองสหายร่วมทางที่บัดนี้กลายเป็นทั้งคู่คิดและผู้ร่วมชะตากรรม "ข้าทรยศสำนักเพื่อปกป้องความจริง... แต่เจ้าเล่า ซือหาน เหตุใดจึงยอมเอาชีวิตมาทิ้งในดินแดนรกร้างเช่นนี้เพื่อช่วยข้าตามหา 'รากบัวเพลิงบรรพกาล' กันเล่า?" คำถามนั้นลอยเคว้งคว้างอยู่กลางอากาศ ท่ามกลางเสียงหวีดหวิวของสายลมพิษที่พัดพาเอาความหนาวเหน็บเข้ามาเสียดกระดูก อวิ๋นซือหานกลืนโอสถลงคอ ไอสีทองสว่างวาบขึ้นรอบร่างขับไล่ไอพิษสีม่วงให้ถอยร่นไปสามชั่วตัวคน เขาสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะหันกลับมาสบตาอีกฝ่าย แววตาของปรมาจารย์โอสถไร้ใจไหววูบไปชั่วขณะ—ภาพเหตุการณ์ในคืนวันที่สำนักถูกเพลิงผลาญและอาจารย์ต้องสิ้นใจในอ้อมแขนยังคงชัดเจนราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน "ข้าไม่ได้มาเพื่อช่วยเจ้า" อวิ๋นซือหานเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าก้องกังวาน "ข้ามาเพื่อทวงคืนความยุติธรรมให้แก่ดวงวิญญาณนับร้อยในสำนัก และพิสูจน์ว่าเส้นทางโอสถของข้า... ไม่ได้พ่ายแพ้ต่อกฎเกณฑ์บ้าคลั่งของสวรรค์" บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองตึงเครียดขึ้นในทันที แม้จะร่วมเดินทางฝ่าฟันอันตรายมาด้วยกันนับพันลี้ ทว่าความสัมพันธ์ของพวกเขากลับเปราะบางดั่งแผ่นน้ำแข็งบนปากปล่องภูเขาไฟ ฝ่ายหนึ่งคือผู้ใช้กระบี่ผู้โดดเดี่ยวไร้สำนัก อีกฝ่ายคือปรมาจารย์โอสถผู้เย็นชาและไร้หัวใจ ทั้งสองต่างซ่อนบาดแผลฉกรรจ์ไว้ภายใต้หน้ากากแห่งความแข็งแกร่ง ทันใดนั้นเอง! พื้นดินเบื้องล่างที่เคยสงบนิ่งกลับสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นราวกับแผ่นดินจะถลาย ไอพิษสีม่วงเข้มหนาแน่นขึ้นนับร้อยเท่าจนกลายเป็นหมอกทึบมองไม่เห็นแม้แต่ปลายนิ้วของตนเอง เสียงคำรามต่ำ ๆ ดั่งสัตว์อสูรบรรพกาลดังสะท้อนมาจากใต้ภូเขา ดินแยกตัวออกเป็นร่องลึก ปรากฏร่างของเงาสودเงาหนึ่งที่แผ่ไอสังหารรุนแรงจนทำให้อากาศรอบด้านบิดเบี้ยว "ระวัง!" ไป๋มู่เฉินคำรามลั่น ร่างของเขาพุ่งทะยานออกไปดุจสายฟ้าฟาด กระบี่ไร้ลักษณ์ถูกชักออกจากฝักครึ่งหนึ่ง ส่งเสียงกรีดร้องเสียดแก้วหู ประกายแสงสีเงินยวงสว่างวาบตัดผ่านความมืดมิดเข้าปะทะกับกรงเล็บมหึมาที่พุ่งขึ้นมาจากพื้นดินทันที เปรี้ยง! แรงปะทะสะท้อนกลับจนเศษหินและเถ้าถ่านกระจายไปทั่วสารทิศ อวิ๋นซือหานไม่รอช้า สองมือสะบัดออก ปรากฏเข็มเงินเคลือบโอสถเพลิงนับร้อยเล่มพุ่งแหวกอากาศออกไปดั่งหามฝน มุ่งตรงไปยังจุดอับสายตาของเงาสัตว์อสูรเบื้องหน้า ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่เข็มเงินเหล่านั้นเข้าใกล้เป้าหมาย ไอพิษรอบตัวกลับรวมตัวกันกลายเป็นรูปหน้ามนุษย์มหึมาอ้าปากหัวเราะก้องกังวาน เสียงนั้นเต็มไปด้วยความอาฆาตมาดร้ายและคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด ร่างที่ปรากฏขึ้นท่ามกลางกลุ่มควันพิษไม่ใช่สัตว์อสูร... แต่เป็นเงาร่างของชายชราในชุดคลุมสีดำสนิท ใบหน้าครึ่งหนึ่งเน่าเปื่อยไร้เนื้อหนัง ดวงตาส่องประกายสีแดงฉานจ้องมองมาที่อวิ๋นซือหานด้วยรอยยิ้มบิดเบี้ยว "ซือหาน... ลูกศิษย์รัก เจ้าคิดว่าหนีพ้นจากเงาของข้าจริง ๆ หรือ?" เสียงนั้นดังก้องสะท้อนในหัวของอวิ๋นซือหานจนร่างทั้งร่างชะงักงัน เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายขึ้นตามไรผม ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงระคนไม่อยากเชื่อ เพราะเสียงนั้น... คือเสียงของผู้อาวุโสสูงสุดผู้ล่วงลับที่เขาฝังร่างด้วยมือของตนเองเมื่อสามปีก่อน! ขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องยุทธภพและร่วมเผชิญหน้ากับความจริงอันมืดมิดนี้ไปด้วยกันนะครับ — เพลิงโอสถสวรรค์
สารจากนักเขียน (เพลิงโอสถสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนโอสถไร้ใจกับวิญญาณกระบี่ผู้ทรยศ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%