หยาดโลหิตสีชาดที่ไหลซึมจากมุมปากของไป๋มู่เฉินไม่ได้น่ากลัวเท่ากับรอยยิ้มเย้ยหยันที่เขากำลังมอบให้กับความไร้ประโยชน์ของตนเอง
ในถ้ำผาอัสดงยามนี้ ไอปราณฟ้าดินวิปริตแปรปรวนจนกลายเป็นพายุด้านนอกที่กรีดร้องดั่งผีสาง ความกดดันระดับขอบเขตจิตวิญญาณหลอมรวมกดทับจนแผ่นหินรอบด้านร้าวราน อวิ๋นซือหานขบกรามแน่นจนได้กลิ่นคาวเลือดจางๆ ในโพรงปาก นางไม่เคยคิดเลยว่าการฝืนโคจรวิชาโอสถทิพย์เพื่อขับพิษอัสนีสวรรค์ออกจากร่างของชายผู้นี้ จะต้องแลกมาด้วยการที่เส้นชีพจรปราณของทั้งคู่เชื่อมโยงเข้าหากันอย่างไร้ทางหลีกเลี่ยง
"เจ้ายังฝืนยิ้มออกอีกหรือ ไป๋มู่เฉิน?" น้ำเสียงของอวิ๋นซือหานราบเรียบดุจผิวน้ำในบึงลึก ทว่าสั่นสะเทือนเล็กน้อยยามที่ปลายนิ้วเรียวยาวอันสั่นเทาของนางแตะลงบนจุดชีพจรบริเวณหัวไหล่ขวาของเขา "ถ้าเจ้าตายที่นี่ ความจริงเรื่องสำนักถูกทำลายคงฝังลงหลุมพร้อมกับซากศพของเจ้าเป็นแน่"
ไป๋มู่เฉินหอบหายใจหนักหน่วง ไอเย็นจากกระบี่ไร้ลักษณ์ในแดนจิตวิญญาณของเขากำลังสะท้อนย้อนกลับมาทำลายอวัยวะภายใน ดวงตาคมกริบที่เคยเย่อหยิ่งทระนงบัดนี้ฉายแววอ่อนล้า แต่กระนั้นเขาก็ยังแค่นénหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความขมขื่น
"ข้า... ไม่คิดว่าคุณหนูตระกูลอวิ๋นผู้สูงส่ง จะยอมเอาชีวิตตัวเองมาเสี่ยงเพื่อรักษาคนทรยศเช่นข้า..." ไป๋มู่เฉินเอ่ยเสียงแผ่วเบา ดวงตาคมกริบมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่ฉายแววซับซ้อนของนาง "ปล่อยข้าเสียเถอะ ซือหาน ปราณย้อนกลับรอบนี้... เจ้าก็รู้ว่ารอดได้ยาก"
"หุบปากซะ!" อวิ๋นซือหานตวาดกร้าว นางปัดเศษผมที่ชุ่มเหงื่อออกจากหน้าผากของเขาด้วยความรุนแรงที่แฝงความสั่นไหว ปราณอัคคีโอสถในตันtianของนางระเบิดออกเพื่อแผ่ไออุ่นเข้าต้านทานความหนาวเหน็บที่แผ่ซ่านมาจากบาดแผลของเขา "ข้าไม่ได้ช่วยเจ้าเพราะคุณธรรมน้ำมิตรบ้าบออะไรนั่น แต่ถ้าเจ้าตาย ข้าจะไปทวงถามความยุติธรรมให้อาจารย์จากใครเล่า!"
บรรยากาศภายในถ้ำเงียบงันลงชั่วขณะ มีเพียงเสียงคำรามของสายฟ้าฟาดกระหน่ำอยู่เบื้องนอก อัสนีบาตฟาดลงมาสะเทือนเลื่อนลั่นจนหินผาสั่นไหว ไอปราณดิบเถื่อนทะลักผ่านรอยแยกของผนังถ้ำเข้ามาประชิดตัวทั้งสอง นำพาความหนาวเหน็บระดับกระดูกดำเข้ามาเกาะกุม
ร่างของไป๋มู่เฉินสั่นเทิ้มขึ้นเรื่อยๆ พิษอัสนีสวรรค์เริ่มกัดกินเส้นประสาท ปลายนิ้วของเขาเริ่มเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำ ความร้อนรุ่มจากพิษไข้สลับกับความหนาวเหน็บทำให้สติของเขาเริ่มเลือนราง
อวิ๋นซือหานกัดริมฝีปากจนห่อเลือด นางรู้ดีว่าหากปล่อยให้สถานการณ์ดำเนินไปเช่นนี้ อีกไม่ถึงหนึ่งกัณฑ์ (ครึ่งชั่วยาม) ทั้งนางและเขาต้องกลายเป็นกองเลือดที่แข็งตัวอย่างแน่นอน ไม่มีทางเลือกอื่นหลงเหลืออีกแล้ว
นางขยับกายเข้าไปประชิดร่างของชายหนุ่มอย่างไร้ซึ่งช่องว่าง แผ่นหลังบางแนบชิดกับอกกว้างที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจากสนามรบ ไอปราณอัคคีโอสถบริสุทธิ์ถูกรีดเร้นออกมาจากจุดตันtianจนหมดสิ้น นางโอบกอดร่างที่เย็นเฉียบของไป๋มู่เฉินไว้ในอ้อมแขน ถ่ายเทความอบอุ่นและพลังปราณของตนเองผ่านทางแผ่นหลังและฝ่ามืออย่างต่อเนื่อง
ไป๋มู่เฉินสะดุ้งเฮือกยามที่ไออุ่นอันบริสุทธิ์และหอมหวานดั่งดอกเหมันต์พุ่งเข้าสู่ร่างกาย ความเจ็บปวดที่แผดเผาเริ่มทุเลาลงอย่างช้าๆ เขาลืมตาขึ้นอย่างยากลำบาก ภาพแรกที่ปรากฏคือใบหน้าอันงดงามที่เต็มไปด้วยหยาดเหงื่อและความเหนื่อยล้าของหญิงสาวผู้ขึ้นชื่อว่าเย็นชาที่สุดในยุทธภพ
"เจ้า..." เสียงของเขาแหบแห้งจนแทบฟังไม่เป็นศัพท์
"อย่าพูดมาก เก็บแรงไว้โคจรลมปราณตามที่ข้าชี้นำ" อวิ๋นซือหานเอ่ยเสียงดุ แต่แววตากลับอ่อนโยนลงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน มือข้างหนึ่งของนางประคองท้ายทอยเขาไว้ให้อิงแอบกับลาดไหล่ของตน ส่วนมืออีกข้างทาบลงบนกลางแผ่นหลังของเขาเพื่อคอยควบคุมทิศทางของกระแสปราณ
ในคืนที่พายุปราณโหมกระหน่ำอย่างไร้ความปรานี ท่ามกลางความมืดมิดและหนาวเหน็บของถ้ำผาอัสดง ร่างทั้งสองร่างกลับแนบชิดผสานเป็นหนึ่งเดียว อวิ๋นซือหานยอมสูญเสียพลังบำเพ็ญเพียรครึ่งหนึ่งของชีวิต เพื่อหล่อเลี้ยงลมหายใจของบุรุษผู้ถูกตราหน้าว่าเป็นกบฏ ความเงียบงันระหว่างคนทั้งสองถูกแทนที่ด้วยจังหวะการเต้นของหัวใจที่สะท้อนก้องกังวานแข่งกับเสียงสายฟ้าฟาด
ผ่านไปนานเท่าใดไม่มีผู้ใดล่วงรู้ จนกระทั่งพายุภายนอกเริ่มสงบลง เหลือเพียงละอองฝนที่โปรยปรายกระทบยอดไม้ ไป๋มู่เฉินค่อยๆ ลืมตาขึ้นอย่างเต็มตื่น ความเจ็บปวดรวดร้าวหายไปเกือบหมดสิ้น เหลือเพียงความอบอุ่นแปลกประหลาดที่ยังคงหลงเหลืออยู่บริเวณแผ่นอก
เขาก้มมองหญิงสาวที่หลับตาลงพิงไหล่เขาด้วยความอ่อนเพลีย ลมหายใจของนางสม่ำเสมอ เส้นผมสีดำสนิทเคลียอยู่ข้างแก้มขาวนวล ภาพของปรมาจารย์โอสถผู้สูงศักดิ์และหยิ่งทะนงบัดนี้กลับทิ้งความระแวดระวังลงสิ้นเชิงยามที่อยู่ในอ้อมแขนของเขา
ไป๋มู่เฉินขยับตัวอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้นางตื่น มือหนายื่นออกไปหมายจะดึงเสื้อคลุมมาห่มให้ แต่อจีตนั้นเอง...
*ฉึก!*
ประกายแสงสีเงินยวดยวงพุ่งวาบผ่านความมืดมิดภายในถ้ำด้วยความเร็วสูงยิ่งกว่าดาวตก ปลายกระบี่คมกริบเล่มหนึ่งจ่อตรงเข้าที่ลำคอของอวิ๋นซือหานอย่างแม่นยำ ราวกับงูพิษที่รอจังหวะฉกเหยื่อ!
ไป๋มู่เฉินชะงักค้าง ดวงตาคมกริบเบิกกว้างด้วยความตกใจขีดสุด เมื่อเงาร่างในชุดคลุมสีดำสนิทปรากฏขึ้นเบื้องหน้า พร้อมกับเสียงหัวเราะเยียบเย็นที่ดังขึ้นจากมุมมืดของถ้ำ
"ศิษย์น้องไป๋... เจ้าช่างมีความสุขเสียจริงนะ ถึงกับยอมเอาชีวิตมาแลกเพื่อปกป้องหญิงสาวตระกูลอวิ๋นผู้นี้เชียวหรือ?"
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันยาวนานนี้ด้วยใจเสมอมาครับ
- เพลิงโอสถสวรรค์
เซียนโอสถไร้ใจกับวิญญาณกระบี่ผู้ทรยศ•ตอนที่ 6
ความเย็นชาที่ละลายลง
ผลงานโดย เพลิงโอสถสวรรค์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงโอสถสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนโอสถไร้ใจกับวิญญาณกระบี่ผู้ทรยศ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!